บทที่ 302 ศาสตร์ปรุงยา (3)
แต่ทว่าเขาก็ได้ฉุกคิดขึ้นมาได้ในใจ ฉิงเทียนนั้นสามารถทำให้คนในระดับเทพเซียนออกมาได้ ซึ่งเรื่องนี้ได้ทำให้ไป๋กงหยางนั้นตกใจมาก! หรือว่าเขาจะเป็นศิษย์ของเทพเซียน เมื่อคิดเช่นนี้ไป๋กงหยางก็ได้หันหน้ามาที่ฉิงเทียนที่กำลังมองเขาด้วยความมั่นหน้า ทำให้เขารู้อยากด่าเขาในใจ ทำไมคนที่หน้าหนาอย่างเขานั้น ถึงได้เป็นลูกศิษย์ของผู้ที่มีความสามารถในระดับเทพเซียนได้ ทำให้เขารู้สึกต่อต้านขึ้นมาเล็กน้อย
ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าเทพเซียนตนไหนที่รับเขาเป็นศิษย์กัน ไท่ชิง, อวี้ชิง, ซั่งชิง หรือว่าจะเป็นพระยูไล? ในใจของไป๋กงหยางนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย
แน่นอนว่าก่อนที่ไป๋กงหยางจะคิดออก ฉิงเทียนก็ได้พูดขึ้นมาอย่างหมดความอดทนก่อน “หลานไป๋ บอกผมทีสิว่าผมจะปรุงยาได้อย่างไร?”
ไป๋กงหยางก็ได้เก็บความสงสัยของเขาเอาไว้ในใจก่อนแล้วก็มองไปที่ฉิงเทียนที่กำลังตื่นเต้น ฉิงเทียนนั้นกำลังถือเอาสมุนไพรเอาไว้ในมือของเขา และหวังที่จะปรุงยาทันที ไป๋กงหยางจึงได้พูดห้ามเขา “อาจารย์อาใจเย็นก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อนปรุงยา ขอข้ารู้บางอย่างเกี่ยวกับตัวท่านเสียก่อน แล้วข้าถึงจะวางแผนที่เหมาะสมกับท่านได้” จากนั้นเขาก็ดึงเอาฝอยดาวออกมาจากมือของฉิงเทียน
ฉิงเทียนที่เห็นว่าไป๋กงหยางนั้นจะช่วยวางแผนให้เขาในการปรุงยาให้ เขาจึงได้เปลี่ยนความประทับใจในตัวของไป๋กงหยางขึ้นมา “อื้ม ถ้ามีอะไรที่คุณอยากจะรู้ก็ถามผมมาได้เลย!”
เมื่อเห็นว่าฉิงเทียนนั้นไม่ได้ดื้อรั้นแล้วและกระตือรือร้นที่จะปรุงยา ไป๋กงหยางก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา “ท่านรู้ไหมว่าอะไรคือพื้นฐานที่จำเป็นที่สุดของนักปรุงยา?” เขาถามด้วยสีหน้าที่จริงจัง
ฉิงเทียนก็ได้มองไปที่ไป๋กงหยางที่มีสีหน้าที่จริงจังมากในตอนนี้ และเขาเองก็ยังเป็นถึงนักปรุงยาในโลกเซียน เมื่อคิดเช่นนี้แล้วฉิงเทียนก็ได้ตั้งใจที่จะตอบคำถามของเขา
ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้ตอบไปตามที่เขารู้เกี่ยวกับสิ่งที่จำเป็นของนักปรุงยา “นักปรุงยานั้นอย่างน้อยจะต้องมีร่างกายที่มีพลังธาตุไฟ”
“ดีมาก” ไป๋กงหยางก็ได้มองไปที่ฉิงเทียนและผงกหัวอย่างพึงพอใจ เขาเองก็ได้เปลี่ยนความประทับใจที่มีต่อฉิงเทียนเล็กน้อย ใช่ว่าเจ้าหนูนี่จะไม่รู้อะไรเลย
“ซึ่งข้อนี้ท่านน่าจะผ่านอยู่แล้ว เพราะร่างกายของผู้มีหยางบริสุทธิ์นั้นมักจะเป็นธาตุไฟอยู่แล้ว ดังนั้นทุกคนในสำนักหยางพิสุทธิ์ของเราจึงล้วนเป็นนักปรุงยา” ไป๋กงหยางพูดอย่างภูมิใจ
ในเวลานี้ ฉิงเทียนก็ได้ทำสีหน้าอึ้งๆ จากที่ไป๋กงหยางอธิบายแล้ว เขานั้นมีร่างกายแบบหยางบริสุทธิ์ดังนั้นร่างกายของเขาก็น่าจะต้องเป็นธาตุไฟ แต่เขานั้นรู้ดีอยู่แล้วว่าพลังของเขานั้นเป็นธาตุสายฟ้า
“นี่มันยังไงกันแน่?” ฉิงเทียนได้ถามเพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้ด้วยความสงสัย
“นายท่านไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้าค่ะ เดี๋ยวนายท่านก็จะทราบเอง ตอนนี้ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”
เมื่อเห็นว่าเพ่าฝูนั้นไม่ยอมตอบคำถามของเขา ฉิงเทียนจึงได้ตั้งใจฟังการบรรยายไม่รู้จบของไป๋กงหยางต่อ “แต่ไม่ใช่ว่าผู้ที่มีธาตุไฟทุกคนจะสามารถเป็นนักปรุงยาได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการฝึกฝนพลังธาตุไฟของตัวเองให้มีไฟสำหรับปรุงยาที่เรียกว่าไฟโอสถเสียก่อน มีเพียงผู้ที่มีไฟโอสถเท่านั้นถึงจะกลายมาเป็นนักปรุงยาที่แท้จริงได้ และนักปรุงยาที่ดีจะต้องมีพลังจิตศักดิ์สิทธิ์ที่เข้มแข็งด้วย
เขาเองก็มีไฟโอสถแล้วเหมือนกัน! ฉิงเทียนลองเปรียบเทียบตัวเองกับสิ่งจำเป็นที่ไป๋กงหยางอธิบาย ยกเว้นร่างกายของเขาที่เป็นพลังธาตุสายฟ้าแล้ว สิ่งจำเป็นพื้นฐานอื่นๆของเขาก็ตรงกันหมด
ไป๋กงหยางนั้นรู้สึกพึงพอใจอย่างมากกับการตั้งใจฟังของฉิงเทียน จากนั้นเขาก็ได้เปิดปากอย่างช้าๆแล้วกล่าว “อาจารย์อาฉิง ตอนนี้คุณก็อยู่ในระดับหยวนยิงแล้ว คุณลองเรียกพลังไฟโอสถของคุณออกมาให้ข้าดูหน่อยแล้วข้าจะดูให้ว่ามีคุณภาพเป็นเช่นไร
“อยู่นิ่งๆนะ เดี๋ยวข้าจะใช้พลังจิตศักดิ์สิทธิ์ของข้าสัมผัสมันเอง” ไป๋กงหยางกล่าวแล้วก็ค่อยๆเข้าหาสายฟ้าอัคคีในมือของฉิงเทียนด้วยจิตศักดิ์สิทธิ์ของเขา
เจ้าสายฟ้าอัคคีที่อยู่ในมือของฉิงเทียนนั้นจากตอนแรกไฟแรงแค่พอๆกับเทียนไข จู่ๆราวกับมันรู้สึกได้ถึงอันตรายมันก็ได้เร่งไฟขนาดเท่าคบเพลิงออกมาทันที ดูแล้วเหมือนอึ่งอ่างที่กำลังพองท้องซึ่งพอเห็นแล้วก็ตลกดี
เมื่อเห็นเช่นนี้แล้วฉิงเทียนก็ได้ดุมัน “แกนี่ซนจริงๆ ทำตัวเล็กลงเดี๋ยวนี้”
เจ้าสายฟ้าอัคคีที่ถูกดุโดยฉิงเทียนนั้นราวกับว่ามันรู้ตัวว่าทำผิดมันก็ได้รีบหดตัวเล็กลงมา จากนั้นมันก็ใช้ยอดของเปลวเพลิงถูกับมือของฉิงเทียน แล้วจากนั้นยอดของเปลวเพลิงก็ได้ชี้ไปที่ไป๋กงหยาง ราวกับว่ามันรู้สึกได้ถึงอันตราย!
ไป๋กงหยางที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็ยังตกใจไม่เลิกที่เห็นว่าพลังไฟของฉิงเทียนนั้นมีความรู้สึกด้วย “แม่เจ้าโว้ย นี่มันพลังไฟโอสถแบบไหนกัน? แม้แต่พลังไฟของอาจารย์ที่อยู่ในระดับสูงก็ยังไม่มีชีวิตจิตใจเช่นนี้” ในใจของไป๋กงหยางนั้นรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก
เขาจึงได้มองไปที่ฉิงเทียนด้วยแววตาแปลกๆ ชายคนนี้เป็นใครกันแน่ มีสิ่งแปลกๆตั้งมากมายอยู่กับตัวของเขา ไม่ว่าจะจิตศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลัง, ไฟโอสถลึกลับนั่น, มีอาจารย์ระดับเทพเซียน ไป๋กงหยางรู้สึกได้ว่าความรู้ที่เขามีนั้นมันไม่เพียงพอ แต่ทว่าไป๋กงหยางก็ได้แอบตัดสินใจว่าเขานั้นจะเอาใจอาจารย์อาฉิงเสียหน่อย ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่แค่ในระดับหยวนยิง แต่จะไม่น่าแปลกใจเลยที่อาจารย์อาฉิงนั้นอาจจะไปถึงระดับจินเซียนชั้นต้าลัวเลยก็ได้ เมื่อคิดเช่นนี้แล้วไป๋กงหยางก็ได้มองฉิงเทียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความนับถือ
แน่นอนว่าฉิงเทียนนั้นไม่ได้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของไป๋กงหยาง เพราะในเวลานี้เขากำลังสนใจอยู่กับการเรียน
“หลานไป๋ตอนนี้คุณน่าจะสามารถดูระดับพลังของสายฟ้าอัคคีของผมได้แล้วล่ะ! ผมเองก็อยากจะรู้ระดับพลังของมันเหมือนกัน” ฉิงเทียนยื่นมือออกมาตรงหน้าของไป๋กงหยาง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย