เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 397

บทที่ 397

งานประลองเริ่มต้นขึ้น

ไป๋ฉี่นั้นคือเทพสังหารที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์จีน เขานั้นได้ไต่เต้าจากทหารระดับชั้นปลายแถวจนได้กลายมาเป็นเจ้าเมือง และได้รับตำแหน่งอู่อันจากความสำเร็จมากมายของเขา จากการศึกที่ฉางผิง เขาสังหารกองทัพจ้าวไป 200,000 นาย ซึ่งจะเห็นได้รังสีสังหารที่เขาแผ่ออกมาตั้งไม่รู้กี่เท่า แล้วคนที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์อย่างเขากลับกลายมาเป็นข้ารับใช้ของเขาเสียอย่างนั้น เรื่องนี้ได้ทำให้ฉิงเทียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสับสนและไม่อยากจะเชื่อ

หลังจากที่ผ่านไปพักใหญ่ๆ ฉิงเทียนที่ตั้งสติได้ก็ได้ถามเขา “แล้วคุณกลายมาเป็นผีดิบได้ยังไงครับ?”

ไป๋ฉี่ที่ยังก้มหัวอยู่ก็ได้ตอบฉิงเทียนอย่างเชื่อฟัง “ข้าน้อยได้ออกตามหายาอมตะให้แก่องค์จักรพรรดิจิ๋นซี จนกระทั่งข้าไปพบสุสานแห่งหนึ่งเข้า พอข้าเข้าไปแล้วก็สลบ พอข้าตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในมิติที่ตัวเองไม่รู้จักแล้ว และที่นั่นก็มีเคล็ดวิชาฝึกผีดิบอยู่ แล้วข้าก็ได้กลายเป็นผีดิบหลังจากที่ฝึกตามเคล็ดวิชานั้น”

“มิติที่คุณไม่รู้จักงั้นเหรอ ดูท่าจะเป็นสุสานที่มีอะไรแปลกๆ” ฉิงเทียนพูดขึ้นมาด้วยสีหน้านิ่งๆ และแอบคิดในใจว่าสักวันเขาจะต้องหาโอกาสไปที่สุสานนั้นสักรอบ

“แล้วคุณหลับไปนานแค่ไหน?” ฉิงเทียนถาม

“หลังจากที่ข้าฝึกวิชาอยู่ในมิตินั้นจนกลายเป็นผีดิบทองคำแล้ว หลังจากที่ข้าออกมาก็พบว่าโลกได้เปลี่ยนไปมากแล้ว มันไม่ใช่อาณาจักรฉินที่ข้ารู้จักอีกต่อไปแล้ว แม้แต่องค์จักรพรรดิจิ๋นซีก็ไม่อยู่แล้ว และจีนของเราก็ได้อ่อนแอลงไปมากและปล่อยให้พวกต่างชาติมาทำร้ายได้ ข้าเคยคิดว่ามีแต่ประเทศเราเท่านั้นที่จะทำร้ายคนอื่นได้ เมื่อข้าเห็นเช่นนี้แล้วก็รู้สึกอับอายยิ่งนั้น ข้าจึงได้เดินทางไปยังประเทศทางตะวันตกเพื่อสังหารพวกมันทุกทิศทุกทาง” ไป๋ฉี่กล่าวขณะที่ตัวของเขาสั่นและปล่อยไอสังหารออกมา ทำให้บรรยากาศรอบๆหนาวเย็นทันที และอุณหภูมิรอบๆก็ดูเหมือนจะตกลงมามากด้วย

“อย่างที่คิด เทพสังหารนี่ช่างแตกต่างจริงๆ เวลาโกรธช่างน่ากลัวจริงๆ” ฉิงหยูพูดอย่างนิ่งๆ

หลังจากที่ผ่านไปพักใหญ่ ไป๋ฉี่ก็พบว่าเขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่แล้ว ก่อนจะพูดต่อ “ในตอนที่ข้าเดินทางไปยังตะวันตก ตอนแรกข้าก็ฆ่าคนธรรมดา ต่อมาก็เป็นองค์กรมืดและพวกวาติกัน ข้าสังหารพวกมันที่ถิ่นของพวกมันเลย จนในท้ายที่สุดข้าก็ปะทะกับพวกวาติกัน ผลคือข้าได้รับบาดเจ็บสาหัสทางวิญญาณ จนกระทั่งข้าได้พบกับนายท่านและฟื้นฟูวิญญาณได้”

“เป็นอย่างนี้นี่เอง” ฉิงเทียนกล่าว “ถ้าพวกเรามีโอกาส พวกเราค่อยไปที่ตะวันตกกันแล้วผมจะช่วยคุณล้างแค้นเอง” ฉิงเทียนถามตัวเองจริงๆแล้วเขาก็ไม่ใช่คนที่ดีเท่าไร แต่ตอนนี้เขามาเป็นลูกน้องของเขาแล้ว เขาจำเป็นที่จะต้องล้างแค้นให้ลูกน้อง

“ขอบพระคุณมากขอรับนายท่าน” ไป๋ฉี่พูดอย่างหนักแน่น ตั้งแต่โบราณกาลมาการที่เขานั้นได้สังหารผู้คนไปเป็นจำนวนมาก เขาจึงได้ทำเช่นนั้นเพื่อเป็นการชดใช้ของเขา แต่ตอนนี้เขากลายเป็นข้ารับใช้ของฉิงเทียนแล้ว แต่ฉิงเทียนก็บอกที่จะช่วยเขา ทำให้ไป๋ฉี่รู้สึกนับถือฉิงเทียนมากขึ้นไปอีก

“เลิกคุกเข่าได้แล้วและเปลี่ยนชุดเสีย เดี๋ยวพวกเราจะออกไปข้างนอกกัน” แล้วฉิงเทียนก็ส่งชุดแบบปัจจุบันให้ไป๋ฉี่

สถานที่จัดการประลองยุทธ์นั้นจัดอยู่ที่ใจกลางเมืองเทียนเฉิง ซึ่งมีสนามขนาดใหญ่ราวกับลานประลองของชาวโรมันโบราณ ซึ่งมีที่ผู้เข้าแข่งขันมากมายอยู่ที่สนาม และมีม้านั่งชมอยู่รอบๆสนามที่ยกขึ้นมาเหนือพื้นดิน และมีชั้นกำแพงแสงสีขาวห้อมล้อมสนามแบ่งแยกระหว่างม้านั่งกับผู้เข้าแข่งขันเอาไว้

และบริเวณที่นั่งนั้นจะมีที่นั่งอยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งจะอยู่สูงเหนือกว่าที่นั่งอื่นๆ

ที่บริเวณสนามนั้นเนืองแน่นไปด้วยผู้คน เพราะนี่คืองานใหญ่ของโลกผู้บำเพ็ญเพียร ดังนั้นทุกคนจึงได้อยากที่จะเข้าร่วมในงานประลองยุทธ์ในครั้งนี้ จะเห็นได้จากคนจำนวนมากที่อยู่ที่ลานกว้าง

ถ้ามีคนจำนวนมากเช่นนี้เข้าร่วมแข่งขัน ก็ไม่รู้เลยว่าต้องเสียเวลานานมากเท่าไร ดังนั้นเหล่าสำนักใหญ่ๆก็ได้คิดว่าวิธีสำหรับคัดกรองคนเหล่านี้เอาไว้แล้ว

ทั่วทั้งลานกว้างนั้นได้ทำการติดตั้งอาคมขนาดยักษ์เอาไว้ ซึ่งอาคมนี้จะทำการปล่อยพลังกดดันวิญญาณระดับ เหอถี่ออกมา และผู้ที่สามารถทนต่ออาคมนี้ได้ก็จะสามารถเข้าร่วมงานประลองยุทธ์นี้ได้

“ทำไมพวกเขาถึงได้เปลี่ยนกฎคราวนี้เนี่ย? ซึ่งนี่มันเป็นพลังกดดันในระดับเหอถี่ ไม่ใช่ในระดับเฟิงเฉินเหมือนกับครั้งก่อนๆ” ผู้บำเพ็ญเพียรคนหนึ่งพูดบ่นกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ

“ใครจะไปรู้ว่าพวกคนใหญ่คนโตพวกนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ ตอนแรกข้าคิดว่าจะลองมาประลองยุทธ์สักหน แต่เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงหมดหวังที่จะได้เข้ารอบทางการแล้ว” ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันคนหนึ่งพูดบ่นออกมา

“เสี่ยวหยู ถ้าน้องไม่ไหวก็ให้ไป๋กงหยางช่วยนะ” ฉิงเทียนแอบกระซิบกระซาบ

“ไม่ต้องกังวลครับพี่ ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพลังกดดันของระดับเหอถี่นั้นมันจะทรงพลังสักแค่ไหน ถ้าผมทนไม่ไหวจริงๆผมจะให้ศิษย์พี่ช่วยผมเอง” ฉิงหยูตอบ

เมื่อเหล่าผู้เข้าแข่งขันได้มาถึงยังจุดทดสอบแล้ว ก็ได้มีแสงสีขาวฉายออกมา แล้วทันใดนั้นก็ได้มีแรงกดดันที่แข็งแกร่งออกมาจากอาคมนั้น

แล้วสีหน้าของผู้คนที่อยู่ในอาคมนั้นก็ได้เปลี่ยนไปทันที มีบางคนที่พยายามฝืนต่อต้าน และบางคนที่ลงไปคุกเข่ากับพื้น

ฉิงเทียนก็ได้มองไปที่ฉิงหยูที่อยู่ข้างๆเขา ถึงแม้ว่าสีหน้าของเขานั้นจะไม่สงบเหมือนเมื่อสักครู่ แต่ก็ยังสามารถประคองตนเองเอาไว้ได้ แล้วคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรและมีไป๋กงหยางคอยดูอยู่ด้วย

ฉิงเทียนจึงได้มองไปรอบๆ และพบว่ามีคนจำนวนมากที่เริ่มประคองตัวเองไม่ไหวแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังคงยืนอยู่ได้ และมีบางคนที่ไม่รู้สึกอะไรอย่างฉิงเทียน

ส่วนที่นั่งชมนั้น ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่บริเวณที่นั่งพิเศษทั้งหกนั้นมีคนนั่งแล้ว

ทั้ง 6 คนนั้นคือผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในโลกผู้บำเพ็ญเพียร ประกอบด้วยซวีช่างเหรินแห่งเขาคุนหลุน, ผู้อาวุโสเจี้ยนแห่งสำนักซูซาน, พระอาจารย์เสวียนหลิงแห่งสำนักฝอซาน, เถียนจ่างแห่งสำนักร้อยสัตว์ป่า, เหยาจางเหมินแห่งสำนักโอสถ และนางฟ้าไป่ฮัวแห่งสำนักหมื่นบุปผา

“ในครั้งนี้พี่เจี้ยนได้เอาของออกมาจากสุสานกระบี่ของเขาเพื่อเป็นรางวัลในครั้งนี้เลยทีเดียว! มันช่างเหนือความคาดหมายของข้าจริงๆ” ปรมาจารย์เสวียนหลิงกล่าวด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

“ฮิๆ ข้าสงสัยจังว่าในครั้งนี้ผู้อาวุโสเจี้ยนนึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรขึ้นมา” นางฟ้าไป่ฮัวที่สวมหน้ากากอยู่ก็ได้หัวเราะคิกคัก

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย