เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 375

บทที่ 375 เกาะดอกท้อ

ตั้งแต่ฉิงเทียนได้ทำการตั้งชื่อเกาะดอกท้อ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีผู้มาเยือน

เกาะดอกท้อนั้นสมชื่อเกาะดอกท้อจริงๆ ต้นท้อที่ฉิงเทียนปลูกเอาไว้นั้นได้โตแข่งกับสมุนไพรต่างๆ ราวกับอยู่ในโลกเซียน

“ว้าว ช่างสวยงามอะไรอย่างนี้!” ซูเสวี่ยรู้สึกทึ่งกับทัศนียภาพของเกาะซึ่งนี่เป็นครั้งแรกของเธอที่ได้มาเกาะดอกท้อ เธอมองดูความสวยงามของเกาะนี้ ซูเสวี่ยนั้นได้ไปเที่ยวมาเป็นร้อยเป็นพันที่แล้ว ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ แต่เธอก็ไม่เคยเห็นทิวทัศน์ที่งดงามเช่นนี้มาก่อน ซูเสวี่ยจึงมองชมทัศนียภาพนี้อยู่สักพักใหญ่

อีกทางด้านหนึ่ง ผู้เฒ่าซูและซูกางก็ตกใจกับสมุนไพรที่อยู่บนเกาะนี้ ในฐานะที่พวกเขาเป็นแพทย์แผนจีนแล้ว เมื่อพวกเขาได้เห็นสมุนไพรบนเกาะแห่งนี้แล้ว พวกมันล้วนแต่มีอายุเกินร้อยปี ซึ่งมันน่าทึ่งสำหรับพวกเขามาก

“เสี่ยวฉิง สมุนไพรพวกนี้เป็นของเจ้ารึ?” ซูกางถามด้วยริมฝีปากสั่นๆ เขานั้นข้องเกี่ยวกับสมุนไพรจีนมาตลอดครึ่งชีวิตของเขา แต่ก็ไม่เคยเห็นสมุนไพรจำนวนมากขนาดนี้มาก่อน มีแม้กระทั่งบางสมุนไพรที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย

“เสี่ยวฉิน เจ้าคิดว่าพวกเราสามารถ…..” ซูกางมีสีหน้าอึกอักขึ้นมา ผู้เฒ่าซูเองก็ได้จ้องไปที่ฉิงเทียนด้วยสายตาที่เร่าร้อน

แน่นอนว่าฉิงเทียนนั้นตอบตกลง เพราะอย่างไรเสียสมุนไพรเหล่านี้เขาก็ปลูกเล่นๆเอาสนุกอยู่แล้ว!

“เยี่ยม ยอดเยี่ยม ไม่นึกเลยว่าจะมีวันที่ข้าจะได้วิจัยสมุนไพรอายุ 100 ปี พวกนี้ในช่วงชีวิตของข้า” ผู้เฒ่าซูรีบวิ่งไปที่สวนสมุนไพรราวกับเด็กๆ

เมื่อสักครู่ผู้เฒ่าซูนั้นยังตื่นเต้นมากอยู่ แต่พอเข้ามาถึงสวนสมุนไพรแล้ว เขาก็มีท่าทีระมัดระวังขึ้นมาทันที ราวกับเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นโปรดแล้วไม่กล้าที่จะทำเสียหาย

อีกทางด้านหนึ่งจ้าวก่างก็ตกใจยิ่งกว่า เขานั้นก็รู้อยู่แล้วว่าน้องสี่ของเขานั้นแข็งแกร่งมาก แต่เมื่อสักครู่เขาเห็นฉิงเทียนบินบนอากาศด้วยกระบี่เหมือนกับพวกเซียน แล้วไหนจะยังเกาะนี้อีก

จ้าวก่างนั้นจำได้ว่าเขาไม่เคยเห็นเกาะนี้มาก่อนเลย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“เป็นอะไรไป? สติแตกไปแล้วเหรอ?” ฉิงเทียนตบไหล่จ้าวก่างที่กำลังตกใจ แล้วมุมปากของเขาก็ได้ยกขึ้นมา

“ฮึ่ม!” จ้าวก่างส่ายหัวอย่างรุนแรง “ที่นี่มันคืออะไรกันแน่? แล้วมันเกิดอะไรขึ้นน้องสี่ทำไมพวกเราถึงต้องมาซ่อนตัวกันที่นี่ด้วย?”

เมื่อได้ยินคำถามของจ้าวก่างแล้ว กลุ่มคนที่ทำงานให้เขาต่างก็พากันมามองฉิงเทียนด้วย พวกเขาเองต่างก็สงสัยมากว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อเช้านี้จู่ๆพวกเขาก็ถูกสั่งให้ละทิ้งทุกอย่างที่พวกเขากำลังทำ แล้วทิ้งบริษัทให้คนอื่นจัดการ แล้วจากนั้นก็พาพวกเขามายังสถานที่ที่เหมือนกับสรวงสวรรค์เช่นนี้

ฉิงเทียนเองก็รู้ได้ว่าพวกเขานั้นกำลังสงสัยมาก เป็นเพราะเขาเองที่จู่ๆก็พาพวกเขามาโดยไม่ได้บอกอะไร ฉิงเทียนเองก็ไม่ได้คิดที่จะปิดบังด้วยจึงได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง

“เจ้าจะบอกว่าโลกนี้มีโลกผู้บำเพ็ญเพียรอยู่จริงๆอย่างนั้นเหรอ? และยังมีสำนักซูซาน เขาคุนหลุนอยู่จริงๆ” ซูกางพูดอย่างตกใจ ที่สำนักต่างๆที่เขาอ่านเจอในนิยายนั้นมีอยู่จริงๆได้อย่างไร

“ใช่แล้ว มันมีอยู่จริงๆ! และผมก็ได้ไปล่วงเกินสำนักซูซานไปแล้วด้วย ดังนั้นผมเลยอยากให้ทุกคนลี้ภัยมาอยู่ที่นี่กันสักระยะก่อน” ฉิงเทียนพูดอย่างอายๆ

เมื่อได้ยินที่จ้าวก่างและผู้เฒ่าซูพูด ฉิงเทียนก็ได้นิ่งคิดหนัก เขานั้นไม่เคยคิดที่จะตั้งสำนักมาก่อน เพราะฉิงเทียนนั้นไม่อยากที่จะควบคุมผู้อื่น แต่หลังจากที่ได้ยินที่ผู้เฒ่าซูพูดแล้วก็รู้สึกว่ามันมีเหตุผลเหมือนกัน

“แต่การก่อตั้งสำนักนั้นมันเป็นเรื่องใหญ่อยู่นะ!” ฉิงเทียนพูดบ่นออกมา

เมื่อเห็นฉิงเทียนมีทีท่าลังเล จ้าวก่างก็ได้มองไปที่ฉิงหยู แล้วฉิงหยูก็ได้พูดช่วยทันที “พี่ครับ ผมคิดว่าที่ผู้เฒ่าซูกับพี่จ้าวพูดมามันก็มีเหตุผลอยู่นะครับ”

“พี่ก็รู้ ถ้าพวกเราจะช่วยเหลือเสี่ยวซิน พวกเราจะต้องบุกสำนักซูซาน ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเราจะเอาชนะสำนักซูซานในโลกผู้บำเพ็ญเพียรได้ หากมีแค่พวกเราตามลำพังจะสู้กับพวกเขาได้อย่างไร และไม่เร็วหรือช้าเมื่อพวกเราก็คงถูกไล่ล่าโดยทางสมช.หากพวกเราทั้งสองคนมีอิทธิพลเพียงนิดหน่อยกับทางสมช. แต่ถ้าพวกเรามีอิทธิพลอย่างมากกับทางสมช.แล้วล่ะก็ ทางสมช.ก็คงจะไม่ฟังพวกเขาแน่ๆ

ในขณะเดียวกัน ไป๋กงหยางเองก็ได้ส่งโทรจิตไปหาเขา “ท่านอาจารย์อา การก่อตั้งสำนักนั้นไม่มีอะไรเสียหาย แล้วท่านยังสามารถรวบรวมพลังศรัทธาได้อีกด้วย ท่านอาจารย์อาก็น่าจะรู้ถึงพลังของศรัทธาดี

ฉิงเทียนคิดถึงข้อดีและข้อเสีย แล้วรู้สึกได้ว่าที่พูดมานั้นต่างก็มีเหตุผล ถึงแม้ว่าตัวเขานั้นจะไม่กลัวสำนักซูซาน แต่ครอบครัวของเขาล่ะ เขาเป็นห่วงคนเหล่านี้มาก ถ้าเกิดตอนนี้เขามีสำนักที่แข็งแกร่งแล้วล่ะก็ เขาก็คงไม่ต้องพาพวกเขามาหลบซ่อนตัวอยู่ในเกาะดอกท้อ และยิ่งไปกว่านั้นพลังศรัทธานั้นก็เป็นสิ่งที่เหล่าเซียนในทุกโลกนั้นไขว่คว้ามาโดยตลอด พลังศรัทธานั้นแข็งแกร่งอย่างมากสำหรับสวรรค์

“ก็ได้ ถ้าพวกคุณไม่รังเกียจผมก็จะสร้างสำนักขึ้นมา แต่ทว่าขอผมปรึกษาอาจารย์ของผมเรื่องนี้ก่อน ถ้าท่านอาจารย์เห็นด้วยผมก็จะก่อตั้งสำนักขึ้นมา” ฉิงเทียนคิดอยู่สักพัก ไม่ว่าเขาจะก่อตั้งสำนักหรือไม่ก็ตาม เขาก็ควรที่จะถามอาจารย์สุดแย่ของเขาก่อน ถึงแม้ว่าอาจารย์ของเขานั้นจะไม่ได้ความก็ตามที แต่ใครใช้ให้เขาไปคำนับคนคนนั้นเป็นอาจารย์กันล่ะ?

ตำหนักเมฆม่วง

หงจวินเหล่าจู่ที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ก็ได้จามขึ้นมา แล้วหงจวินเหล่าจู่ก็ได้พูดขึ้นอย่างสงสัย “เราเองก็ไม่ได้จามมานานหลายปีแล้ว แต่ทำไมช่วงนี้ถึงได้จามบ่อยจังนะ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย