บทที่ 349 บริษัทซูกรุ๊ป
ยืนอยู่ตรงหน้าประตูของบริษัทซูกรุ๊ป แล้วฉิงเทียนก็มองดูตัวเองที่แต่งชุดธรรมดาๆมา
“เฮ้อ เราโดนลากให้มาทำงานเป็นลูกจ้างจนได้สิน้า” ในตอนแรกที่ผู้เฒ่าซูได้พูดถึงเรื่องนี้เมื่อคืน ฉิงเทียนนั้นคิดที่จะปฏิเสธไป แต่พอมองไปที่สายตาที่คาดหวังของเสวี่ยเอ๋อแล้ว ทำให้เขาต้องกัดฟันยอมตกลงไป
เขาสามารถพูดได้ว่านับตั้งแต่ตอนที่เขาลาออกจากงานมา เขาก็ไม่ได้ทำงานอะไรเลยมานานเป็นปีแล้ว แล้วก็ถูกลากให้ต้องกลับมาทำงานอีกครั้ง แล้วไม่รู้เลยว่าตำแหน่งไหนที่ซูเสวี่ยได้เตรียมไว้ให้เขา
“ช่างมันเถอะ เลิกมัวคิดมากดีกว่า ถ้าไม่เข้าไปแล้วเมื่อไรจะรู้” ว่าแล้วฉิงเทียนก็ได้ก้าวข้าเดินไปที่ประตู
ในขณะที่เขาจะเข้าไปในประตูนั้นเอง รปภ.ก็ได้ออกมาห้ามฉิงเทียนเอาไว้
“ไม่ทราบว่ามาติดต่อหาใครเหรอครับ?”
ฉิงเทียนมองไปที่รปภ.ที่รับผิดชอบและตั้งใจทำงาน เขาจึงได้พูดพร้อมกับยิ้ม “วันนี้ผมมาทำงานครับ”
“มาทำงานอย่างนั้นเหรอครับ แต่ช่วงนี้ผมไม่ได้ยินเรื่องที่บริษัทเปิดรับพนักงานใหม่เลยนะครับ? ไม่ทราบว่าคุณมีเอกสารสมัครงานมารึเปล่าครับ?” รปภ.คนนั้นได้มองดูฉิงเทียนอย่างสงสัย สายตาของเขานั้นดูท่าทางระวังตัวมาก
เอกสารสมัครงาน ต้องมีเอกสารสมัครงานด้วยเหรอ? ฉิงเทียนจึงได้ส่ายหัวแล้วพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ไม่มีครับ แต่ผมถูกจ้างให้มาทำงานที่บริษัทนี้จริงๆนะ”
“ถ้าเช่นนั้นผมก็ไม่สามารถปล่อยให้คุณเข้าไปด้านในได้จริงๆครับ” รปภ.ปฏิเสธทันที
ด้วยความหมดหนทาง เขาจึงได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาซูเสวี่ย แต่ก็ไม่ได้รับสาย ฉิงเทียนจึงได้ยืนอยู่ที่หน้าบริษัทอย่างช่วยไม่ได้
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับฉิงเทียนที่จะเข้าไปด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา แต่ฉิงเทียนก็ไม่ได้คิดที่จะใช้กำลังฝ่าเข้าไป เพราะที่นี่ก็ถือเป็นบริษัทของเขา แล้วเขาจะใช้กำลังฝ่าเข้าไปทำไม?
“คุณรปภ.ครับ ผมทำงานที่บริษัทนี้จริงๆครับ ไม่อย่างนั้นผมจะเอาเบอร์โทรศัพท์ของท่านประธานบริษัทคุณให้ดูก็ได้” ฉิงเทียนก็ได้หยิบเอาโทรศัพท์ออกมาแล้วโชว์ให้รปภ.ดู
รปภ.ก็ได้ส่ายหัวของเขาแล้วพูดตอบออกมา “ผมไม่รู้จักเบอร์โทรศัพท์ของท่านประธานหรอกครับ”
ในเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่คนเริ่มมาเข้าทำงานแล้ว และพากันมองมาที่ฉิงเทียนอย่างสงสัย
ไม่นานนักก็ได้มีชายวัย 30 รูปร่างอ้วนสวมชุดสูท ที่คิ้วขมวดและพูดตวาดใส่ฉิงเทียน “แกเป็นใครแล้วมาทำอะไรที่หน้าบริษัทของเรา?”
เมื่อรปภ.เห็นเขาก็ได้พูดด้วยความเคารพ “คุณเจียงครับ ผู้ชายคนนี้เขาบอกว่าเขาเป็นพนักงานใหม่ของบริษัทเราครับ”
“อะไรนะพนักงานใหม่? บริษัทเรารับคนเข้าทำงานใหม่ตั้งแต่เมื่อไร?” แล้วชายคนนั้นก็ได้กวาดสายตามายังฉิงเทียนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงต่อว่า “ไอ้หนู ช่วงนี้บริษัทของเราไม่ได้รับสมัครพนักงานใหม่ แต่แกกลับบอกว่าเป็นพนักงานเข้าใหม่ของเรางั้นเหรอ? คิดว่าพวกเราโง่มากนักรึยังไงหะ?”
แล้วทุกคนก็พากันหัวเราะพร้อมกันเมื่อพวกเขาได้ยินที่ชายคนนี้พูด สายตาของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยการดูถูก ในสายตาของพวกเขานั้นคิดว่าฉิงเทียนนั้นคงจะโกหกจริงๆ
ในสถานการณ์เช่นนี้ ฉิงเทียนไม่อาจโต้เถียงอะไรได้จริงๆ นี่มันวันซวยอะไรของเขาเนี่ย? มาทำงานวันแรกก็โดนหาว่าเป็นคนโกหกแล้ว!
“จะว่าไป ชายคนนี้บอกว่าเขานั้นมีเบอร์โทรศัพท์ของท่านประธานซูด้วยนะครับ?” รปภ.คนนั้นหลังจากที่นึกอะไรบางอย่างออกก็ได้พูดขึ้นมา
เมื่อได้ยินที่รปภ.พูด ชายคนนั้นก็หัวเราะแล้วมองไปที่ฉิงเทียนด้วยสายตาเต็มไปด้วยความขำขัน “ไอ้หนู ข้าไม่รู้หรอกนะว่าแกไปได้เบอร์โทรศัพท์ของท่านประธานซูมาได้อย่างไร แต่ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะเรียกตำรวจ”
ฉิงเทียนมองดูชายคนนี้ทำเป็นโชว์ออฟต่อหน้าเขา แล้วทำตัวเป็นผู้อาวุโสไม่ฟังเสียงเด็ก
ฉิงเทียนก็ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพูดกับชายอ้วน “เบอร์ประธานซูใช่เบอร์ 1…..” ฉิงเทียนก็ได้บอกเบอร์ของซูเสวี่ยอย่างรวดเร็ว
แต่เมื่อฉิงเทียนได้บอกเบอร์โทรศัพท์ของซูเสวี่ยไปแล้ว กลับไม่มีใครที่ตอบสนองเลย
“ฮ่าๆ ไอ้หนูแกคิดว่าแค่บอกเบอร์โทรศัพท์แล้วพวกเราจะเชื่อเหรอ คิดว่าพวกเราเป็นใครกัน? ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ บริษัทของพวกเราจะได้เริ่มงานกัน” ชายอ้วนแซ่เจียงก็ได้พูดอย่างหมดความอดทน
ฉิงเทียนจึงฉุกคิดได้ว่าคนเหล่านี้คงเป็นแค่พนักงานในระดับกลางๆของบริษัท และพวกเขาคงจะไม่รู้จักเบอร์ของเสวี่ยเอ๋อก็ได้ แต่ชายคนนี้ดูจองหองมากแล้วยังด่าว่าเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก!
“แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่านี่ไม่ใช่เบอร์โทรศัพท์ของประธานซู? คุณมีเบอร์โทรศัพท์ของประธานซูอย่างนั้นเหรอ” ฉิงเทียนพูดด้วยสีหน้าที่ไม่ดีและแกล้งทำเป็นไม่รู้
สีหน้าของชายอ้วนก็ได้เปลี่ยนทันทีเมื่อเขาได้ยินที่ฉิงเทียนพูด แต่เขาก็ได้รีบเปลี่ยนสีหน้ากลับอย่างรวดเร็ว เขานั้นไม่มีโทรศัพท์ของท่านประธานซูจริงๆ แต่เขาจะปล่อยให้คนชั้นต่ำอย่างชายคนนี้รู้ไม่ได้ จึงได้ทำหน้าเชิดขึ้นมาแล้วพูด “แน่นอนข้าย่อมมีเบอร์โทรศัพท์ของประธานซูอยู่แล้ว ด้วยความสัมพันธ์ของข้ากับท่านประธานแล้ว อย่าว่าแต่จะมีเบอร์โทรศัพท์เลย ข้าเคยไปที่บ้านของท่านประธานซูมาแล้วด้วยซ้ำ” ชายอ้วนก็ได้เริ่มพูดโอ้อวดตัวเองว่าเขานั้นสนิทกับท่านประธานซูมากเพียงไหน
ที่เขากล้าพูดออกมาเช่นนั้นก็เพราะว่าเขานั้นรู้ว่าพนักงานชั้นรากหญ้าส่วนใหญ่ที่นี่ย่อมไม่มีโอกาสที่จะได้พบกับประธานซูอยู่แล้ว
เมื่อผู้คนได้ยินที่ชายอ้วนพูดแล้ว พวกเขาต่างก็พากันเชื่อแล้วพูดขึ้น “ว้าว ผู้จัดการเจียงไม่คิดว่าคุณจะสนิทกับท่านประธานซูถึงขนาดนี้”
“ผู้จัดการเจียง คุณนี่แอบซุ่มเงียบจังเลยนะครับ!”
เมื่อได้ยินเสียงอิจฉาจากรอบๆตัวเขาแล้ว เจียงถิงก็รู้สึกเหมือนกับตัวลอยขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ทันทีที่ข้าได้ยินเบอร์โทรศัพท์ที่แกบอกมา ข้าก็รู้ทันทีว่ามันไม่ใช่!” เจียงถิงพูดด้วยสีหน้าที่ภูมิใจ ไขมันบนใบหน้าของเขาก็ได้กระเพื่อมด้วย
ด้วยแรงที่ออกไปอย่างมากจึงทำให้ตัวเขาเสียหลักล้มลงไปข้างหน้าทันที ทำให้ผู้คนที่มุงดูอยู่พากันหัวเราะออกมา
“ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดู!” ฉิงเทียนหัวเราะขณะที่ยืนอยู่ไกลๆ
ร่างอ้วนๆของเจียงถิงก็ได้กระหน่ำฟาดไม้กระบองใส่ฉิงเทียนซึ่งก็หลบได้อย่างแม่นยำทุกครั้งที่เขาฟาดใส่ฉิงเทียน
“แฮ่กๆ” แล้วเจียงถิงก็ได้ก้มตัวมาข้างหน้าแล้วหอบ หัวอ้วนๆของเขามีเหงื่อไหลออกมาราวกับฝน
“อ้าว ไม่เข้ามาแล้วเหรอ?” ฉิงเทียนยืนอยู่ตรงหน้าเขา และเผยยิ้มฟันขาวสองแถวแล้วถามเขาพร้อมกับยิ้ม
“ยัง ยังหรอกโว้ย” เมื่อสักครู่เจียงถิงที่เหนื่อยหอบก็ได้ชี้มาที่ฉิงเทียนที่อยู่ตรงหน้าเขาด้วยไม้กระบอง แล้วในขณะเดียวกันก็โบกไม้โบกมือไปที่ฝูงชน “ใครก็ได้ไปจับเจ้าเด็กหนุ่มนั้นให้ข้าหน่อย แล้วข้าจะเลื่อนตำแหน่งและเพิ่มเงินเดือนให้”
ทันใดนั้นก็ได้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาในฝูงชน และก็บางคนที่รู้สึกตื่นเต้นและสนใจ
แล้วก็ได้มีชายที่ดูแข็งแรง 3 คนเดินออกมาจากฝูงชนแล้วพูดกับเจียงถิงอย่างประจบประแจง “คุณเจียงครับ ไม่ต้องกังวลนะครับเจ้าเด็กนั่นบังอาจล่วงเกินคุณ พวกเราจะช่วยคุณจับเขาให้เดี๋ยวนี้แหละครับ”
เจียงถิงรู้สึกพึงพอใจขึ้นมาที่เห็นคนออกมาช่วยเขาแล้วพูด “หากว่าพวกเจ้าจับเขาให้ข้าได้ ข้าจะเลื่อนขั้นให้อย่างแน่นอน” แล้วจากนั้นเขาก็ได้นั่งพักที่เก้าอี้
แล้วทั้งสามคนเมื่อได้ยินว่าจะเลื่อนขั้นให้ก็รู้สึกชื่นใจ แล้วพวกเขาต่างก็มองมาที่ฉิงเทียนด้วยรอยยิ้มที่น่าสะอิดสะเอียนแล้วกล่าว “ไอ้หนู แกควรจะคุกเข่าลงแล้วขอโทษผู้จัดการเจียงเสียดีๆ ไม่อย่างนั้นจะโทษว่าพวกพี่โหดร้ายไม่ได้นะ” หลังจากที่พูดจบก็ได้กำหมัดแล้วหักนิ้วจนมีเสียงดังกร็อบ แสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้นั้นฝึกวิชามาบ้าง
แล้วฉิงเทียนก็ได้พูดโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ผมจะเล่นกับพวกคุณด้วยก็ได้นะ!”
ในขณะที่เริ่มมีคนมามุงดูมากขึ้นเรื่อยๆอยู่นั้น ในตึกของบริษัทซู มีชายคนหนึ่งที่สวมชุดสูทแบรนด์ดังและยังสวมนาฬิกาข้อมือรุ่นจำนวนจำกัด มีใบหน้าที่หล่อเหล่ากระชากใจสาวๆ แต่ในเวลานี้กลับมีสีหน้าหดหู่
“บ้าเอ๊ย, ตระกูลของเราทำงานอย่างหนักเพื่อตระกูลซูมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ตำแหน่งรองประธานบริษัทกลับไม่ใช่ของเรา” ชายหน้าหล่อคนนั้นตะโกนออกมา
“แล้วคุณรู้แล้วหรือว่าใครได้เป็นรองประธานบริษัทน่ะ?” ชายคนอีกคนหนึ่งที่รู้สึกได้ว่าชายหน้าหล่อคนนั้นกำลังหมดความอดทน จึงได้ถามอย่างใจเย็น
แล้วชายหนุ่มอีกคนหนึ่งก็ได้รีบพูดกลับมา “คุณเฟิง คุณไม่รู้เหรอว่าท่านประธานซูนั้นเก็บความลับดีมากขนาดไหนน่ะ แล้วเธอก็บอกแล้วว่าจะไม่ประกาศว่าเป็นใครจนกว่าจะถึงการประชุมในตอนเช้าวันนี้”
“ชิ อีนังนั่น สักวันผมจะจัดการกับเธอบนเตียงและให้เธอต้องมองมาที่ผมด้วยความโกรธแค้นทุกวัน” ชายหน้าหล่อพูดพร้อมกับเผยรอยยิ้มเต็มไปด้วยกามตัณหาออกมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย