บทที่ 355 หลบหนี
“หายไปแล้ว!” ทั้งสี่คนนั้นคลุมทั้งตัวด้วยผ้าดำ เหลือไว้แต่เพียงตาสองข้างรอดออกมา ซึ่งแต่ละคนในมือถือดาบคาตานะกันคนละเล่ม และมองมาที่ฉิงเทียนที่หายไปอย่างประหลาดใจ
“พวกแกกำลังมองหาฉันอยู่เหรอ?” มีเสียงของฉิงเทียนดังมาจากข้างหลังพวกเขา
“ฆ่ามัน!” แล้วทั้งสี่คนก็หาได้ลังเลไม่ มือจับดาบคาตานะวิ่งเข้าหาฉิงเทียน
“นายท่านระวังตัวด้วยเจ้าค่ะ!” เสียงเตือนของเพ่าฝูดังขึ้นมาในหัวของเขา
“เพ่าฝู เจ้าตื่นอยู่อย่างนั้นเหรอ?” ฉิงเทียนพูดอย่างดีใจ เนื่องจากเพ่าฝูนั้นได้หายไปนานมากแล้ว
แล้วจู่ๆเพ่าฝูก็ได้พูดขึ้นมาต่อ “นายท่าน ระวังทางซ้ายเจ้าค่ะ”
เขาพบชายชุดดำโผล่มาจากทางซ้ายพร้อมดาบคาตานะในมือ ซึ่งแฝงไปด้วยความกระหายเลือดแล้วฟันลงไปอย่างแรงที่ฉิงเทียน
ฉิงเทียนก็ได้หลบออกข้างๆ “บ้าจริง เพ่าฝูฝากช่วยดูสองคนที่เหลือที่อยู่ข้างหลังผมด้วย แล้วช่วยบอกผมทันทีที่มีอันตราย ผมจะต้องจัดการเก็บกวาดสองคนนี้ก่อน” ฉิงเทียนกล่าว
จากนั้นก็ได้เข้ารุกใส่คนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่ราวกับสายลม เหลือเอาไว้แต่เพียงภาพติดตาที่ลอยอยู่กลางอากาศ ในชั่วพริบตาเดียวฉิงเทียนก็ได้มาอยู่ข้างหน้าชายคนนั้นแล้ว
ฉิงเทียนได้ซัดชายชุดดำคนหนึ่งด้วยหมัด “ฟิ้ว” แต่แล้วชายคนนั้นก็ราวกับล่องหนไป ร่างกายของเขาจู่ๆก็หายไปจากตรงหน้าของฉิงเทียน ทำให้หมัดของฉิงเทียนต่อยลม
ชายคนนั้นได้โผล่มาจากทางขวาแล้วหมายที่จะสังหารเขา และออกหมัดที่รุนแรงใส่เข้าที่ขมับของฉิงเทียน ถ้าเกิดหมัดนี้โดนเข้ากับขมับของฉิงเทียนล่ะก็ ฉิงเทียนคงได้ลงไปร่วงอย่างแน่นอน
แต่เพราะฉิงเทียนนั้นรู้สึกได้ถึงอันตรายที่มาจากหมัดของชายคนนั้นเสียก่อน
ฉิงเทียนจึงได้โยกหัวหลบไปข้างหลังอย่างฉิวเฉียด หมัดของชายคนนั้นเฉี่ยวเข้าจมูกของเขาและผ่านเลยไป สายลมที่รุนแรงพาดผ่านหน้าของเขาไป ราวกับมีมีดมาเฉือนหน้าของเขาไปอย่างถากๆ และมีเลือดออกมาจากหน้าของเขา
“บ้าฉิบ!” ฉิงเทียนได้รับบาดเจ็บ “พลังวัตรของพวกเขาอยู่ในระดับไหน เพ่าฝู?”
“เรียนนายท่าน หนึ่งในนั้นอยู่ในระดับหยวนยิงขั้นปลายเจ้าค่ะ” เพ่าฝูตอบ
“ส่งคนมาฆ่าฉันทั้งทีแต่มีแค่ระดับหยวนอิงแค่ 4 คนอย่างนั้นเหรอ? จะดูถูกไปหน่อยไหม? สงสัยจะต้องเอาจริงให้เห็นหน่อย” ฉิงเทียนพูดขึ้นมาอย่างโกรธเกรี้ยว
เขาหลบการโจมตีของชายคนหนึ่ง แล้วยื่นมือสวนกลับอย่างดุดัน จากนั้นก็คว้ามือของชายคนนั้นเอาไว้ หมายที่จะจับ
“ระวังด้วยเจ้าค่ะนายท่าน อีกสามคนที่อยู่ข้างหลังกำลังจะสังหารนายท่านเจ้าค่ะ!” เพ่าฝูพูดด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฉิงเทียนจึงไม่รอช้า และทำการบิดแขนของชายคนนั้นอย่างรุนแรงแล้วบิดตัวของเขาในทันที และในขณะเดียวกันก็ดึงเอาชายคนนั้นเข้ามาแล้วขว้างใส่อย่างรุนแรงเพื่อยับยั้งการโจมตีของทั้งสามคน
“พวกแกเป็นใครกัน?” ฉิงเทียนถาม
“หึ คิดเหรอว่าข้าจะบอกแก!” แล้วทั้งสี่คนก็ไม่รอช้าแล้วบุกเข้าสังหารฉิงเทียนด้วยดาบอีกครั้ง
จริงๆแล้วฉิงเทียนไม่ได้ใส่ใจกับคนระดับหยวนยิงแค่ 4 คน แต่การลอบสังหารครั้งนี้นั้นถูกวางแผนจัดการเขามาเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงน่าจะมีคนนอกจาก 4 คนนี้ และยังอยู่ในย่านชุมชนด้วย ถ้าเกิดเขาเอาจริงขึ้นมา ก็ไม่รู้เลยว่าจะมีคนธรรมดามากมายเพียงใดต้องมาโดนลูกหลงไปด้วย
ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้กระโดดทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า ทั้ง 4 คนก็นึกว่าฉิงเทียนนั้นกลัวตายและคิดที่จะหนี พวกเขาจึงได้ทะยานตามขึ้นไปบนท้องฟ้า
“อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้” มีคนหนึ่งที่ตะโกนขึ้นมาด้วยภาษาเกาหลี ฉิงเทียนจึงได้ทำเป็นช้าลงและรอให้พวกเขาตามมา ฉิงเทียนนั้นตั้งใจที่จะล่อพวกเขาให้ออกห่างจากฝูงชน
“ฟิ้ว” แล้วในชั่วขณะนั้นเอง ก็มีคนคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเขา แล้วจับมือเขาข้างหนึ่งเอาไว้แล้วซัดเข้ามาที่หน้าของเขา แล้วฉิงเทียนก็พบว่าเป็นผู้หญิงคนเดียวกับที่ถูกขโมยกระเป๋าเมื่อสักครู่ ซึ่งในขณะนี้ใบหน้าของเธอนั้นเย็นชามากและเล็บทั้งห้านิ้วของเธอก็คมอย่างกับมีด และหมายที่จะสังหารฉิงเทียน
“บ้าจริง ผู้หญิงคนนั้นก็พวกเดียวกันรึ?” ฉิงเทียนพูดอย่างตกใจ ก่อนจะหักเลี้ยวแล้วพุ่งตัวหลบ 90 องศา เพราะหลีกเลี่ยงการโจมตีของเธอ
“ฟิ้ว” ผู้หญิงคนนั้นเมื่อเห็นว่าฉิงเทียนหลบการโจมตีของเธอไปได้ ใบหน้าของเธอก็ได้น่ากลัวมากขึ้นกว่าเดิม แล้วก็มีโลหะสีดำโผล่ออกมาจากมือของเธอซึ่งถูกหนีบเอาไว้ด้วยนิ้วชี้และนิ้วกลางของเธอ แล้วก็ขว้างใส่มาที่ฉิงเทียนอย่างรวดเร็ว วัตถุสีดำนั้นบินออกจากมือของเธอแล้วพุ่งมาที่หัวของฉิงเทียน โผล่อยู่ตรงหน้าของฉิงเทียนห่างแค่ไม่กี่เมตร
“ตูม!” วัตถุสีดำระเบิดออกกลางอากาศ และเกิดเป็นลูกบอลแสงสว่างวาบขึ้นมาเสียดแทงดวงตาของเขา ฉิงเทียนจึงได้หลับตาและยกมือขึ้นมาบังตาของเขา
“ระวังด้วยเจ้าค่ะนายท่าน มีนักฆ่าทั้ง 4 กำลังมาจากด้านหลังเจ้าค่ะ!” เพ่าฝูตะโกนในหัวของฉิงเทียน
ทันทีที่ฉิงเทียนได้ยินเช่นนี้ เขาก็ได้ลืมตาขึ้นมาและพุ่งเข้าใส่อย่างดุดัน แต่ไม่คิดว่าชายคนที่มาอยู่ตรงหน้าเขานั้นถือดาบยาว 3 ฟุตมาด้วย แล้วฟาดฟันใส่เขา
“บ้าฉิบ ทำไมคนพวกนี้มันถึงได้ไวขนาดนี้นะ?” ฉิงเทียนอดไม่ได้ที่จะตกใจ และรีบถอยหลบออกมาเพื่อหลบดาบของหญิงสาวคนนั้น และในขณะนั้นเองฉิงเทียนก็รู้สึกได้ถึงอันตรายที่มาจากทางด้านข้าง ซึ่งเมื่อการโจมตีเข้ามา เพ่าฝูก็จะร้องเตือนในหัวของเขาให้ระวังตัว
เมื่อฉิงเทียนได้ยินคำเตือน เขาก็ได้รีบพุ่งไปที่พื้นแล้วพลิกตัวหลบไปด้านข้าง เพื่อหลบดาบของเล่นนั้นแล้วกลับขึ้นมายืน
“ฟิ้ว” ฉิงเทียนที่ลุกขึ้นยืนก็พบว่าหญิงสาวคนนั้นได้ตามเขามาด้วยพร้อมกับดาบในมือของเธอ “แม่เจ้าโว้ย นี่มันเพราะอะไรกัน? ทำไมพวกเขาถึงได้เร็วขนาดนี้” ฉิงเทียนตะโกนออกมา แล้วเอนตัวไปด้านหลังหลบคมดาบโดยไม่ต้องคิด
“ช่วยไม่ได้แฮะ กระบี่อัสนีสวรรค์!” ฉิงเทียนตะโกนเสียงดังแล้วกระบี่อัสนีสวรรค์ก็ได้โผล่ออกจากมือของเขาในทันที
“เจ้าน่าจะรู้ดีว่าท่านอาจารย์ได้ให้พวกเรามาทำอะไรที่นี่? ถ้าเกิดว่าเข้าทำไม่สำเร็จ เจ้าก็น่าจะรู้ว่าท่านอาจารย์จะทำอย่างไร?” หญิงสาวคนนั้นพูดอย่างโกรธา
“เรียนหัวหน้า พวกเราจะหาแผนที่ดีกว่านี้และครั้งหน้าจะทำให้สำเร็จค่ะ” หญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ก็ได้พูดโดยไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมา ในใจของเธอนั้นหวาดกลัวมาก เพราะเธอเคยเห็นวิธีการลงโทษของท่านอาจารย์มาแล้ว
“ก็หวังให้เป็นเช่นนั้น ไปได้!”
เมื่อเห็นหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ได้ค่อยๆถอยออกไป หญิงสาวที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ก็ได้ตกใจแล้วกล่าว “ท่านอาจารย์บอกว่าเขานั้นอายุเพิ่งจะ 20 กว่า แต่เขากลับอยู่ในชั้นหยวนยิงแล้ว ดูเหมือนว่าคราวนี้เราคงจะต้องหาผู้ช่วยเสียแล้ว” สาวคนนั้นก็ได้พูดด้วยรอยยิ้มที่ยั่วยวน
สำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาติ
“มีคนที่มาไล่ฆ่าคนของสมช.เราในประเทศจีนอย่างนั้นรึ ข้าจะต้องรู้ให้ได้ว่ามันเป็นใคร” ผู้อำนวยการหานที่กำลังโทรศัพท์อยู่ก็ได้สั่งการออกไปเพื่อหาให้ได้ว่ามีองค์กรใดที่กล้าเมินเฉยต่อสมช.ของเขา
แล้วผู้อำนวยการหานก็ได้พูดกับฉิงเทียนหลังจากที่สั่งการออกไป “ฉิงเทียน เจ้าวางใจได้พวกเราจะต้องหาพบแน่นอน”
“ขอบคุณมากครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน”
ฉิงเทียนได้แยกทางมากับอวี้หยาง ส่วนอวี้หยางนั้นได้มุ่งหน้าไปที่สถานีโทรทัศน์โม๋ตูต่อ ส่วนฉิงเทียนก็ได้มุ่งหน้าไปที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทใหม่ของเขา
บริษัทนี้เป็นบริษัทที่ฉิงหยูและตระกูลจ้าวได้ก่อตั้งขึ้นมา ในเวลานี้ฉิงเทียนคิดที่จะใช้พลังของบริษัทนี้ในการตามหาว่าคนที่มาฆ่าเขาเป็นใคร
ณ บริษัทใหม่
ฉิงหยูก็ได้พูดด้วยความประหลาดใจ “พี่ครับ ทำไมพี่ถึงได้มาโผล่ที่นี่ได้ ไม่ใช่ว่าถูกลากไปโดยว่าที่ภรรยาไปทำงานในฐานะลูกจ้างฟรีหรอกเหรอครับ?”
“เข้าไปข้างในกันก่อน แล้วค่อยคุยกัน!” ฉิงเทียนเปิดห้องประชุม เขานั้นไม่ต้องการให้คนอื่นรู้เรื่องที่เขาถูกลอบสังหาร
ในห้องประชุมนั้น ฉิงเทียนก็ได้นึกถึงเรื่องของเณรน้อยที่อยู่ที่บ้านของเขาแล้วถาม “เณรคนนั้นยังอยู่ที่บ้านของเราใช่ไหม?”
“เขาออกไปแล้วครับ เขาบอกว่าอยากที่จะออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆครับ พี่ครับจู่ๆพี่ก็มาที่นี่ทำไมเหรอครับ?” ฉิงหยูถาม
ฉิงเทียนไม่ได้รีบตอบคำถามของน้องชายของเขา แต่กลับถามต่อ “การก่อตั้งบริษัทไปถึงไหนแล้ว?”
ถึงแม้ฉิงหยูจะไม่เข้าใจว่าพี่ชายของเขานั้นถามทำไม แต่เขาก็ได้ตอบไปตรงๆ “ทางบริษัทของเรากำลังรวมคนของตระกูลจ้าวเพื่อมาเป็นแผนกรักษาความปลอดภัยอยู่ครับ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย