บทที่ 40 องค์กรนักฆ่าที่น่ากลัว
นักฆ่าที่ถูกจับในที่สุดก็ฟื้นขึ้นมาอย่างไม่รีบร้อนและพบว่าตัวเองถูกจับมัดกับต้นไม้ จึงได้พยายามบิดตัวเพื่อให้หลุดออกมา
“อย่าออกแรงโดยเปล่าประโยชน์จะดีกว่า!” ฉิงเทียนมองดูการกระทำของเขาแล้วพูดขึ้นมา
แต่ราวกับว่านักฆ่านั้นไม่ได้ยินเสียงของฉิงเทียน เขายังพยายามที่จะดิ้นให้หลุดออกจากเชือกต่อ ฉิงเทียนมองดูเขาที่ยังไม่ยอมแพ้ เขาจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ!
หลังจากนั้นสักพักใหญ่ นักฆ่าก็ดูเหมือนจะเข้าใจได้ในที่สุดว่าเขาไม่สามารถที่จะหนีไปได้ สายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นของเขานั้นจ้องมายังฉิงเทียน “ถ้าแกอยากจะฆ่าฉันก็ฆ่าเลย ยังไงแกก็ไม่มีทางที่จะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปจากปากของฉันแน่!”
ฉิงเทียนจ้องมองมายังนักฆ่าอย่างเย็นชาแล้วพูดขึ้น “ในเมื่อแกว่าอย่างนั้น ถ้าอย่างนั้นแกก็ตายเลยละกัน!”
ดาบที่หักในมือของเขานั้นปักเข้าไปที่ขาของนักฆ่า!
“อ๊าก” นักฆ่าคิ้วขมวดจนแทบจะติดกันและฟันของเขาก็กัดกันแน่น ขาซ้ายของเขาที่ถูกแทงนั้นเลือดเริ่มที่จะทะลักออกมาข้างนอก!
“ทำไมแกถึงไม่บอกอะไรฉันlสักหน่อยล่ะ?”
นักฆ่ากัดฟันของเขาจนแน่นและมองไปที่ฉิงเทียนด้วยสายตาอาฆาตแค้น เมื่อเห็นว่าเขายังคงที่จะปากแข็งอยู่ ฉิงเทียนจึงได้ใช้ดาบที่ปักอยู่ที่ขาซ้ายทางเข้าไปที่ขาขวาต่อ จากความลึกของดาบที่ฉิงเทียนปักเข้าไปนั้นทำให้กระดูกขาของนักฆ่านั้นถึงโผล่ออกมาให้เห็น
“อ๊าก อยากจะตัดหรือจะฆ่าก็ทำมันซะเลยเซ่! ทำให้สมกับเป็นลูกผู้ชายหน่อย!”
ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะพูดถากถางเขากลับไป “บังเอิญว่าฉันไม่ได้เป็นลูกผู้ชายแบบที่แกว่าล่ะนะ!”
“แต่ตอนนี้ถ้าแกไม่พูดอะไรออกมา ฉันก็จะไม่แทงดาบเข้าที่อกของแกหรอก” ฉิงเทียนค่อยๆดึงดาบออกมาอย่างช้าๆ เลือดทะลักออกมาจากขาขวาของเขาอย่างรวดเร็ว
บนพื้นที่ที่นักฆ่านั่งอยู่นั้นเต็มไปด้วยและสีหน้าของเขานั้นก็ซีดลงไปเรื่อยๆ ถ้าเลือดนั้นไม่สามารถหยุดได้ทันการนักฆ่าก็อาจจะตายเพราะเสียเลือดมากอยู่ดี นักฆ่าจึงได้ตะโกนออกมา “แกต้องการอะไร?”
“ฉันอยากจะรู้อะไรนั้น? แกก็น่าจะรู้นะ” เขาพูดอย่างเลือดเย็น
ฉิงเทียนมองไปที่นักฆ่าอย่างใจเย็น เมื่อเห็นว่านักฆ่าเริ่มอยากที่จะปริปากพูดแล้วเขาก็หยุดมือของเขาเพื่อรอคำตอบของนักฆ่า!
“ฉันก็แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น ฉันไม่รู้หรอกว่าแกนั้นไปทำให้ใครโมโหเข้า แต่ถ้าแกฆ่านักฆ่าคนล่าสุดไป ทางองค์กรนักฆ่าก็จะส่งคนมาตามฆ่าแกจนกว่าแกจะตายนั่นแหละ” นักฆ่ามองมาด้วยสายตาที่ดูถูก
“แล้วองค์กรนักฆ่าเป็นองค์กรแบบไหนกัน?” ฉิงเทียนถามอย่างเย็นชา
มองไปที่สีหน้าที่ไม่เปลี่ยนไปของฉิงเทียน นักฆ่าจึงพูดอย่างอ่อนแรง “องค์กรนักฆ่านั้นจะถูกแบ่งออกเป็น สาวกภายนอกและ สาวกภายใน”
“ สาวกภายนอกนั้นจะเป็นส่วนขององค์กรที่ไม่เคร่งครัดอะไร สามารถเข้าร่วมได้หากว่าผ่านการทดสอบจากองค์กรมาแล้ว แต่จะไม่มีการรู้จักกัน ถึงจะรู้จักกันบ้างแต่ก็จะไม่รู้จักตัวตนจริงๆ และภารกิจนั้นก็จะถูกปล่อยออกมาบนแพลตฟอร์มหนึ่ง สาวกภายนอกนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ระดับ A B C และ D ฉันนั้นเป็นนักฆ่าระดับ C ส่วนคนที่ถูกแกฆ่าไปอยู่ในระดับ D” หลังจากที่พูดจบเขามองไปที่ฉิงเทียน ราวกับว่าเขาอยากที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงสีหน้าของฉิงเทียน!
แต่ฉิงเทียนนั้นกลับไม่ได้มีสีหน้าที่กลัวขึ้นมาเลยและได้ถามเขากลับไป “แล้วส่วนขององค์กร สาวกภายในล่ะ?”
มองดูฉิงเทียนที่มีทีท่าสนใจนักฆ่าก็ได้พูดขึ้นมา “แกเห็นสภาพฉันตอนนี้ไหม ตอนนี้ฉันเสียเลือดมากและจะตายอยู่รอมร่อแล้ว” ฉิงเทียนจึงได้แก้มัดนักฆ่าอย่างช้าๆและพูดขู่เขา “ถ้าแกคิดจะหนี ฉันก็ไม่รับประกันว่าแกจะอยู่หรือตายเหมือนกัน”
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า ฉันหนีด้วยสภาพนี้ไม่ได้หรอก!” นักฆ่าส่ายหัวแล้วพูดขึ้น “ สาวกภายในนั้นเป็นองค์กรที่เข้มงวดมาก นักฆ่าที่มีฝีมือของ สาวกภายในนั้นจะถือว่าเป็นไพ่ตายขององค์นักฆ่านี้ พวกเขานั้นเป็นนักฆ่าที่องค์กรฝึกขึ้นมาเอง และจะอุทิศตนให้กับองค์กรโดยไม่ขัดแย้งอะไรทั้งสิ้น”
“เดิมที ส่วนของ สาวกภายในนั้นมักจะไม่ค่อยเคลื่อนไหวอะไร เว้นแต่จะพบกับพวกยอดฝีมือจริงๆ!” เขาพูดขึ้นมาและมองไปที่ฉิงเทียน “หลังจากที่ฉันลอบสังหารแกพลาด บางทีพวกเขาก็อาจจะส่งคนในระดับ B จาก สาวกภายนอกมาฆ่าแกอีก”
ฉิงเทียนนั้นตกใจ แต่สีหน้าของเขานั้นไม่ได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด “ฉันหวังว่าคราวหน้าคงจะไม่ได้พบกับแกอีกนะ”
จากนั้นเขาก็จูงมือของซูเสวี่ยและเดินออกไปไกล ปล่อยนักฆ่าที่กำลังหน้าซีดทิ้งเอาไว้แล้วก็พูดขึ้น “ปล่อยฉันไปอย่างนี้ ช่างเป็นคนที่น่าสนใจจริงๆ”
นักฆ่าลุกขึ้นยืนบนหญ้า แล้วก็เดินโขยกเขยกแยกไปอีกทาง
ขณะเดินทางกลับ
ซูเสวี่ยจ้องมองฉิงเทียนด้วยตากลมโตของเธอ และเฝ้ารอคำตอบจากเขา
ดังนั้น ฉิงเทียนจึงได้เล่าเรื่องที่เขาฝึกวิชาเซียน แต่ไม่ได้เล่าเรื่องของถาวเป่าสวรรค์ของเขา แน่นอนว่าวิธีการได้เคล็ดวิชามานั้นเขาบอกไปว่าเก็บได้โดยบังเอิญ
หลังจากที่ได้ฟังฉิงเทียนอธิบาย ซูเสวี่ยก็ได้บิดเข้าไปที่ตัวของฉิงเทียน “ดูไม่ต่างไปจากคนธรรมดาเลยนะ”
เมื่อเห็นท่าทีของซูเสวี่ย ฉิงเทียนก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก “คุณคิดว่าผมเป็นสัตว์ประหลาดรึยังไง? ผมยังเป็นมนุษย์อยู่นะ”
“แล้วทำไมถึงได้มีคนที่อยากจะฆ่าคุณ? หรือว่าเพราะคุณไปได้สุดยอดวิชามาและคนอื่นรู้เข้าเขาจึงต้องการที่จะฆ่าคุณเพื่อแย่งชิงพลังนั้นมา!” ซูเสวี่ยถามกลับอย่างตรงไปตรงมา
“เสวี่ยเอ๋อ คุณคิดมากไปแล้ว!” ฉิงเทียนกลอกตาของเขาไปมาแล้วตอบกลับไป “นักฆ่าน่าจะถูกส่งมาโดยหลิวไห่ไม่ผิดแน่”
“อะไรนะหลิวไห่ส่งคนมาฆ่าคุณอย่างนั้นเหรอ? ถึงฉันคิดมาตลอดว่าเขาเป็นแค่ไอ้บ้า แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะทำถึงขนาดนี้!” ซูเสวี่ยนั้นพูดแบบไม่อยากเชื่อ
“ไม่ต้องเป็นห่วงนะเสวี่ยเอ๋อ ผมเอาตัวรอดกลับมาได้ตลอดแหละ!”
“หืม!” ฉิงเทียนมองดูรอยแผลที่ตัวของฉิงเทียนและรู้สึกเศร้าขึ้นมา “ยังเจ็บอยู่มั๊ย?”
ฉิงเทียนหัวเราะแล้วพูดขึ้นมา “ผมเป็นผู้ฝึกวิชา แผลแค่นี้จิ๊บจ๊อย!”
“เป็นไปได้ไหมว่าจะสามารถรักษาความเยาว์เอาไว้ได้ตลอดไปหากฝึกวิชาน่ะ?” ซูเสวี่ยถามด้วยดวงตาอันกลมโตของเธอ
หญิงสาวนั้นสนใจเรื่องแบบนี้อยู่ตลอดไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหนๆ เขาบ่นพึมพำในใจแล้วค่อยพูดออกมา “มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะรักษาความสาวไว้ตลอดไป แต่ว่ามันสามารถทำให้คุณสวยมากขึ้นได้นะ!”
แล้วคู่รักทั้งสองคนก็นั่งอยู่ที่โซฟาอย่างเงียบๆโดยอิงแอบกัน! ไม่ต้องมีคำพูดใดๆแต่หัวใจของฉิงเทียนและซูเสวี่ยนั้นก็ใกล้ชิดกันมาก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย