บทที่ 278 จับตัวเฉินหยาง
“จากตำแหน่งในแผนที่ เขาน่าจะอยู่ที่นี่!” ฉิงเทียนมองไปที่โรงแรมที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นโรงแรมที่ชื่อว่าจินไห่ นี่ไม่ใช่โรงแรมที่เหล่าเพื่อร่วมชั้นของเขามารวมกันงั้นเหรอ? เขาไม่นึกเลยว่าจะได้กลับมาที่นี่อีก โลกนี้ช่างไม่เที่ยงแท้จริงๆ
ในห้องรับรองที่ดูหรูหรา สาวบริการในชุดกี่เพ้าก็ได้ออกมาต้อนรับเขาอย่างอบอุ่น ด้วยรอยยิ้มมาตรฐานบนใบหน้าของพวกเธอก็พูดขึ้น “ไม่ทราบว่าจะมาเข้าพักหรือมาทานอาหารคะ?”
“มาเข้าพักครับ ไม่ทราบว่ายังพอมีห้องว่างบ้างไหม?” ฉิงเทียนถาม
ในเวลานี้สองพี่น้องตระกูลฉิงพักอยู่ที่ห้อง 203 “พี่ครับ, เซียะเกาเทียนอยู่ที่ไหนครับ? เมื่อไรพวกเราถึงจะไปตามล่าพี่เขยของเขากันล่ะครับ?” ฉินหยูถามอย่างกระวนกระวาย
“ไม่ต้องรีบร้อน ขอพี่ดูก่อนว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน?” หลังจากที่พูดจบ ฉิงเทียนก็ได้หลับตาลง เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็ได้มีแสงสว่างออกมาจากดวงตาของเขา แล้วฉิงเทียนก็เริ่มมองทะลุได้
กำแพงที่ล้อมรอบฉิงเทียนก็ไม่อาจปิดกั้นสายตาเขาได้ ตราบเท่าที่มีสิ่งที่เขาอยากจะเห็น ฉิงเทียนก็จะสามารถมองทะลุผ่านไปได้!
ถึงแม้ว่าเขาพอจะเดาได้ว่าเซียะเกาเทียนนั้นอยู่ที่นี่ แต่ว่าอยู่ห้องไหนนั้นฉิงเทียนก็ไม่สามารถระบุได้เลย ดังนั้นฉิงเทียนจึงต้องใช้เนตรมองทะลุแล้วทำการมองหาโดยตรงอีกที
ในห้องหนึ่งทางซ้าย มีคู่หนุ่มสาวเด็กม.ปลายกำลังจูบดูดปากกันอย่างเร่าร้อน ด้วยเทคนิคการจูบที่ดูยังไม่ชำนาญ
“อา หนุ่มสาวตรงหน้าเรากำลังเร่าร้อนเลยทีเดียว” ฉิงเทียนพูดแล้วก็ส่ายหัว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉิงหยูก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรผิดๆ ไม่ใช่ว่าเรากำลังตามหาเซียะเกาเทียนกันอยู่เหรอ แล้วทำไมพี่ชายของเขาถึงได้พูดถึงหนุ่มสาวได้ “พี่กำลังมองอะไรอยู่เหรอครับ?”
“ไม่มีอะไร! ไม่มีอะไร!” ฉิงเทียนพูดอย่างเร่งรีบ เขาแค่กำลังมองหาเซียะเกาเทียนอยู่ไม่ได้ตั้งใจแอบดูจริงๆ
“ก็แค่หนุ่มสาวสองคนน่ะ ไม่มีอะไรหรอก พี่ไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น” ฉิงเทียนตอบอย่างหน้าด้านๆ
“แล้วสายตาของเขาก็ได้มองกวาดทั้งชั้นนี้ แต่ก็ไม่พบเซียะเกาเทียนอยู่ในห้องไหนๆเลย
“หรือว่าเขาจะไม่ได้อยู่ที่นี่?” ฉิงเทียนอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา แต่พลังวิญญาณของเขาก็บ่งบอกว่าเขาอยู่ที่นี่ไม่ใช่รึไง?
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังสับสนอยู่นั้นเอง และคิดที่จะปิดเนตรมองทะลุ แต่จู่ๆที่ห้องเปล่าๆห้องหนึ่งก็ได้มีชายสองคนเดินเข้ามาในห้อง
ทั้งสองคนนี้ก็คือเซียะเกาเทียนกับเฉินหยางนั่นเอง ฉิงเทียนพบว่าเซียะเกาเทียนนั้นห่อตัวเองไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เขาไม่สามารถจำเซียะเกาเทียนได้เลยถ้าถอดเสื้อผ้าออกก่อน
“หรือว่าคนคนนี้จะคือพี่เขยของเซียเกาเทียนกันนะ?” ฉิงเทียนพูดด้วยเสียงเบาๆ ในขณะที่ฉิงหยูพบว่าจู่ๆสีหน้าพี่ชายของเขานั้นเคร่งขึมขึ้นมา แสดงว่าต้องเกิดอะไรขึ้นสักอย่างแน่?
ในความคิดของฉิงหยูนั้น พี่ชายของเขานั้นน่าจะสัมผัสถึงพลังวิญญาณของเขาได้ ทำให้เขารู้สึกอิจฉาขึ้นมาในใจ ทำไมเขาถึงไม่สามารถทำได้อย่างเขาบ้างนะ! แต่เขาไม่ได้รู้เลยว่าฉิงเทียนนั้นไม่ได้ใช้พลังวิญญาณเลย แต่เขาใช้ความสามารถที่ได้มาจากสวรรค์ทำให้เขาสามารถมองทะลุสิ่งกีดขวางได้!
“พี่ครับ พี่เขยของเซียะมาเกาเทียนมาแล้วเหรอครับ?” ฉิงหยูพูดอย่างตื่นเต้น “เราไปตามจับตัวเขากันเถอะครับ”
“อย่าเพิ่งรีบร้อนไป” ฉิงเทียนห้ามน้องชายที่หุนหันพลันแล่นแล้วพูดขึ้น “รอดูก่อนว่าสองคนนี้จะมีลูกไม้อะไร”
แล้วฉิงเทียนก็ได้โบกมือของเขาแล้วก็ปรากฏภาพขึ้นมาที่กำแพงตรงหน้าเขา แล้วทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องของเซียะเกาเทียนก็ได้ปรากฏขึ้นมาที่ม่านแสงนั้น
เฉินหยางรู้สึกตกใจขึ้นมาที่ได้ยินว่าฉิงเทียนนั้นมีวิทยายุทธด้วย เขานั้นได้ข้อมูลภูมิหลังของฉิงเทียนมาบ้างแล้ว แต่ก็พบว่ามีแต่ข้อมูลธรรมดาๆ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีความสามารถน่าทึ่งเช่นนี้
แต่พอนึกถึงรูปถ่ายของฉิงเทียนที่เขาได้มาจากสำนักอัคคีแล้ว มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเป็นคนธรรมดามาเป็นศัตรูของพวกเขาได้
เราควรจะรายงานเรื่องนี้ให้ท่านพ่อทราบดีหรือไม่นะ? เฉินหยางรู้สึกลังเลขึ้นมา เดิมที่เขาวางแผนที่จะจับตัวฉิงเทียนด้วยตัวเอง แล้วจากนั้นก็ได้เรียกร้องเอาค่าตอบแทนมาจากสำนักอัคคีเอง แต่ทว่าดูเหมือนเขาจะไม่สามารถจัดการกับฉิงเทียนได้ตามลำพังเสียแล้ว
เฉินหยางรู้สึกหงุดหงิดอย่างมากที่เขาจะต้องแบ่งปันผลประโยชน์นี้ให้กับคนอื่นๆ
เฉินหยางจึงคิดว่ามันคงจะดีกว่าที่จะแบ่งผลประโยชน์นี้ดีกว่าคว้าน้ำเหลว ในเวลานี้เขาคิดว่าควรที่จะกลับไปบอกพ่อเขาก่อน
แล้วเขาก็ได้กวาดสายตามองไปยังเซียะเกาเทียนที่ยังเกาะขาเขาอยู่ แล้วเฉินหยางก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาและคิดในใจ: ทำไมลูกน้องของเขาถึงได้ไร้ประโยชน์เช่นนี้
“พอได้แล้วหยุดร้องไห้ รีบลุกขึ้นมา ถ้าใครเห็นเจ้าสภาพนี้จะเป็นยังไง ข้าจะชำระหนี้แค้นนี้ให้เจ้าเอง เจ้าสองพี่น้องนั่นมันจะต้องตายโดยไร้ที่ฝังศพ
เมื่อได้ยินที่พี่เขยพูดอย่างชัดเจน เซียะเกาเทียนก็ได้ลุกขึ้นมาอย่างตื่นเต้นแล้วพูดขึ้น “พี่เขยครับ ถ้าพี่เขยสามารถจับเจ้าฉิงเทียนได้แล้วขอผมเตะพวกมันสักหน่อยได้ไหมครับ? ขอผมได้ระบายความแค้นนี้บ้าง” ในที่สุดสีหน้าของเซียะเกาเทียนก็ดีขึ้นมาบ้าง แต่ยังคงหดหู่อยู่
เมื่อเห็นหน้าของเซียะเกาเทียนที่เป็นหัวหมูแล้ว อารมณ์โกรธเมื่อสักครู่ของเฉินหยางก็ได้เบาลงมาบ้าง อย่างไรเสียเซียะเกาเทียนก็เป็นน้องเขยของเขาและถูกทำร้ายจนเป็นแบบนี้ก็เพราะเรื่องของเขาเองด้วย
ถึงแม้เฉินหยางจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าฉิงเทียนนั้นคงจะต้องถูกเอาไปไม่ก็ถูกสำนักอัคคีฆ่าตาย และไม่มีทางที่ฉิงเทียนจะตกอยู่ในมือของเขาแต่ก็พูดออกไป “ได้สิ ถ้าข้าจับมันได้ข้าจะให้เจ้าเตะพวกมัน”
“จริงๆนะครับ” เซียะเกาเทียนพูดอย่างตื่นเต้น เขาจะได้คิดบัญชีกับพวกมันที่ทำกับเขาเมื่อวานนี้ ส่วนเรื่องที่ว่าพี่เขยของเขาจะไม่สามารถจับฉิงเทียนได้นั้น ไม่เคยอยู่ในหัวของเซียะเกาเทียนเลย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย