บทที่ 377 ถ่ายทอดวิชา
กลั้นลมหายใจตั้งสมาธิ รับรู้ถึงพลังลมปราณในร่างกาย แล้วค่อยๆให้ไหลผ่านไปตามร่างกายอย่างช้าๆตามวิชา “หลักซ่างชิง” อย่าวนเป็นสามวงเล็กๆ แต่จงวนเป็นวงใหญ่ๆ” ฉิงเทียนเริ่มทำการสอนผู้เฒ่าซูและคนอื่นๆให้ทำการฝึกวิชา
ถึงแม้ว่าจ้าวก่างกับพรรคพวกนั้นจะเคยฝึกเช่นนี้มาก่อนแล้ว แต่เมื่อเทียบกับวิชาหลักซ่างชิงแล้ว วิชาที่เขาฝึกก่อนหน้านั้นไม่ต่างอะไรไปจากของปลอมเลย ในเวลานี้พวกเขาต่างก็พากันเปลี่ยนวิธีการฝึกไปตามวิถีหลักซ่างชิง
ฉิงเทียนก็ได้พบสถานที่ที่มีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าบนเกาะดอกท้อนั้นจะมีพลังวิญญาณที่หนาแน่นมากกว่าภายนอกหลายเท่า แต่เขาก็ยังพบสถานที่ที่มีพลังวิญญาณที่เข้มข้นมากขึ้นไปอีก ซึ่งจากตรงจุดนี้ก็ได้แสดงให้เห็นว่าเป็นเพราะตัวตนของฉิงเทียนที่เป็นเทพเจ้าที่
ฉิงเทียนจึงนำลูกท้อหลายสิบลูกออกมาจากแหวนเก็บของแล้ววางเอาไว้บนดิน แล้วจากนั้นก็หยิบมาเข้าปากเขา “ลูกท้อดี!” ลูกท้อเหล่านี้มีพลังวิญญาณมากกว่าลูกท้อของเขาฮัวกั่วซานเสียอีก เขาแค่กัดไปแค่คำเดียว ฉิงเทียนก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันที
ฉิงเทียนนั้นรู้มานานแล้วว่าการบำเพ็ญเพียรของเขานั้นเร็วมากเกินไป ทำให้พื้นฐานของเขาอยู่ในสภาพไม่เสถียร จากการต่อสู้ครั้งที่ผ่านมากับโจวเจี้ยน ฉิงเทียนก็เริ่มรู้สึกชัดมากขึ้น ซึ่งปล่อยแบบนี้ต่อไปก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นมาได้ ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้ตัดสินใจที่จะเสริมพื้นฐานให้แน่นขึ้น เพราะอีกไม่ช้าเขาก็จะต้องไปที่โลกผู้บำเพ็ญเพียรและตามหาสำนักซูซาน
ดังนั้นฉิงเทียนจำเป็นที่จะต้องลดการใช้งานของวิเศษ และทำการลดพลังวัตรของตัวเองเพื่อฝึกฝนพื้นฐาน แล้วจากนั้นก็ค่อยบรรลุการบำเพ็ญเพียร
แล้วในเวลานี้เขาก็ได้ทำการสอนทุกคน และทำการฝึกฝนพื้นฐานของตัวเองไปพร้อมกัน
“ถ้าเราได้สู้กับคนอย่างโจวเจี้ยนอีก พลังวัตรของเราจะต้องเพิ่มพูดมากขึ้นแน่ๆ” ฉิงเทียนอดไม่ได้ที่จะชื่นชมเขา และเขาก็รู้ดีว่าเวลานั้นอยู่อีกไม่ไกล
ฉิงเทียนเรียกให้ซูเสวี่ยมาหา แล้วส่งถุงเก็บของให้กับเธอแล้วกล่าว “เสวี่ยเอ๋อ เธอเก็บถุงเก็บของนี้เอาไว้นะ ถ้าพวกเขาขาดเหลืออะไรก็ให้ของในถุงนี้ไป แต่พวกยาจะปล่อยให้ใช้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้” ที่ฉิงเทียนไปให้พวกเขาใช้ตามใจชอบนั้นไม่ใช่เพราะเขาหวง แต่เป็นเพราะเขากลัวว่าพวกเขาจะติดยาได้ ดังนั้นเขาจึงได้ไม่คิดที่จะให้ทุกคนทั้งหมดในคราวเดียว
“ได้สิ ฉิงเทียนคุณเองก็ต้องระวังตัวด้วยนะ แล้วฉันจะรอการกลับมาของคุณค่ะ” แล้วน้ำตาก็ได้ไหลออกมาจากดวงตากลมโตของซูเสวี่ยอย่างช่วยไม่ได้
“ไม่เป็นไร ที่รักของคุณมีถาวเป่าสวรรค์อยู่นะ จะมีอะไรเกิดขึ้นกับผมได้อย่างไร?” ฉิงเทียนเช็ดน้ำตาของซูเสวี่ยแล้วกล่าว “ไม่เอาไม่ร้องสิ หมดสวยหมดแล้ว”
“ถ้าฉันไม่สวย แล้วจะมาสนฉันทำไม?” ซูเสวี่ยจ้องไปที่ฉิงเทียนด้วยสีหน้าดุ
“ใครจะกล้า ที่รักของผมสวยตลอดเวลาอยู่แล้ว” ฉิงเทียนยิ้มให้กับซูเสวี่ย
“หึ ช่างกล้าพูด”
ประเทศจีน
ทั่วทั้งสมช.ก็ได้เริ่มออกปฏิบัติการออกตามหาฉิงเทียน ซึ่งอย่างที่คิดเอาไว้พวกเขาได้เริ่มออกตามหาที่บ้านของซูเสวี่ยก่อนแต่ก็ไม่พบฉิงเทียน
เซวียนหยวนหูที่อยู่ในห้องทำงานที่สมช.ก็ได้ตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด “พวกแกทำบ้าอะไรกันอยู่? ทำไมถึงไม่พบใครเลย?”
ศิษย์น้องสามของเขาถูกฆ่าในพื้นที่รับผิดชอบของเขาเอง และเขาก็กลับไม่พบข่าวคราวอะไรเพิ่มเติมเลยในสามวันมานี้ เรากับถูกชกหน้ายังไงอย่างงั้น
“ผู้อำนวยการครับ ประเทศจีนมันกว้างใหญ่เกินไปนะครับ แล้วยิ่งไปกว่านั้นทางสมช.เขตโม๋ตูก็ไม่ให้ความร่วมมือกับพวกเราด้วยครับ” มีคนคนหนึ่งพูดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“ศิษย์พี่ครับ โลกผู้บำเพ็ญเพียรอยู่ที่ไหนเหรอครับ?” ฉิงหยูถามไป๋กงหยาง ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่ามีโลกผู้บำเพ็ญเพียรอยู่ในจีนจริงๆก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าทางเข้านั้นอยู่ที่ไหนยกเว้นแต่ผู้ที่มาจากที่นั่น และยิ่งไปกว่านั้นโลกผู้บำเพ็ญเพียรเองก็มีข้อห้ามไม่ให้แพร่งพรายเรื่องของโลกผู้บำเพ็ญเพียรด้วย คนภายนอกจึงไม่ทราบว่าโลกบำเพ็ญเพียรอยู่ที่ไหน
“อยู่ที่เทือกเขาเทียนซานที่อยู่ในทิเบตและจีน! ซึ่งที่เทือกเขาเทียนซานจะมีทะเลสาบเทียนฉีอยู่ซึ่งที่นั่นแหละคือทางเข้าโลกผู้บำเพ็ญเพียร” ไป๋กงหยางกล่าว หลังจากที่ได้รู้มาจากโจวเจี้ยน
“ไม่นึกเลยว่าทางเข้าโลกผู้บำเพ็ญเพียรนั้นจะอยู่ที่นั่น!” ฉิงเทียนพูดอย่างประหลาดใจ ทะเลสาบเทียนฉีนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในจีน มีผู้คนนับไปถ้วนไปเที่ยวชมที่นั่นทุกปี ฉิงเทียนจึงไม่คิดว่าที่นั่นจะเป็นทางเข้าของโลกผู้บำเพ็ญเพียร
ไป๋กงหยางเองที่เห็นฉิงเทียนสงสัย จึงได้ยิ้มและอธิบาย “มันมีอาคมวางอยู่ที่เทียนฉี ซึ่งทำให้คนธรรมดาๆมองไม่เห็น มีเพียงผู้ที่อยู่ในโลกผู้บำเพ็ญเพียรเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้”
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราจะเข้าไปเมื่อไรดีครับ?” ฉิงหยูพูดอย่างกระวนกระวาย
ฉิงเทียนกล่าว “ยังไม่ต้องรีบ พวกเราจะมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าต้องทำตอนนี้”
“ทำอะไรเหรอครับ?”
“ปกปิดตัวตนของเราไง ในตอนนี้พวกเราคงเป็นที่หมายหัวของสำนักซูซานแล้ว ใบหน้าของพวกเราทั้งสองคนคงเป็นที่จำได้ในโลกผู้บำเพ็ญเพียรไปแล้ว”
ที่ฉิงเทียนคาดเอาไว้นั้นไม่ผิดจริงๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้สำนักซูซานนั้นจะเตรียมการเข้าร่วมประลองยุทธ์อย่างเต็มที่ แต่ก็ยังได้ประกาศตามฆ่าฉิงเทียนและฉิงหยูในโลกผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว
รูปถ่ายของฉิงเทียนและฉิงหยูนั้นเรียกได้ว่าถูกแปะเต็มโลกผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว เพราะสำนักซูซานนั้นไม่เคยมีลูกศิษย์โดนฆ่าตายมานานหลายปีแล้ว แล้วยังเป็นลูกศิษย์ของเจ้าสำนักอีกต่างหาก ทั้งฉิงเทียนและฉิงหยูนั้นยังไม่ได้เข้าไปที่โลกผู้บำเพ็ญเพียรเลยแต่กลับมีชื่อเสียงมากในโลกนั้นเสียแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย