บทที่ 323 ช่วยเหลือ (5)
“ท่านอาจารย์อาครับ ยังไม่ลงมืออีกเหรอครับ?”
“จะรีบร้อนไปไหนกัน? อยู่ดูชมอะไรน่าสนใจกันก่อน” ชายชราพูดอย่างไม่สนใจอะไร
“ท่านอาจารย์อาคะ ข้างล่างนั่นมีคนจากสำนักอัคคีถึง 10 คนเลยนะคะ แล้วถ้าพวกเขาตั้งค่ายกลได้สำเร็จ ฉิงเทียนจะสามารถต่อต้านได้เหรอคะ?” หญิงสาวผู้หนึ่งที่สวมชุดสีเหลืองและสีหน้าของเธอนั้นดูเป็นกังวล
“หืม? เสี่ยวเอี๋ยนของเราเป็นห่วงเขาอย่างนั้นเหรอ?” ชายชรามองไปที่ผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าเสี่ยวเอี๋ยน
“ท่านอาจารย์อา! ท่านพูดอะไรของท่านน่ะ?” แล้วเสี่ยวเอี๋ยนก็ได้หลบหน้าของเธอด้วยความอาย
ชายชราที่เห็นหลานศิษย์ของเธอเสี่ยวเอี๋ยนหน้าแดง เขาก็ได้ลูบหนวดของเขาอย่างยินดีแล้วหัวเราะ “ฮ่าๆ ข้าเลิกแกล้งเจ้าก็ได้เสี่ยวเอี๋ยน”
“แล้วเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องไปกังวลเจ้าหนุ่มที่อยู่ข้างล่างนั่นหรอก พลังวัตรของเจ้าหนุ่มนั่นอยู่ในระดับเฟิงเฉินแล้ว คนของหานซี่นั้นไม่ใช้คู่มือของเขาหรอก เว้นเสียแต่เจ้าเฒ่าหานต้งจะลงมือเอง” ชายชราลูบหนวดของเขาแล้วอธิบาย
“เจ้าหนุ่มนี่มีพลังวัตรอยู่ในระดับเฟิงเฉินเลยอย่างนั้นเหรอ?”
คำพูดของชายชราทำให้ทั้งสี่คนชายหญิงนั้นถึงกับตกใจเป็นสีหน้าเดียวกัน แล้วสายตาของพวกเขาก็ได้จับจ้องไปที่ฉิงเทียน
เขาอยู่ในระดับเฟิงเฉินแล้ว มันเป็นไปได้อย่างไรกัน? ในกลุ่มของพวกเขานั้นเรียกได้ว่าเป็นลูกศิษย์ระดับหัวกะทิในสำนัก แต่ก็อยู่แค่ในระดับหยวนยิงเท่านั้น
แล้วชายคนหนึ่งที่สูงและหล่อเหล่าก็ได้พูดอย่างไม่เชื่อ “ท่านอาจารย์อาครับ ท่านคงจะดูผิดไปแล้ว อย่างเขาน่ะเหรอจะมีพลังวัตรอยู่ในระดับเฟิงเฉิน
“หืม ถึงข้าจะชราแล้ว แต่สายตาข้าก็ยังดีอยู่นะ” ชายชราพูดอย่างมั่นใจและลูบหนวดของเขาต่อ
“ถ้าเช่นนั้นแล้วเขาอายุเท่าไรกันล่ะคะ?” เสี่ยวเอี๋ยนก็ได้ถามอย่างสงสัย ซึ่งเธอนั้นชื่อในคำพูดของท่านอาจารย์อาของเธอ
ชายชราก็ได้กางนิ้วออกมา 5 นิ้วและพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ “น่าจะไม่เกิน 50 ปี!”
ถึงแม้พวกเขาจะเห็นได้จากสีหน้าของฉิงเทียนว่า ฉิงเทียนนั้นดูยังไม่แก่มา แต่พวกเขาต่างก็ตกใจเมื่อได้ยินที่ท่านอาจารย์อาของพวกเขาพูด เขามีพลังวัตรอยู่ในระดับเฟิงเฉินทั้งๆที่อายุยังไม่เกิน 50 ปี ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเขา
เมื่อเห็นสีหน้าที่ตกใจของคนเหล่านี้แล้ว ชายชราก็รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก เขานั้นได้พูดเรื่องของพลังวัตรและอายุของฉิงเทียนออกมาก็เพื่อใช้ในการสั่งสอนศิษย์ของเขาซึ่งชอบหยิ่งยโสคิดว่าตัวเองเป็นเลิศที่สุดแล้ว
เมื่อเห็นว่าเป้าหมายของเขานั้นสัมฤทธิผลแล้ว ชายชราก็ได้หันความสนใจของเขากลับไปยังฉิงเทียนต่อ
ในขณะนี้ หานซี่ได้สั่งให้คนของเขานั้นเข้าล้อมฉิงเทียนและจ้าวก่างเอาไว้ แล้วทั้ง 11 คนก็ได้ทำท่าทางแบบเดียวกัน
จ้าวก่างที่ยืนมองดูอยู่ข้างในวงล้อม เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของพวกเขาแล้วจึงได้พูดจากวนๆออกมา “น้องสี่ พวกเขากำลังเต้นกันอยู่เหรอ?”
ฉิงเทียนจึงได้หัวเราะออกมา “สงสัยที่พี่ใหญ่พูดจะถูก”
“พวกคุณจะทำการอัญเชิญเทพลงมารึยังไง? นี่พวกเรากำลังต่อสู้อยู่นะ ถ้าพวกคุณไม่ลงมือผมลงมือก่อนนะ” ฉิงเทียนพูดอย่างหมดความอดทน
ทันทีที่เขาพูดจบ ฉิงเทียนก็ได้ปล่อยกระบี่อัสนีสวรรค์ที่ส่งเสียงเปรี๊ยะๆออกมาพุ่งเข้าใส่ 1 ในนั้น
แล้วหานซี่ก็ได้ตะโกนออกมา “โจมตี!”
แล้วในตอนนั้นเองที่กระบี่บินได้ทั้ง 11 เล่มก็บินไปรวมกับกระบี่ที่กระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้องให้กลับมารวมกันกลายเป็นกระบี่บินได้ขนาดยักษ์
“เหล่าศิษย์น้องทั้งหลาย วันนี้พวกเราจะสังหารเจ้าฆาตกรชั่ว” หานซี่ตะโกนเสียงดัง
“ได้ครับศิษย์พี่ใหญ่”
จึงได้ส่งพลังวิญญาณทั้งหมดในตัวไปยังกระบี่บินขนาดยักษ์นั่น
กระบี่ทั้งสองเล่มต่างก็ได้รับพลังวิญญาณที่เพิ่มมากขึ้นจากเจ้าของ ซึ่งทำให้พวกมันนั้นส่องแสงมากขึ้นกว่าเดิม และพลังดึงดูดรอบๆก็เพิ่มมากขึ้นไปอีกด้วย
“โว้ว” ทั้งกำแพงและเพดานทั่วทั้งคฤหาสน์นั้นล้วนถูกดึงดูดหายเข้าไปในหลุมดำนั้น
แล้วในเวลานี้เอง ที่ผู้นำตระกูลเฉินก็ได้ร้องขอให้ช่วย “ผู้อาวุโสหาน! ช่วยพวกเราด้วย” ในตอนนี้ทั้งสี่คนของตระกูลเฉินนั้นกำลังกอดกันแน่น และไม่สามารถที่จะต้านแรงดึงดูดอันมหาศาลได้ ร่างของพวกเขาจึงได้เริ่มลอยเข้าไปหาหลุมดำนั้น
หานซี่เองก็คิ้วขมวดขึ้นมาเมื่อเขาได้ยินเสียงเรียกขอให้ช่วย แต่เขาก็ไม่มีทีท่าที่จะขยับเลยแม้แต่น้อย เพราะหานซี่นั้นรู้สึกได้ว่าในเวลานี้หากเขาไขว้เขวไปแม้แต่น้อยเขาคงได้ถูกฉิงเทียนขยี้จมพื้นดินเป็นแน่แท้
หานซี่จึงได้ไม่ห่วงชีวิตของคนเหล่านี้เลย หากว่าเขาสามารถที่จะกำจัดฉิงเทียนได้ การเสียสละของคนเหล่านี้ก็ถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว
อีกทางด้านหนึ่ง “น้องสี่ ช่วยด้วย!” จ้าวก่างที่รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขานั้นเริ่มที่จะฝืนไม่อยู่แล้ว และเริ่มลอยเข้าไปหาแรงดึงดูดมากขึ้นเรื่อยๆ
ฉิงเทียนไม่ลังเลที่จะยื่นมือออกไปคว้าจ้าวก่างที่กำลังลอยอยู่เอาไว้ แล้วในตอนนั้นเองที่แสงของกระบี่อัสนีสวรรค์ได้อ่อนลง เมื่อเห็นเช่นนี้แล้วหานซี่ก็ได้ตะโกนออกมาอย่างยินดี “เหล่าศิษย์น้องช่วยหนุนข้าด้วย”
แล้วทั้ง 11 คนก็ได้ช่วยกันส่งพลังวิญญาณทั้งหมดในตัวของพวกเขาส่งไปยังกระบี่ยักษ์นั่น
แล้วในตอนนั้นเองที่ฉิงเทียนรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากกระบี่อัสนีสวรรค์ที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ส่วนตระกูลเฉินทั้งสี่คนนั้นก็ลอยเข้าใกล้หลุมดำมากขึ้นเรื่อยๆ
“ฮ่าๆ จะจัดการพวกแกน่ะใช้แค่มือข้างเดียวก็พอ” ฉิงเทียนหัวเราะอย่างเย็นชา
แล้วกระบี่อัสนีสวรรค์ก็ได้ถอยกลับมาเข้ามือของฉิงเทียน และมืออีกข้างของเขาก็ได้จับจ้าวก่างที่กำลังลอยไปอีกทางอย่างรวดเร็ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย