บทที่ 293 ไป๋กงหยาง
“ข้าโกรธแล้วนะเจ้าหนู เจ้าช่างไม่รู้เลยว่าอะไรของดีของไม่ดี ถ้าชายชราจากโลกเซียนผู้นี้บอกว่าจะรับศิษย์ล่ะก็ คงมีคนจำนวนนับไม่ถ้วนแย่งกันโขกศีรษะเพื่อให้รับเป็นศิษย์เป็นแน่ แต่เจ้ากลับปฏิเสธข้าช่างไม่รู้อะไรเสียจริงๆ
เมื่อคิดว่าเขาที่เป็นถึงศิษย์ของหลี่ว์ตงปิน ซึ่งเป็นศิษย์ของสามมหาเทพเซียน ในวันนี้เขาจะรับศิษย์แต่กลับถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฉิงเทียนเองก็เริ่มโกรธขึ้นมาจริงๆเมื่อเขาได้ยินที่ชายชราพูด แต่ทว่าตอนนี้ฉิงเทียนนั้นอยู่ในเขตแดนของเขา ถ้าเกิดเขาไม่พอใจเขาคงจัดการฉิงเทียนแน่ ฉิงเทียนจึงได้รีบอธิบาย “ท่านผู้อาวุโส ผมไม่สามารถคารวะท่านเป็นอาจารย์ได้จริงๆ! ผมนั้นมีอาจารย์อยู่แล้ว และผมก็ไม่ใช่คนที่คิดจะทรยศสำนักตัวเองง่ายๆด้วยครับ!”
“หึ มันจะยากอะไร ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะรับอาจารย์ของเจ้าเข้าสำนักด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะไม่เป็นการทรยศต่ออาจารย์ของเจ้าด้วย!” ไป๋กงหยางมองดูฉิงเทียนที่เป็นผู้ชายที่ยึดมั่นในความรักและความถูกต้องแล้ว ความโกรธของเขาก็ได้ลดลงมา อย่างไรเสียเขาเองก็ไม่อยากได้คนอกตัญญูเป็นศิษย์เหมือนกัน
“ถ้าแบบนั้นก็น่าจะได้อยู่นะ!” ฉิงเทียนอ้าปากกว้าง มันคงจะดีไม่ใช่น้อยถ้าเกิดว่าศิษย์-อาจารย์นั้นอยู่ในสำนักเดียวกัน แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ในใจของฉิงเทียนก็ยังรู้สึกไม่ยอมรับอยู่ดี
ถึงแม้ว่าอาจารย์ของเขานั้นจะนิสัยไม่ค่อยดี แต่จากการคาดเดาของฉิงเทียนแล้ว อาจารย์ของเขานั้นคงไม่ใช่แค่ระดับจินเซียนแน่ๆ
ณ พระราชวังเมฆม่วง หงจวินเหล่าจู่ที่กำลังหลับตาทำสมาธิอยู่นั้น จู่ๆจมูกของเขาก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมา
“ฮาดเช้ย!” มีเสียงจามดังออกมา หงจวินเหล่าจู่เอามือลูบจมูกแล้วพูดขึ้น “เจ้าหนูนั่นมันนินทาข้าอีกแล้วเรอะ?” พูดจบดวงตาของหงจวินเหล่าจู่ก็ได้ส่องแสงออกมาและมองทะลุผ่านมิติต่างๆ ทุกสิ่งที่ขวางสายตาของหงจวินเหล่าจู่นั้นได้กลายเป็นช่องว่าง แล้วสายตาของเขานั้นก็ได้มองทะลุไปยังมิติที่ไป๋กงหยางและฉิงเทียนอยู่
“ทำไมถึงยังมีเซียนระดับจินเซียนหลงเหลืออยู่บนโลกได้ ถึงแม้จะเป็นแค่เสี้ยวของวิญญาณก็เถอะ!” หงจวินเหล่าจู่บ่นพึมพำกับตัวเอง
ในเวลานี้ฉิงเทียนและไป๋กงหยางนั้นหารู้ไม่ว่าทุกการกระทำของพวกเขานั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาของหงจวินเหล่าจู่ไปได้
“ผมเกรงว่าวิธีนี้จะไม่ได้!” ฉิงเทียนยักไหล่ของเขา
“แบบนี้ก็ไม่ได้ แบบนั้นก็ไม่ได้เจ้าจะเอาอย่างไหนกันแน่? นี่เจ้าดูแคลนสำนักหยางพิสุทธิ์ของพวกเราอย่างนั้นเรอะ ก็ได้วันนี้ข้าจะเล่าถึงสำนักหยางพิสุทธิ์ให้ฟัง” ในตอนนั้นเองฉิงเทียนก็พบกับชายชราที่ไว้หนวดสีขาวปรากฏตรงหน้าเขา และสายตาของเขาก็ได้จับจ้องมาที่ฉิงเทียน
“สำนักหยางพิสุทธิ์ของพวกเรานั้นก่อตั้งขึ้นมาโดยท่านอาจารย์จุนหยาง ซึ่งท่านอาจารย์จุนหยางนั้นเป็นจินเซียนในระดับไท่อี่และยังเป็นลูกศิษย์ของสามมหาเทพเซียนด้วย และศาสตร์ปรุงยาเองก็ล้ำลึกยิ่งกว่าของสามมหาเทพเซียนอีก และในสวรรค์นั้นข้าเองก็เป็นเทพที่มีชื่อเสียง ข้ามีนามว่าไป๋กงหยางลูกศิษย์คนที่สามของอาจารย์จุนหยาง ว่าไงเจ้าหนูรับรู้ถึงความน่าทึ่งของสำนักหยางพิสุทธิ์แล้วหรือยัง?” ไป๋กงหยางยืนกอดอกและพูดอย่างภาคภูมิใจ ไป๋กงหยางนั้นภูมิใจอย่างมากกับสำนักหยางพิสุทธิ์ของเขา อย่างไรเสียในสำนักหยางพิสุทธิ์ของเขานั้นผู้ที่ได้ขึ้นเป็นเซียนมีไม่ถึง 4 คน
เมื่อเขาเห็นว่าฉิงเทียนนั้นมีอาการตกใจ เขาก็ได้แอบคิดในใจ: เจ้าหนูนี่น่าจะรู้ซึ้งถึงสำนักที่เขาปฏิเสธไปแล้ว และตอนนี้เขาคงกำลังนึกเสียดายอยู่แน่ๆ แล้วเดี๋ยวก็คงร่ำร้องอ้อนวอนขอให้รับเขาเป็นศิษย์ เมื่อถึงตอนนั้นเราก็จะเอาคืนกับที่เขาปฏิเสธเราเมื่อสักครู่อย่างสาสมเลย
ในเวลานี้ที่ฉิงเทียนรู้สึกตกใจจริงๆนั้นก็คือ เขาบอกว่าเป็นศิษย์ของผู้ที่เรียกตนเองว่าบุรุษหยางพิสุทธิ์(จุนหยาง) ถ้าอย่างนั้นเขาก็คือลูกศิษย์ของหลี่ว์ตงปิน น่ะสิ? แต่คราวก่อนเราที่เราอยู่ในงานเลี้ยงลูกท้อนั้น เราก็เจอกับหลี่ว์ตงปิน ด้วย
มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกใช่ไหม? เขาที่เป็นลูกศิษย์ของหลี่ว์ตงปิน และยังอยู่ในระดับจินเซียนอีกด้วย แล้วทำไมถึงได้มาอยู่บนโลกได้ ฉิงเทียนนั้นก็เริ่มรู้สึกสงสัยว่ามีอะไรเกิดขึ้นกันแน่
“เจ้าหนู ตกลงเจ้าจะรับหรือไม่!” ไป๋กงหยางเป่าหนวดของเขาและสายตาของเขาก็จับจ้องมาที่ฉิงเทียน
เมื่อถูกจับจ้องโดยไป๋กงหยาง ฉิงเทียนก็ได้จ้องตอบกลับไปและยักไหล่ก่อนจะตอบปฏิเสธกลับไป “ผมก็ยังไม่ตกลงเป็นศิษย์คุณอยู่ดี!”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ นี่เจ้ายังไม่ตอบตกลงอีกเรอะ!” ไป๋กงหยางตอบและกระทืบเท้าอย่างโมโห เขาอุตส่าห์เล่าไปตั้งขนาดนี้แล้วซึ่งถ้าคนอื่นได้ยินคงมีคนนับไม่ถ้วนมาขอเข้าสำนักของเขาแล้ว มันควรจะเป็นตัวเลือกที่ฉลาดสำหรับเขาที่จะคารวะเขาเป็นอาจารย์แท้ๆ แต่เจ้าหนูนี่กลับปฏิเสธเขาอีกครั้ง
เขานั้นไม่เคยโดนดูถูกเช่นนี้มาก่อนเลย และฉิงเทียนก็พลันรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มหาศาลจากเขา รู้สึกได้ว่ามีน้ำหนักบางอย่างกับกดทับหลังของเขาเอาไว้ และเหงื่อของฉิงเทียนก็ได้ไหลออกมาจากหน้าผากราวกับสายฝน ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นและทรงตัวของฉิงเทียนเอาไว้อย่างยากลำบาก
“ข้าอุตส่าห์ให้โอกาสเจ้าเลือกอีกครั้ง เจ้าจะยอมตกลงหรือไม่?” ไป๋กงหยางฟิวส์ขาด เขานั้นอุตส่าห์ให้โอกาสแล้ว แต่กลับทำให้เขาต้องใช้ไม้แข็งจนได้
“ไม่เอา และอย่ามาฝืนบังคับคนอื่นแบบนี้นะ!” ฉิงเทียนกัดฟันของเขาแน่นและฝืนยืนอย่างยากลำบาก
“เจ้าหนู ข้าจะให้ทางเลือกเจ้าสองทาง ทางแรกตอบตกลงเป็นศิษย์ของข้า ส่วนอีกทางคือตาย เจ้าไม่จำเป็นต้องรีบตอบ ข้าจะให้เวลาเจ้าคิดครึ่งชั่วยาม!” ไป๋กงหยางพูดอย่างเกรี้ยวกราด
ฉิงเทียนที่เหงื่อออกราวกับสายฝนนั้น ก็ได้พยายามฝืนยืนด้วยสองเท้า และคิดในใจว่าเขาจะทำอย่างไรดี? แน่นอนว่าเขาไม่อยากที่จะเรียกรู้จากเขา แต่ถ้าเขาปฏิเสธที่จะคารวะเขาเป็นอาจารย์ล่ะก็ เขาคงได้ตายแหงแก๋!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย