เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 281

บทที่ 281 จับตัวเฉินหยาง (4)

“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?” เฉินหยางมองไปที่หน้าต่างด้วยความกลัว เมื่อสักครู่เขาคิดที่จะกระโดดหนีออกนอกหน้าต่าง เพราะว่าแค่ฉิงหยูคนเดียวก็มีพลังในการต่อสู้ไม่แพ้เขาเลยทีเดียว แล้วยังมีฉิงเทียนที่เขาไม่สามารถประเมินพลังได้อีกด้วย เขาจึงมีหนทางเดียวก็คือหนี แต่กระจกที่สมควรจะแตกกลับแข็งราวกับกำแพง ไม่สิอาจจะแข็งกว่ากำแพงเสียอีก เพราะถ้าเป็นกำแพงธรรมดาๆลำพังกำลังของเขาก็สามารถพังได้ในทันที

แต่กระจกที่หน้าต่างกับยังคงอยู่ดี แล้วยังผลักเขากระเด้งกลับมาอีกด้วย

“มันเป็นไปได้ยังไง?” เฉินหยางตกใจ และมองไปที่ฉิงเทียนทันที สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่จะต้องเป็นฝีมือของฉิงเทียนแน่ หรือว่าความแข็งแกร่งของเขาจะอยู่ในระดับAกันแน่ ถึงเฉินหยางไม่อยากจะคิดเช่นนั้นก็ตามที

เซียะเกาเทียนที่ซ่อนอยู่ใต้เตียงนั้น ก็มองทั้งหมดนี้ด้วยความหวาดกลัว พี่เขยของเขาที่สู้ชนะแท้ๆแต่ทำไมถึงคิดที่จะหนีด้วย? และตอนที่หนีทำไมจู่ๆกระจกถึงไม่แตกนะ?

“เฉินหยาง แกคิดจะหนีไปไหนกัน? การต่อสู้ของแกกับน้องชายฉันมันยังไม่จบเลยนะ” ฉิงเทียนพูดและยิ้มอย่างไร้พิษภัย และคิดว่าเฉินหยางเองก็เจ้าเล่ห์ไม่น้อย พอรู้ว่าสู้ไม่ได้ก็คิดที่จะหนี แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยให้ทำได้

ฉิงหยูที่คุกเข่าอยู่ที่พื้นก็ได้เช็ดเลือดที่ปากแล้วลุกขึ้นมามองไปที่เฉินหยางด้วยความโกรธแค้น เมื่อสักครู่นั้นเขาหัวร้อนมากเกินไปทำให้ตัวเองพ่ายแพ้อย่างหมดรูป ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ชายของเขา เฉินหยางก็คงจะหนีไปแล้ว

ดูเหมือนว่าคนจะประมาทความสามารถของคนในโลกทางนี้มากไป ฉิงหยูจึงได้วางความโอหังของเขาลงแล้วตะโกนออกมา “เฉินหยางแกจะรีบหนีไปไหน มาเจอกันอีกรอบดีกว่า!” หลังจากที่พูดจบฉิงหยูก็ได้บุกไปหาเฉินหยางอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

แต่ทว่าหากใครที่มองออกก็จะรู้ได้ทันทีว่าฉิงหยูนั้นไม่ได้บุกเข้าไปเร็วเหมือนเมื่อสักครู่แล้ว และมือของเขานั้นก็อยู่ข้างหลังเขาตลอดเวลา เตรียมพร้อมที่จะเหนี่ยวตลอด

เมื่อรู้ว่าเขาหนีไปไหนไม่ได้แล้ว เซียะเกาเทียนก็ได้รวบรวมความกล้าและโผล่หัวออกมาอีกครั้ง เขานั้นถึงจะไม่เกรงกลัวฉิงหยู แต่ก็กลัวฉิงเทียนที่จ้องมองมาที่เขาราวกับอสรพิษร้าย

“เฉินหยาง ปล่อยไม้เด็ดของแกออกมาเลย” ฉิงหยูพูดอย่างตื่นเต้น แล้วรัวปล่อยหมัดทั้งสองข้างชกไปที่เฉินหยางด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองไม่เห็น และแต่ละหมัดล้วนแฝงไปด้วยพลังวิญญาณ

ในเวลานี้เฉินหยางทำได้เพียงแค่ป้องกันหมัดของฉิงหยู และไม่คิดว่าจะสู้กับเขาได้ เฉินหยางจึงคิดแต่ที่จะหาทางหนีกลับบ้านโดยไม่มีความคิดที่จะต่อสู้เลยแม้แต่น้อย เขาคิดเพียงที่จะหาทางหนีรอดไปให้ได้เพื่อไปแจ้งข่าวกับสำนักอัคคีว่าเขาพบตัวฉิงเทียนแล้ว

แต่ในเวลานี้ทั้งห้องนั้นถูกปิดผนึกโดยฉิงเทียนแล้ว แม้แต่ยุงสักตัวก็ไม่สามารถหนีออกจากห้องนี้ไปได้ และเป็นไปไม่ได้เลยที่คนภายนอกจะรู้สึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นข้างในนี้ด้วย

“สู้เซ่ อย่างเอาแต่ป้องกัน!” ฉิงหยูตะโกนออกมาเมื่อเห็นเฉินหยางเอาแต่ป้องกันตลอดเวลา และไม่ฉวยโอกาสสวนคืนเลยแม้แต่น้อย

ในเวลานี้ฉิงหยูรู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณของเขานั้นกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้เขายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการต่อสู้เลย แต่ตอนนี้เขาเริ่มจับเคล็ดบางอย่างได้อย่างช้าๆ เหมือนกับนักเรียนที่เรียนรู้ทุกอย่างในหนังสือ แต่ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่คนส่วนใหญ่จะนำที่เรียนไปกลับมาใช้ได้ในชีวิตจริงได้ทันที พวกเขาจะต้องทำความเข้าใจวิธีการต่างๆอย่างช้าๆผ่านประสบการณ์

และในเวลานี้ฉิงหยูเองก็เริ่มเข้าใจวิธีการสู้แล้ว ในขณะที่เฉินหยางนั้นยังคงเอาแต่ตั้งรับตลอดเวลา ฉิงหยูนั้นถึงจะมีความสามารถที่หลากหลายแต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้เลย ฉิงหยูนั้นจึงคืบหน้าไปได้ช้ามาก

ทั้งห้องนั้นเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงจากการที่ทั้งสองคนนั้นต่อสู้และหลบไปมา ของตกแต่งห้องจำพวกแก้วก็ตกลงมากระจัดกระจายเป็นเศษแก้วอยู่ที่พื้น และที่กำแพงก็เป็นรอยร้าวจากการกระแทก ถ้าไม่ใช่เพราะพลังวิญญาณของฉิงเทียนที่ห่อหุ้มห้องนี้ไว้ล่ะก็ ทั้งอาคารนี้คงได้กลายเป็นซากไปแล้ว

“แบบนี้ไม่ดีเลยนะเฉินหยาง แกคิดจะหดหัวเป็นเต่ารึยังไง?” ฉิงหยูพูดอย่างดูถูก

อีกทางด้านหนึ่ง สีหน้าของเฉินหยางนั้นก็ได้ดำมืดขึ้นแล้วพูดอย่างโมโห “ฉิงหยูแกอย่าได้ทำเป็นโอหังนักนะ? ไม่รู้ว่าหมาที่ไหนที่โดนข้าต่อยเมื่อกี้ ถ้าไม่มีฉิงเทียนล่ะก็ ลำพังแค่วรยุทธ์ด้อยๆของแกน่ะข้าจัดการได้แค่มือเดียวเท่านั้น”

“ฮึ่ม อย่าคิดว่าจะทำได้พูดได้คนเดียวนะ” ฉิงหยูพูดอย่างเกรี้ยวกราด เขานั้นทนไม่ได้ที่ถูกคนอื่นพูดดูถูกเขาเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงได้พูดกับฉิงเทียน “พี่ครับถึงพี่อาจจะไม่พอใจ แต่ห้ามเข้ามายุ่งตอนที่ผมจัดการเขาเด็ดขาดเลยนะ”

“ได้สิ พี่สัญญา!” ฉิงเทียนพูดอย่างเห็นด้วย เดิมทีเขาเองก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งอยู่แล้วด้วย เพราะเฉินหยางนั้นเป็นคู่ต่อสู้ที่ดีเลิศของฉิงหยู โดยที่เขาไม่ต้องเสียเงินเลยแม้แต่น้อยแล้วเขาจะเขาไปยุ่งทำไม?

ถ้าความคิดนี้ของฉิงเทียนถูกเฉินหยางรู้เข้า ไม่แน่ว่าเขาคงจะโกรธจนแทบกระอักเลือดเลยก็ได้ เขานั้นเป็นคนของตระกูลเฉินที่เป็นตระกูลที่มีพลังในระดับ B และมีชื่อเสียงในแดนใต้ กลับถูกเหยียบย่ำและถูกดูถูกอย่างมากในวันนี้

เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนพูด เฉินหยางก็ได้พูดขึ้นมา “หึ แกพูดออกมาแล้วนะฉิงเทียนว่าแกจะไม่เข้ามายุ่ง คอยดูก็แล้วว่าข้าจะทำอะไรกับเจ้าหนูนี่” หลังจากพูดจบ เฉินหยางก็ได้เปลี่ยนท่าทางตั้งรับของเขา

กลับกลายมาเป็นท่าทางการโจมตีที่ดุเดือด เฉินหยางได้เปลี่ยนหมัดของเขาเป็นกรงเล็บ แล้วใช้กรงเล็บที่แหลมคมที่แฝงด้วยลมระเบิดเข้าโจมตีฉิงหยูอย่างไร้ปรานี

แล้วฉิงหยูก็ได้ตะโกนออกมา “แบบนั้นแหละเข้ามา กำลังรออยู่เลย” พูดจบ หมัดของฉิงหยูก็ได้พุ่งเข้าไปหากรงเล็บของเฉินหยาง

มีเสียงระเบิดดัง “ตูม” ขึ้นมา ซึ่งได้พังทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนี้ด้วยพลังของทั้งสองคนนั้น แม้แต่เตียงที่เซียะเกาเทียนซ่อนอยู่ก็ได้พังกลายเป็นเศษไม้ทันที

เฉินหยางจึงได้จ้องไปที่ฉิงเทียนและคิดในใจ “มันจะต้องเป็นฝีมือของฉิงเทียนแน่ๆ”

“ฉิงหยูนั้นน่าจะอยู่ในระดับ B แล้ว ส่วนฉิงเทียนนั้นน่าจะอย่างน้อยก็ระดับ A ถึงเราจะเอาชนะฉิงหยูได้ แต่ก็ยังมีฉิงเทียนคอยหนุนเขาอยู่ ซึ่งไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เราจะสู้ได้เลย ไม่ได้การเราจะต้องหาตัวช่วย”

เมื่อคิดได้เช่นนี้สายตาของเฉินหยางก็ได้หันไปมองฉิงเทียนแล้วพูด “พวกแกอยากจะรู้หรือไม่ว่าพ่อแม่ของพวกแกตายยังไง? ข้าจะเล่าให้พวกแกฟังก็ได้นะ?” เมื่อมองไปอีกทางด้านหนึ่ง เฉินหยางก็ไม่ทันรู้ตัวเลยว่าในมือของฉิงเทียนนั้นมีแผ่นป้ายสีแดงเพลิงขนาดเท่าฝ่ามือ มีตัวหนังสือเขียนว่า “อัคคี” อยู่ที่แผ่นป้ายนั้นด้วย

แล้วฉิงเทียนก็โบกมือไปมา แผ่นป้ายนั้นก็ได้สลายกลายเป็นธุลีแล้วปลิวหายไปอย่างรวดเร็ว

เฉินหยางก็ตะโกนในใจ “นั่นคือแผ่นป้ายที่สำนักอัคคีมอบให้เขานี่นา? ซึ่งบอกว่าเมื่อใดที่เขาหักแผ่นป้าย ก็จะมีคนมาหาเขาทันทีใน 10 นาทีเป็นอย่างช้า”

“ฉิงเทียน ฉิงหยู ข้าจะทำให้พวกแกจะต้องเสียใจแน่” เฉินหยางตะโกนในใจ เขารู้สึกเสียดายมากที่แผ่นป้ายสำนักอัคคีต้องมาถูกทำลายเช่นนี้!

เดิมที เขาหวังที่จะใช้แผ่นป้ายนี้เพื่อนำพาผลประโยชน์มากมายมาหาเขา แต่ในเวลานี้มันได้พังเสียแล้ว แผนการของเขาป่นปี้หมดแล้ว

“พี่ครับช่วยผมหยุดเขาทีครับ ผมจะใช้เขาเป็นที่ฝึกวิชาต่ออีกสักหน่อย!” ในตอนนั้นเองฉิงหยูก็ลุกขึ้นยืนและจะไม่ยอมรับถ้าวันนี้เขาเอาชนะไม่ได้

“ก็ได้ ไม่ต้องกังวลไปเสี่ยวหยู วันนี้พี่จะปล่อยน้องตามสบายเลย!” ฉิงเทียนยิ้มอย่างใจดี โดยไม่ไว้หน้าเฉินหยางเลยแม้แต่น้อย

ทางด้านของเฉินหยางที่ได้ยินที่สองพี่น้องคุยกัน เขาก็รู้สึกอยากที่จะกระอักเลือดออกมา นี่พวกมันคิดที่จะใช้เขาเป็นคู่ซ้อมมืองั้นเหรอ? นี่เขาโดนดูถูกราวกับเห็นเป็นของเล่นเลยงั้นเหรอ?

เฉินหยางจึงรู้สึกโกรธขึ้นมาจนอยากที่จะพุ่งไปฉีกปากของฉิงหยูออกทันที แต่เมื่อเขาคิดว่าอีกเดี๋ยวสำนักอัคคีก็กำลังจะมา ในตอนนี้เขาจึงคิดที่จะถ่วงเวลาจะดีกว่า

เมื่อใดที่คนจากสำนักอัคคีมาถึง พวกเขาก็จะจัดการกับพวกมันจนตายแบบเดียวกับที่พวกมันทำกับเราแน่ พวกแกจะทำโอหังได้อีกไม่นานหรอก

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย