บทที่ 393
ฉิงอวี่เอ๋อ
ผู้คนต่างก็ไม่คิดว่าชายลึกลับสองคนนั้นจะสามารถแย่งเอาชิ้นปลามันไปจากปากของสำนักโอสถแล้วได้ของวิเศษชิ้นนั้นไป
ในเวลานี้ทุกคนต่างก็คาดเดาตัวตนของฉิงเทียนกับอีกคน แต่ทว่าฉิงเทียนกับอีกคนนั้นกลับใส่ผ้าสีดำห่อทั้งตัวเอาไว้ และไม่มีใครที่มองเห็นทั้งรูปร่างและพลังของเขา จึงไม่สามารถระบุตัวตนของเขาได้
หลังจากการประมูลผ่านไป ฉิงเทียนกับฉิงหยูก็ไม่มีอารมณ์ที่จะสนใจการประมูลต่อ และต่างก็ให้ความสนใจไปที่โลงศพที่ซื้อมา แม้แต่ยาโพ่อิง 3 เม็ดของฉิงเทียนที่ขายได้ 6,800 หินหยกกลางก็ยังไม่สนใจ
หลังจากที่การประมูลจบลง ฉิงเทียนกับฉิงหยูก็ได้กลับไปที่ห้องตรวจสอบสินค้าอีกครั้ง และนั่งรออย่างเงียบๆอยู่กับชายวัยกลางคนที่มองมาที่พวกเขาด้วยสายตาเกรงกลัว อย่างไรเสียคนที่สามารถเอายาหนิงเฉิงออกมาได้นั้นไม่ใช่คนที่เขาจะไปล่วงเกินได้เลย
หลังจากที่ผ่านไปพักใหญ่ ก็มีเสียงเดินดังมาจากข้างนอก แล้วมีสองคนที่ผลักประตูเข้ามาด้านใน
“ฮิๆ พวกท่านคงจะเป็นเจ้าของยาโพ่อิงกับยาหนิงเฉิงสินะคะ? ท่านสุภาพบุรุษทั้งสองคงจะเพิ่งเคยมาที่เมืองเทียนเฉิงของพวกเราเป็นครั้งแรกสินะคะ” สายลมพัดเอากลิ่นหอมขึ้นมา เสียงหัวเราะที่แหลมเล็กดูสดใส และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสาวใหญ่ เมื่อทั้งหมดนั้นได้ลอยมาถึงหูของฉิงเทียนก็ได้ทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัวขึ้นมาทันที
ขณะที่กำลังต่อว่าหัวใจของเขาอยู่นั้น ฉิงหยูก็ได้ส่งโทรจิตมาหาเขา “พี่ครับ พี่จัดการกับผู้หญิงนี้เองนะครับ! ผมขอตัวก่อน” แล้วฉิงหยูก็ถอยฉากหลบออกไป
“เดี๋ยวเซ่ ใจคอจะทิ้งพี่ชายได้ลงคอเหรอ?” ฉิงเทียนส่งโทรจิตต่อว่ากลับไป
ด้วยความใกล้ชิดกัน ฉิงเทียนก็โดนมนต์เสน่ห์สาวใหญ่ของฉิงอวี่เอ๋อเข้าไปอีกครั้ง ใบหน้าที่สวยงามของเธอยามที่หัวเราะ ดวงตาที่เรียวยาวและหยาดเยิ้มนั้นก็ได้ปล่อยความยั่วยวนออกไปยังเหล่าผู้ชายตลอดเวลา แล้วตาของฉิงเทียนก็ได้มองไปที่คอที่เรียวงามของเธอ และสายตาก็ได้ถูกดูดเข้าไปที่เนินเขาลึกที่บริเวณเนินอกของเธอ และเอวที่อ้อนแอ้นของเธอที่เหมือนกับงูที่เลื้อยไปในน้ำ ที่ส่ายไปมาน่าหลงใหล และต้นขาที่ทั้งใหญ่และขาวน่าหลงใหล มันทำให้เขานึกขึ้นมาว่าถ้าถูกขานี้มารัดที่เอวของเขาจะรู้สึกเช่นไร?
ใบหน้าของเขาที่เริ่มร้อนขึ้นมา แต่โชคยังดีที่มีผ้าคลุมหัวเอาไว้อยู่ ฉิงอวี่เอ๋อจึงไม่เห็นหน้าเขาชัดเจน ในขณะนั้นเองเขาก็ได้กักเก็บความคิดของเขาเอาไว้ในใจ แล้วตะโกนออกมาในใจ “ไอ้ความคิดเมื่อกี้มันอะไรกัน เราไม่ใช่พวกหนุ่มซิงสักหน่อย ทำอย่างกับไม่เคยเห็นผู้หญิงมาก่อน ก็แค่ผู้หญิงคนนี้สวยมากนิดหน่อยไม่ใช่รึยังไง?”
หลังจากที่กักเก็บความคิดไว้ในใจของเขาเรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้พูดตอบด้วยน้ำเสียงที่เป็นผู้ใหญ่และนิ่งๆ “อืม ใช่แล้ว”
เสียงนี้นั้นไม่ใช่เสียงของฉิงเทียนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งนี่ก็เป็นความสามารถอย่างหนึ่งของผ้าคลุมสีดำนี้
ฉิงอวี่เอ๋อก็ดูเหมือนจะตกใจนิดหน่อยที่เมื่อทราบอายุของชายที่อยู่ใต้ผ้าคลุมนั้น อวี่เอ๋อก็ได้ยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองแล้วหัวเราะเบาๆ ซึ่งทำให้หน้าอกอวบๆของเธอสั่นไหวขึ้นลง หลังจากนั้นสักพักฉิงอวี่เอว๋อก็ได้ยิ้มแล้วกล่าว “ฮิๆ ไม่นึกเลยว่านายท่านนั้นจะยังหนุ่มขนาดนี้ ข้าก็นึกว่าจะเป็นอายุมากแล้วอย่างท่านหลี่ตันเสียอีก ทั้งๆที่สามารถปรุงยาหนิงเฉิงได้”
สีหน้าของหลี่ตันก็อายๆเล็กน้อย เป็นชายชราอย่างข้าแล้วทำไม ชายชราอย่างข้าเองก็มีความน่าหลงใหลแบบชายชราอยู่นะ ไม่รู้จักของดีซะแล้ว เธอนี่ช่างไม่เข้าใจเสน่ห์ของผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่เอาเสียเลย
ฉิงเทียนที่เกือบที่จะกลั้นขำเอาไว้ไม่ไหว ก็ได้เบือนสายตาออกจากหญิงสาวแล้วยังคงนิ่งเงียบ
มองไปที่ชายที่ตรงหน้าเธอ ที่คลุมผ้าสีดำทั้งตัวเอาไว้ ฉิงอวี่เอ๋อก็ได้คิ้วขมวดเล็กน้อย ที่ดูเหมือนว่ารูปร่างที่สุดแสนภาคภูมิใจของเธอนั้นจะไม่มีผลอะไรกับชายลึกลับที่อยู่ตรงหน้าเธอเอาเสียเลย ในตอนนั้นเองเธอจึงได้บิดปากแดงๆของเธอ แล้วจ้องไปที่ชายลึกลับคนนั้น เพื่อหวังจะเจอจุดแตกต่างแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
หลังจากที่ทำการมองดูเขาแล้ว ฉิงอวี่เอ๋อก็รู้สึกผิดหวังในใจ และสายตาของเธอก็ได้มองไปที่หลี่ตันที่อยู่ข้างๆ เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอนั้นจะไม่มีเสน่ห์เพียงพอ เธอกัดริมฝีปากแดงๆของเธอและถามเขาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “ทำไมนายท่านผู้นี้ถึงได้ซื้อโลงศพนี้เหรอคะ หรือว่าท่านมีหนทางที่จะเปิดโลงศพนี้ได้แล้ว?”
ฉิงเทียนรับเอาถุงเก็บของมาแล้วติดกับตัวเองเอาไว้ เฮ้อ การประมูลที่นี่ช่างหน้าเลือดจริงๆ หักค่าธรรมเนียมออกไปตั้งเยอะแน่ะ
ในตอนนี้เขาก็ได้รับเงินมาแล้ว ฉิงเทียนก็ไม่คิดที่จะอยู่ต่อและผูกพันกับผู้หญิงคนนี้อีก เขาจึงได้โบกมือให้กับ ฉิงอวี่เอ๋อแล้วกล่าวด้วยเสียงเบาๆ “ผมไปได้แล้วใช่ไหม?”
“ฮิๆ แน่นอนค่ะ ถ้าท่านต้องการจะประมูลยาของท่านอีก ขอเชิญที่สำนักซูซานของเราได้อีกนะคะ พวกเราสำนักซูซานจะไม่ทำให้นายท่านผิดหวังค่ะ โดยเฉพาะยาอย่างโพ่อิงและหนิงเฉิงนั้น ไม่ทราบว่าท่านมีเยอะหรือไม่?” ฉิงอวี่เอ๋อพูดพร้อมกับยิ้ม
“ได้” ฉิงเทียนตอบแบบขอไปทีแล้วเดินออกจากห้องที่ทำเขาถึงตายได้โดยไม่หันกลับไปเหลียวมอง เฮ้อช่างขี้เหนียวจริงๆเจ้าพวกสำนักซูซาน สักวันเราจะทำลายสำนักซูซานให้ได้!
มองไปที่ฉิงเทียนที่หายลับตาไป รอยยิ้มบนใบหน้าที่น่ารักของฉิงอวี่เอ๋อก็ได้ค่อยๆหายไป และใบหน้าที่น่าหลงใหลนั้นก็ได้หายไปด้วยเช่นกัน เมื่อเธอเดินไปที่เก้าอี้ เธอก็นั่งลงทอดตัวอยู่ที่เก้าอี้ จนหน้าอกสั่นไหวไปมา
“ได้ส่งยาหนิงเฉิงไปแล้วหรือยัง?” หลังจากที่เงียบสักพักหนึ่ง ฉิงอวี่เอ๋อก็ได้ถามขึ้นมา
“ส่งไปแล้วครับ ด้วยยาหนิงเฉิงนี้ ข้าเชื่อว่าหยูชูซินจะต้องไปถึงระดับเฟิงเฉินได้ในไม่ช้าแน่” หลี่ตันพูดกับฉิงอวี่เอ๋อ
“ดี เมื่อเธอไปถึงระดับเฟิงเฉินได้ เธอก็จะเป็นคนแรกในสำนักซูซานของเราที่สามารถบรรลุถึงระดับเฟิงเฉินได้ไวที่สุด! ข้าหวังว่าแผนการในครั้งนี้ของท่านเจ้าสำนักนั้นจะต้องไม่ผิดพลาด” ฉิงอวี่เอ๋อถอนหายใจ
“มันจะต้องไม่ผิดพลาด ชิงเจี้ยนเองก็ได้เลื่อนเป็นปรมาจารย์แล้ว เหลือแค่จื่อเจี้ยนเลื่อนเป็นปรมาจารย์ แล้วสำนักซูซานของเราก็จะไม่ต้องโดนเจ้าพวกคุนหลุนย่ำยีอีกต่อไป เมื่อถึงเวลานั้น สำนักซูซานของเราก็จะได้ทะยานขึ้นไปที่โลกเซียนกันทั้งหมด” หลี่ตันพูดอย่างตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเขามองเห็นวันที่สำนักซูซานได้กลายเป็นสำนักที่ใหญ่ที่สุดในโลกเซียน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย