บทที่ 321 ช่วยเหลือ (3)
แน่นอนว่าในเวลานี้ตระกูลเฉินนั้นยังไม่ทราบว่าทางรัฐบาลกับสำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาตินั้นได้เริ่มลงมือต่อต้านพวกเขาแล้ว สมาชิกตระกูลเฉินทั้ง 4 คนนั้นยังฝันหวานอยู่ว่าพวกเขานั้นจะได้ถูกเลือกโดยหานซี่เพื่อที่จะได้ไปอยู่สำนักอัคคี โดยที่ไม่รู้เลยว่าตระกูลของเขานั้นกำลังจะล่มสลาย!
เหมือนที่เขากล่าวเอาไว้ว่า “เมื่อเจอศัตรูตาก็แดงฉาน” ตอนนี้ฉิงเทียนรู้สึกได้ว่าเฉินหยางนั้นได้พุ่งรังสีสังหารมาที่เขาโดยที่ปกปิดเอาไว้ไม่ได้เลย ตั้งแต่ตอนที่เขาเดินเข้ามาในบ้านแล้ว
ในเวลานี้สายตาของเฉินหยางนั้นแดงฉานด้วยความเกลียดชัง จ้องมองมาที่ฉิงเทียนที่อยู่ตรงหน้าเขา เฉินหยางนั้นอยากที่จะถลกหนังของเขาออกมามาก
เมื่อฉิงเทียนหันกลับไปจ้องเฉินหยางตอบ เฉินหยางก็มีท่าทีราวกับหนูเห็นแมว รีบทำเป็นหลบสายตาราวกับว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
ผู้นำตระกูลเฉินนั้นก็ได้คิ้วขมวดเมื่อเขาเห็นลูกชายคนที่สามของเขานั้นมีท่าทีกลัวฉิงเทียน ลูกชายคนที่สามของเขานั้น เป็นชายที่มีจิตใจเย่อหยิ่งเหนือกว่าท้องฟ้า แต่กลับมามีท่าทีกลัวฉิงเทียนเช่นนี้ มันทำให้เขารู้ว่าลูกชายของเขาต้องอดทนมากเพียงใด
แน่นอนว่าจิ้งจอกเฒ่าที่เป็นถึงผู้นำตระกูลเฉินอย่างเขาเองก็อดใจที่ฆ่าฉิงเทียนในทันทีเสียให้ได้เช่นกัน แต่เขายังคงตีหน้าสงบบนใบหน้าแล้วหันไปพูดกับจ้าวก่าง “จากที่เราตกลงกันเอาไว้ก่อนหน้า พวกเราตกลงที่จะซื้อหุ้นในราคา 1 พันล้านดอลลาร์กับยา 1 ขวด เพื่อซื้อหุ้น 100% ของตลาดมืดของพวกเจ้า”
สายตาของฉิงเทียนก็ได้สว่างขึ้นเมื่อได้ยิน 1 พันล้านดอลลาร์ ไม่คิดตระกูลเฉินนั้นจะใจป้ำขนาดนี้
จ้าวก่างก็ได้ยิ้มตอบและหยิบเอาปึกเอกสารออกมาจากกระเป๋าของเขาแล้วพูด “ใช่แล้วครับ และจากที่พวกเราได้ตกลงเอาไว้ก่อนหน้า ผมก็ได้เอาหนังสือสัญญามาด้วย มาทราบว่าเงินและของที่ตกลงกันเอาไว้ทางคุณได้เตรียมเอาไว้แล้วหรือยัง?”
เมื่อเห็นเอกสารที่อยู่ในมือของจ้าวก่างนั้น ผู้นำตระกูลเฉินก็รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก ถ้าเกิดว่าเขาได้ตลาดมืดซึ่งเรียกได้ว่าเป็นไข่ทองคำนี้มาไว้ในมือ อำนาจของตระกูลของเขานั้นก็จะพุ่งทะยานอย่างมาก แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่าต่อจากนี้พวกเขาจะไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเงินอีกแล้ว
ส่วนเรื่องของเงิน 1 พันล้านดอลลาร์นั้นจะให้เขาไปเตรียมมาได้อย่างไร? ในสายตาของเขานั้นอีกเดี๋ยวสองคนนี้ก็ตายแล้ว ผู้นำตระกูลเฉินก็ได้หรี่สายตาของเขาลงแล้วพูดพร้อมกับยิ้ม “หลานจ้าวไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นก็ได้! เรื่องเงินน่ะเตรียมไว้พร้อมแล้ว ไม่จำเป็นต้องกังวล”
จ้าวก่างก็ได้คิ้วขมวดขึ้นมาราวกับดาบสองเล่มปะทะกัน และพูดอย่างไม่พอใจ “ผู้นำตระกูลเฉิน นี่มันหมายความว่าอย่างไรครับ?”
ฉิงเทียนที่นั่งอยู่ข้างๆเขานั้น ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยตั้งแต่เข้ามา และใช้พลังจิตศักดิ์สิทธิ์ของเขาตรวจสอบทั่วทั้งคฤหาสน์นี้ คฤหาสน์นี้ถูกล้อมด้วยคนจำนวนหนึ่ง
“หึ ได้เวลาลงมือแล้วล่ะ!” ฉิงเทียนคิดในใจ
ในเวลานี้บรรยากาศในห้องนั้นก็ได้เปลี่ยนไปหนักอึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ จ้าวก่างกล่าว “ผู้นำตระกูลเฉิน คุณคิดจะทำผิดสัญญาของเราอย่างนั้นเหรอ?”
“ฮ่าๆ หลานจ้าวพูดอะไรเช่นนั้น ตาแก่คนนี้ไปทำผิดสัญญาตั้งแต่เมื่อไรกัน?” ผู้นำตระกูลเฉินหัวเราะขนาดที่ลูบหนวดของเขา
“ถ้าเช่นนั้นแล้วที่ท่านผู้นำตระกูลเฉินทำมันหมายความว่าอย่างไร?” สีหน้าของจ้าวก่างนั้นได้โกรธเกรี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจริงๆแล้วจ้าวก่างนั้นแกล้งทำไปเช่นนั้น เขารู้อยู่แล้วว่าตระกูลเฉินนั้นคงเล่นไม่ซื่อแน่ๆอยู่แล้ว
“หมายความว่าอย่างไร? ก็หมายความว่าฉันคิดจะยึดเอาตลาดมืดมาจากพวกแกโดยไม่ต้องเสียเงินสักกะแดงยังไงล่ะ?” เฉินเสี่ยวตอบขณะที่ถือกระจกไว้ในมือข้างหนึ่งและทำการผัดแป้ง
จ้าวก่างก็ได้แกล้งทำเป็นตกใจ “พวกคุณคิดจะเล่นสกปรกเรอะ!”
“อะไรกันแกไม่เคยได้ยินคำว่า “มืดกินมืด ดำกินดำ” เหรอ? พวกเราคิดที่จะกินตลาดมืดของแกยังล่ะฮิๆ!” เฉินเสี่ยวมองไปที่จ้าวก่างที่กำลังทำสีหน้าโมโหและหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย
“ฉันจะฆ่าแก อีกะเทย” จ้าวก่างพูดอย่างดุดัน”
เมื่อถูกพูดเช่นนี้โดยจ้าวก่าง หนุ่มหน้าสวยอย่างเฉินเสี่ยวก็ตกใจและชี้ไปที่จ้าวก่างอย่างโกรธเกรี้ยวจนมือสั่น “แก แกคิดว่ากำลังเรียกใครอยู่หา?” ถึงแม้ว่าเขานั้นจะเป็นกะเทย แต่เขาก็เกลียดการที่คนอื่นมาเรียกเขาว่าเป็นกะเทยมากที่สุด
“ก็เรียกแกในสิ่งแกเป็นยังไงล่ะอีกะเทย ข้าก็คิดอยู่แล้วว่าตระกูลเฉินมันไม่มีดีอยู่แล้ว และคิดไว้อยู่แล้วด้วยว่าพวกแกจะต้องเล่นไม่ซื่อแน่ๆ” จ้าวก่างพูดพร้อมกับออกแรงที่มือของเขา แล้วเอกสารก็ได้ถูกฉีกออกจากกันจนกลายเป็นเศษผงทันที
จากทางด้านซ้ายของจ้าวก่าง หมัดของเฉินเสี่ยวกำลังพุ่งมาหาเขาในระยะห่าง 3 ฟุต
จ้าวก่างก็ได้ถอยหลบหมัดขวาของเขา แล้วถอยออกมารักษาระยะแล้วตะโกน “แม่งเอ๊ยอีกะเทยนี่ ทำเป็นเหมือนผู้หญิง แต่กลับสามารถทำฉันได้ถึงขนาดนี้ ฉันต้องเอาจริงบ้างแล้ว!” จ้าวพูดอย่างดุดัน
จ้าวก่างกำหมัดทั้งสองข้างแน่น แล้วระเบิดพลังวิญญาณของเขาออกมา ทำให้สิ่งของต่างๆในห้องถึงกับลอยขึ้นมา
“บ้าน่า เจ้าเด็กนี่สามารถบรรลุถึงขัดจู้จีกลางได้อย่างนั้นรึ” ไป๋กงหยางพูดอย่างตกใจเหมือนเห็นเขาสามารถบรรลุได้ระหว่างการต่อสู้ เจ้าเด็กนี่คลั่งการต่อสู้จริงๆ!
“ไม่นึกเลยว่าพี่ใหญ่จะสามารถบรรลุได้ในการต่อสู้เช่นนี้” ฉิงเทียนพูดอย่างประหลาดใจ
ในเวลานี้ เฉินเสี่ยวก็ได้จ้องไปที่จ้าวก่างที่แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ทำไมเขาถึงได้มีพลังวิญญาณหลงเหลืออยู่มากขนาดนั้น ในขณะเดียวกันเขากลับรู้สึกว่าพลังวิญญาณของตัวเขาเองนั้นเหลืออยู่แค่เพียงน้อยนิด
ในเวลานี้เฉินชี่เองก็ได้เข้ามาร่วมแจม “น้องสอง ฉันจะช่วยนายเอง!”
“หึ พวกแกมากันทั้งหมดนั่นน่ะแหละ!” จ้าวก่างตะโกนกู่ก้องขึ้นฟ้า เขานั้นรู้สึกดีมากอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“ลุยล่ะนะ!” แล้วจ้าวก่างก็ได้กำหมัดสองข้างแล้วพุ่งเข้าหาเฉินเสี่ยวและเฉินชี่ราวกับอุกกาบาต
“เจ้าเด็กนี่ มันทรงพลังเช่นนี้ได้อย่างไร แล้วทำไมคนของสำนักอัคคีถึงยังไม่ลงมืออะไรอีก?” มองดูเหตุการณ์นี้อยู่ห่างๆ ผู้นำตระกูลเฉินรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา
เฉินชี่นั้นไม่ได้มีทีท่าจะหลบเลยแม้แต่น้อย แล้วปะทะเข้ากับหมัดของจ้าวก่างด้วยร่างกายของเขา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย