บทที่ 319 ช่วยเหลือ (1)
ขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศ ไป๋กงหยางก็ได้กล่าว “แน่นอนว่าด้วยระดับเฟิงเฉินของท่านอาจารย์อาในตอนนี้ต่อให้ระดับหยวนยิงมาเป็น 10 คนก็สู้ท่านไม่ได้!”
ว่าแล้วฉิงเทียนก็ได้นั่งลงขัดสมาธิอีกครั้งเพื่อทำการรักษาเสถียรภาพของพลังวัตรหลังจากที่เพิ่งบรรลุมา ส่วนไป๋กงหยางเองก็ได้กลับเข้าไปในกระถางกำยานวิญญาณเช่นกัน
หลังจากผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืนในการฝึกวิชา ฉิงเทียนก็สามารถคงระดับเฟิงเฉินได้แล้ว
ในเวลานี้เอง ที่โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นมา ฉิงเทียนจึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูแล้วพบว่าเป็นจ้าวก่างที่โทรมา
ทันทีที่รับสายโทรศัพท์ เขาก็ได้ยินเสียงของจ้าวก่างดังขึ้นมาอย่างเร่งรีบ “น้องสี่ ในที่สุดนายก็รับสายเสียที!”
ฉิงเทียนมองดูโทรศัพท์อีกครั้งแล้วพบว่ามีแจ้งไม่ได้รับสายหลายสายอยู่ ตัวเขาในช่วงที่ผ่านมาที่กำลังง่วนอยู่กับการบรรลุชั้นเฟิงเฉินจนไม่รู้สึกตัวเลย แล้วเขาก็ได้ถามกลับไป “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”
“ตระกูลเฉินตกลงยอมที่จะให้ตัวผู้นำตระกูลมาพบกับพวกเรา แต่พวกเขาขอเป็นสถานที่ที่พวกเขาเลือกเท่านั้น” แล้วจ้าวก่างก็ได้บอกต่อเงื่อนไขของตระกูลเฉิน
ฉิงเทียนคิ้วขมวด “คุณได้บอกเงื่อนไขของเราไปแล้วใช่ไหม?”
“บอกไปแล้ว แต่ท่าทีพวกเขานั้นดูไม่ยอมง่ายๆ” จ้างก่างเองก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจตระกูลเฉิน ตระกูลเฉินนั้นไม่ได้เห็นตลาดมืดและตระกูลจ้าวอยู่ในสายตาเลย และไม่มีท่าทีที่จริงใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าถ้าพวกเขาอยากซื้อจริงๆก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะพวกเป็นที่สุดในโลกใบนี้ จ้าวก่างนั้นคงจะตอบปฏิเสธไปแล้วถ้าไม่ใช่เพราะน้องสี่ได้ขอเอาไว้!
“ก็ได้ ตอบตกลงพวกเขาไป แต่เวลาขอเป็นคืนนี้เท่านั้น แล้วถ้าพวกเขายังปฏิเสธอีก ก็เลิกคุยกันได้เลย อีกเดี๋ยวผมจะไปที่นั่น!” ฉิงเทียนพูดตอบกลับไป
“ได้!” ถึงแม้จ่าวก่างจะยังสงสัยอยู่บ้างในใจ แต่เขาก็ยังตกปากรับคำไป
“หึ! สำนักอัคคี, ตระกูลเฉินไม่ว่าพวกแกจะวางแผนอะไรเอาไว้ มันก็เปล่าประโยชน์เมื่อต้องเจอกับความแข็งแกร่งที่แท้จริงนี้” ฉิงเทียนพูดออกมาพึมพำ แน่นอนว่าเขาไม่รู้หรอกว่าตระกูลเฉินนั้นจะตั้งใจหรือไม่ บางทีพวกเขาอาจจะรู้ถึงความสัมพันธ์ของเขากับตลาดมืดของตระกูลจ้าวแล้วก็ได้ แต่ในเวลานี้เขารู้เพียงอย่างเดียวว่าเขาไม่จำเป็นต้องทำลับๆล่อๆแล้ว เขาได้บรรลุชั้นเฟิงเฉินแล้ว และยังมีสัตว์ประหลาดเฒ่าที่อยู่ในระดับจินเซียนอยู่กับเขาอีกด้วย
จากข้อมูลที่เขาได้มาจากสำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาติแล้ว ผู้นำสูงสุดของสำนักอัคคีนั้นอยู่แค่ในระดับเฟิงเฉินตอนปลาย ฉิงเทียนเชื่อว่าผู้ที่รับผิดชอบในเขตเมืองโม๋ตูนี้น่าจะยังไม่ถึงในระดับนั้น ในเมื่อเขาได้แหวกหญ้าให้งูตื่นแล้ว เขาก็ทำได้แค่จัดการพวกเขาด้วยพลังเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
อีกทางด้านหนึ่ง ที่สำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาติสาขาโม๋ตู เฟิงอี้ก็ได้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาสมช.สาขาโม๋ตู
“ผู้อำนวยการครับ ฉิงเทียนนั้นยอมมาเป็นที่ปรึกษาพิเศษให้กับทางสมช.ของเราแล้วครับ นี่คือหนังสือสัญญาครับ” เขาพูดพร้อมกับยื่นหนังสือสัญญาให้กับผู้อำนวยการ
แล้วผู้อำนวยการก็ได้หยิบเอาเอกสารมาดูและตรวจสอบ แล้วจากนั้นเอกสารก็หายเข้าไปในกำไลที่อยู่ที่แขนซ้ายของเขา
แล้วผู้อำนวยการก็ได้พูดด้วยความพึงพอใจ “เฟิงอี้คุณทำดีมาก ในเมื่อฉิงเทียนยอมเข้าร่วมกับทางสตช.ของเราแล้ว ก็ถึงเวลาของเราที่จะจัดการกับสำนักอัคคีแล้ว
เฟิงอี้หัวเราะ “ผู้อำนวยการครับ เริ่มกันเลยเถอะครับ ผมอดใจรอไม่ไหวแล้ว ในช่วงหลายปีมานี้พวกสำนักอัคคีมันเริ่มแผลงฤทธิ์ในเขตการดูแลของสมช.ทางตอนใต้ของเรามากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่ใช่เพราะแรงกดดันจากทางเบื้องบน ผมคงจะจัดการสั่งสอนเขาไปนานแล้ว” เฟิงอี้ถูหมัดของเขาราวกับว่าเขาจะได้เคลื่อนไหวครั้งใหญ่เร็วนี้ๆ
ผู้อำนวยการยิ้มอย่างฝืนๆ “พวกเราต้องคอยระวังเพราะอิทธิพลของพวกเขามาโดยตลอด ยังไงเสียตระกูลเฉินก็เป็นพวกเดียวกับพวกเขา แต่ทว่าในเวลานี้รัฐบาลกลางเองก็เริ่มตัดสินใจที่จะจัดการกับตระกูลเฉินแล้ว ในช่วงนี้ตระกูลเฉินนั้นเริ่มกำเริบเสิบสานมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงแต่จะรีดไถเงินจากประชาชนแล้ว แต่ยังซื้อและขายตำแหน่งอีก ดังนั้นในคราวนี้พวกเราจำเป็นต้องประสานงานกับตำรวจในท้องที่ ซึ่งคุณก็จัดการกับพวกผู้บำเพ็ญเพียรในตระกูลของพวกเขาไป ส่วนคนธรรมดาๆก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเขาจัดการ”
“อีกทั้งปฏิบัติการในครั้งนี้เราเองก็ได้มีที่ปรึกษาพิเศษมากมายในโลกผู้บำเพ็ญเพียรมาเข้าร่วมด้วย และในครั้งนี้คุณจะต้องพาผู้ใต้บังคับบัญชาไปแล้วแสดงฝีมือให้พวกเขาเห็น จะได้มีคนชื่นชมหน่วยงานของเรามากขึ้น พยายามเข้าล่ะ” ผู้อำนวยการสั่งการออกไป
“รับทราบครับผู้อำนวยการ ผมจะรีบไปจัดการทันทีครับ!” เฟิงอี้ตอบทันที ซึ่งมีสีหน้าประหลาดใจในสายตาของเขา ผู้คนจากโลกบำเพ็ญเพียรก็มาเข้าร่วมด้วย ดูเหมือนว่าเขาจะต้องโชว์ฝีมือให้เต็มที่เสียแล้ว
ตั้งแต่ตอนที่เขาฝึกมาถึงระดับจู้จีได้นั้น เขาไม่จำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณก็เพียงพอที่เขาจะล้มชายกล้ามโตหลายคนพร้อมกันได้อย่างสบายๆ
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกพี่ใหญ่ ผมเองก็อยู่ที่นี่ด้วยวางใจได้!” ฉิงเทียนมองไปที่จ้างก่างด้วยสีหน้ามั่นใจ “เมื่อถึงที่นั่นแล้ว คุณก็แค่ยืนอยู่ข้างๆผมก็พอไม่ต้องอยู่ห่างจากผมมากนัก”
“อื้ม! ข้าเข้าใจแล้ว” จ้างก่างผงกหัว
จากนั้นก็เกิดเสียงเงียบขึ้นในรถคันนั้นชั่วขณะหนึ่ง สีหน้าของจ้าวก่างนั่นดูจริงจังมาก แต่ยังมีอารมณ์ที่ตื่นเต้นและกลัวอยู่ในใจของเขา
อีกทางด้านหนึ่ง เฟิงอี้เองก็ได้พาคนมากลุ่มหนึ่งออกมาจากสมช.และมุ่งหน้าไปยังฐานที่มั่นของสกุลเฉิน
ทันทีที่รถหยุด คนขับรถก็ได้บอกกับพวกเขา “นายน้อยครับ ถึงแล้วครับ”
มีคฤหาสน์สไตล์ยุโรปอยู่ตรงหน้าของฉิงเทียน มีแสงไฟส่องไปทั่ว และทั้งคฤหาสน์นั้นก็ดูเงียบมาก แต่ฉิงเทียนก็รู้ดีว่านี่คือรังสีมุ่งร้าย
หลังจากที่ทั้งสองคนลงมาจากรถ ขบวนรถก็ได้หันเลี้ยวกลับไปทันที แน่นอนว่าจ้างก่างนั้นได้ทำการคุยกับพ่อของเขาเรียบร้อยแล้ว
“น้องสี่ พวกเราเข้าไปกันเถอะ!” จ้าวก่างมองไปที่คฤหาสน์ที่อยู่ตรงหน้าเขา แต่น้ำเสียงของเขายังคงแฝงด้วยความหวาดกลัว
ฉิงเทียนที่รู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวในใจของจ้าวก่างก็ได้พูดและยิ้มออกมา “คุณกลัวรึยังไง? ไม่สมกับเป็นพี่ใหญ่ที่ผมรู้จักเลยนะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย