บทที่ 376 ก่อตั้งสำนัก
“หืม ทำไมอยู่ดีๆเจ้าหนูนี่ถึงได้คิดถึงข้าที่เป็นอาจารย์ขึ้นมาได้?” หงจวินเหล่าจู่มองดูข้อความของฉิงเทียนแล้วพูดอย่างสงสัย แต่เขาก็ยังเลือกรับสาย
“เจ้าหนู ทำไมอยู่ดีๆวันนี้เจ้าถึงได้จำอาจารย์ของเจ้าขึ้นมาได้?” หงจวินเหล่าจู่ถามฉิงเทียนขณะนั่งไขว่ห้าง ซึ่งมาดดูไม่ค่อยเหมือนนักพรตเต๋าเท่าไรนัก
“ฮะๆ ท่านอาจารย์พูดอะไรน่ะครับ ไม่มีทางที่ผมจะจำอาจารย์ของตัวเองไม่ได้หรอกครับ” ฉิงเทียนพูดตอบล้อเล่นกลับไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
เจ้าเด็กนี่มันเป็นใครกัน? ข้าที่เป็นถึงปรมาจารย์ของทั้งสามโลก แต่กลับถูกเจ้าเด็กนี้ล้อเล่นเช่นนี้ ซึ่งฉิงเทียนนั้นก็หาได้รู้ไม่ว่าเขานั้นกำลังล้อเล่นอยู่กับใคร?
“ยังจะมาทำเป็นเล่นลิ้นอีก มีอะไรก็ว่ามาอาจารย์ของเจ้าไม่ได้ว่างนักหรอกนะ” หงจวินเหล่าจู่พูดโดยไม่ไว้หน้าฉิงเทียน
ฮึ่ม อาจารย์ของเราบ้าอะไร! ฉิงเทียนพูดว่าเขาในใจ เขาเห็นหลี่ว์ต้งปิงที่เป็นอาจารย์ของฉิงหยูที่ยังให้เงินและสิ่งของ แล้วยังให้ไป๋กงหยางช่วยสอนวิชาอีก แล้วมาดูตัวเขาที่มีอาจารย์ที่พูดกับเขาเช่นนี้ ทำไมอาจารย์ของเขากับของฉิงหยูถึงได้ต่างกันเช่นนี้
แต่ถึงแม้ฉิงเทียนจะพูดด่าว่าเขาในใจ แต่ฉิงเทียนก็ได้ยิ้มและถาม “ท่านอาจารย์ครับ ข้าอยากจะถามว่าสำนักของพวกเราจะใช้ชื่อว่าอะไรดีครับ?”
“ทำไมเจ้าถึงได้ถามข้าเรื่องนี้?” หงจวินเหล่าจู่มองไปที่ฉิงเทียนอย่างสงสัยแล้วถาม เขาหงจวินเหล่าจู่ที่เป็นถึงอาจารย์ปู่ของศาสตร์นับหมื่น
ที่บอกว่าเป็นอาจารย์ปู่ของศาสตร์นับหมื่นนั้น เพราะเขาคืออาจารย์ปู่ของศาสตร์เต๋า จึงสามารถเรียกได้ว่าผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนบนโลกนั้นล้วนแล้วแต่คือลูกศิษย์ของหงจวินเหล่าจู่
ฉิงเทียนเกาหัวของเขาอย่างเขินๆแล้วพูด “ท่านอาจารย์ ผมคิดจะตั้งสำนักขึ้นที่โลกน่ะครับ”
“เจ้าอยากจะตั้งสำนักอย่างนั้นรึ?” หงจวินเหล่าจู่ถามอย่างตกใจ
“เอ่อ ไม่ได้เหรอครับ?” ฉิงเทียนมองไปที่หงจวินเหล่าจู่ที่กำลังลังเลด้วยความกลัวว่าเขาจะไม่ตกลง
หงจวินเหล่าจู่ก็ได้ผงกหัวแล้วกล่าว “ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ถ้าเจ้าอยากจะตั้งชื่อสำนักเจ้าก็ตั้งเองไปเลย ถ้าเจ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ข้าวางสายล่ะ” ช่างน่าขันยิ่งนัก เขาที่เป็นถึงอาจารย์ปู่ของทุกศาสตร์ จะมามีสำนัก
“เดี๋ยวก่อนครับท่านอาจารย์! อย่างที่ท่านเห็นผมยังต้องการสิ่งของอีกมากในการตั้งสำนัก แล้วผมยังไม่ค่อยจะมีเงินอีกด้วย ขอท่านอาจารย์ได้โปรดช่วยเหลือศิษย์ด้วย!” ฉิงเทียนมองไปที่หงจวินเหล่าจู่ด้วยสีหน้าแบบพ่อค้าหน้าเลือด ในคราวนี้เขาจะต้องขูดรีดอาจารย์ของเขาให้ได้
“เจ้า! ข้าคิดอยู่แล้วว่าจะต้องไม่มีอะไรดีถ้าเจ้าเด็กนี่ติดต่อมา!” หงจวินเหล่าจู่ยิ้มและพูดต่อว่าเขา ด้วยการสะบัดมือของเขา ก็ได้มีถุงเก็บของใบหนึ่งปรากฏอยู่ในมือของฉิงเทียน แล้วจากนั้นก็วางสายโทรศัพท์ไป
“ขอบพระคุณมากครับท่านอาจารย์” ฉิงเทียนกล่าวแล้วเปิดถุงเก็บของออกมาด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเห็นของที่อยู่ข้างในกระเป๋าเก็บของแล้ว ฉิงเทียนก็ต้องตกใจ!
“เยอะมาก! ท่านอาจารย์ช่างใจป้ำอะไรอย่างนี้” มีความกว้างหลายพันตารางเมตรในถุงเก็บของนั้น และยังมียามากมาย อาวุธและวิชาต่างๆรวมอยู่ด้วย
“อะไรใจป้ำเหรอ?” ซูเสวี่ยถามอย่างสงสัย
“ที่ผมพูดก็เพราะมันเป็นเรื่องยากที่อาจารย์ของผมใจดีมอบของแบบนี้น่ะสิ!” ฉิงเทียนยิ้มแล้วเก็บถุงเก็บของไว้ในแหวนเก็บของ แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด “ท่านอาจารย์ของผมอนุญาตให้ตั้งสำนักแล้ว และท่านยังบอกให้เราตั้งชื่อสำนักได้ตามต้องการด้วย”
“จริงเหรอ? เยี่ยมไปเลยแล้วพวกเราจะตั้งชื่อว่าอะไรดีล่ะคะ?” ซูเสวี่ยถามอย่างตื่นเต้น
“นั่นสิ ทุกคนมารวมหัวช่วยกันคิดชื่อกันเถอะ!” ฉิงเทียนกล่าว
มองไปที่ผู้คนที่พากันคารวะให้กับเขาแล้ว ฉิงเทียนนั้นรู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไร เพราะอย่างไรเสียคนพวกนี้ส่วนใหญ่ก็อาวุโสกว่าเขาทั้งนั้น แต่ทว่าเขาก็ยังต้องเชิดหัวรักษามาดเข้าไว้ จนกระทั่งทุกคนทำการคารวะเสร็จสิ้น
แล้วฉิงเทียนก็ได้กล่าว “ขอให้ทุกคนทำตัวตามสบาย”
“ในเวลานี้ผมจะเป็นหัวหน้าของทุกคน ผมจะขอบอกให้ทุกคนทราบก่อนว่าผมจะอยู่ในฐานะเจ้าสำนักกระบี่สวรรค์รุ่นแรกและอาจารย์ปู่ที่พวกท่านคำนับก็คืออาจารย์ของผม ส่วนชื่อของเขานั้น พวกคุณยังไม่จำเป็นต้องรู้ตอนนี้” ฉิงเทียนกล่าว ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจะบอกหรอก แต่เพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอาจารย์ของเขาคือใคร
“ในเวลานี้เขาเป็นเจ้าสำนักรุ่นแรกของสำนักกระบี่สวรรค์แล้ว ส่วนเรื่องของอาจารย์ของผมนั้นผมบอกได้แค่ว่าเขาเป็นเซียน และทุกคนคือลูกศิษย์รุ่นที่สองของเขา” นอกจากเรื่องที่เกี่ยวของกับสวรรค์แล้ว ฉิงเทียนก็ได้เล่าทุกเรื่องที่เหลือทั้งหมดให้ฟัง ในเวลานี้พวกเขาได้เข้าร่วมสำนักของฉิงเทียนแล้วก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีก
“เยี่ยมไปเลย! ท่านเจ้าสำนัก ท่านนี่ช่างมีวาสนาจริงๆ ได้เป็นศิษย์ของเซียน” ในเวลานี้หลายคนจึงได้เข้าใจว่าทำไมฉิงเทียนถึงได้ประสบความสำเร็จในระดับนี้ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย และไม่แปลกใจเลยที่ฉิงเทียนนั้นเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ในระยะเวลาแค่ไม่กี่ปี
ส่วนเรื่องของสำนักกระบี่สวรรค์ พวกเขาต่างก็ตั้งความหวังเอาไว้ เพราะในปัจจุบันพวกเขานั้นต่างก็อยู่ในฐานะศิษย์รุ่นที่สองของสำนักกระบี่สวรรค์ และพวกเขาต่างก็ไม่ขัดข้องไม่ว่าฉิงเทียนนั้นจะมีความสามารถที่จะก่อตั้งสำนักหรือไม่
“ในเมื่อพวกคุณได้เข้าร่วมสำนักกระบี่สวรรค์ วาสนาของพวกคุณก็ไม่น้อยเหมือนกันนั่นแหละ และในฐานะที่พวกคุณได้เป็นลูกศิษย์รุ่นที่สองของสำนักกระบี่สวรรค์ ผมขอมอบถุงฟ้าดินคนละถุง กระบี่วิเศษระดับสูง ยาซ่างชิง 1 ขวด และ “วิชาหลักซ่างชิง” ขั้นแรกให้กับพวกคุณ” ฉิงเทียนยิ้มและโบกมือของเขา แล้วทันใดนั้นก็มีสิ่งของสี่อย่างวางอยู่ตรงหน้าทุกคน ซึ่งของแต่ละชิ้นนั้นล้วนแผ่พลังวิญญาณออกมา และของสิ่งวิเศษทุกชิ้นล้วนเป็นของดีมากอีกด้วย
“ขอบพระคุณท่านเจ้าสำนัก!” ในเวลานี้ทุกคนต่างก็รู้สึกยินดี พวกเขาไม่คิดว่าหลังจากที่ได้เข้าร่วมสำนักกระบี่สวรรค์ ฉิงเทียนก็จะมอบของวิเศษให้ตั้งมากมายเช่นนี้ และพวกเขาต่างก็รู้ว่าของพวกนี้ไม่ใช่ของธรรมดา ทุกคนต่างก็ยิ้มให้กับของทั้งสี่ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา
ซึ่งพวกเขานั้นต่างก็ไม่รู้ว่าสำหรับโลกในปัจจุบัน สิ่งของพวกนี้นั้นเป็นของมีค่ามาก และวิชาที่ได้ไปนั้นแต่ละสำนักต่างก็อยากได้มันเป็นของที่มีค่ามากเช่นกัน
“ก่อนอื่นพวกคุณจะต้องหยดเลือดลงไปที่ถุงฟ้าดินก่อน แล้วจากนั้นพวกคุณก็ค่อยเปิดมันด้วยจิตศักดิ์สิทธิ์ ส่วนยาซ่างชิงนั้นจะสามารถช่วยเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของพวกคุณได้ ส่วนกระบี่พวกนั้นสามารถใช้เก็บในตันเถียนของพวกคุณได้” ฉิงเทียนแนะนำอุปกรณ์ที่มอบให้กับทุกคนไป
และทุกคนต่างก็เชื่อฟังดีมาก ฉิงเทียนบอกให้พวกเขาหยดเลือดลงไป พวกเขาต่างก็หยดเลือดลงไปโดยไม่ลังเล หลังจากนั้นสักพักฉิงเทียนก็เริ่มหน้าถอดสีเพราะมีคนที่หน้าซีดเพราะเสียเลือดมากไป แต่สีหน้าของพวกเขานั้นต่างก็ตื่นเต้นมาก หลังจากที่หยดเลือดลงไปของวิเศษก็จดจำว่าพวกเขาเป็นเจ้าของแล้วเก็บของวิเศษเหล่านั้นในร่างกายของพวกเขา ส่วนถุงเก็บของนั้นก็สามารถใช้เก็บของได้มากมาย ซึ่งแต่ละชิ้นล้วนเป็นของวิเศษที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับฝันไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย