บทที่ 415 สุสานกระบี่
ฉิงเทียนได้บอกความลับกับฉิงหยูและไป๋กงหยางเรื่องของมิติเล็กๆของเขา
โดนเฉพาะไป๋กงหยางที่มีอาการตกใจและไม่อยากจะเชื่อ จนสุดท้ายฉิงเทียนก็ได้พาทั้งคู่มาที่โลกใบเล็กของเขา ทำให้ไป๋กงหยางทำได้แค่เชื่อเท่านั้น
ซึ่งจริงๆแล้วการที่จะมีโลกใบเล็กได้นั้น จะต้องมีพลังวัตรถึงในระดับจุ่นเชิ่งแล้วถึงจะมีได้
โลกใบเล็กนั้นจะถูกแบ่งออกเป็นสามระดับ: โลกขนาดเล็ก, โลกขนาดกลางและโลกขนาดใหญ่
โดยทั่วไป พื้นที่ของโลกขนาดเล็กนั้นจะมีขนาดพอๆกับประเทศจีน! และมิติของฉิงเทียนนี้ขนาดเทียบไม่ได้กับโลกขนาดเล็กเลย ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าโลกใบเล็กจริงๆนั้นไม่มีกำแพงเช่นนี้ด้วยซ้ำ
แต่ถึงมิติของฉิงเทียนจะมีขนาดเล็ก แต่ก็ยังเป็นโลกใบเล็กอยู่ดี ซึ่งต่างไปจากของวิเศษมิติอื่นๆ
“ตั้งชื่อสินะ ถ้าอย่างนั้นโลกใบเล็กนี้จะถูกเรียกว่าโลกสวรรค์โลกาก็แล้วกัน” ฉิงเทียนกล่าวจากนี้ไปโลกใบเล็กของเขานั้นจะถูกเรียกว่าโลกสวรรค์โลกา
ห้องโถงสำนักซูซาน
“ข้าไม่คิดเลยว่างานประลองยุทธ์ในครั้งนี้จะถูกใครก็ไม่รู้เอาตำแหน่งชนะเลิศไป ถือเป็นความอับอายของทั้ง 6 สำนักใหญ่ยิ่งนัก” เซวียนหยวนหูแอบคิดอย่างชิงชัง และเขาก็ไม่อาจที่จะควบคุมความอิจฉาในใจของเขาได้ด้วย เขานั้นพ่ายแพ้อย่างหมดรูป และไม่ใช่แค่ตัวเขาที่แพ้แม้แต่เจี้ยนอ้าวก็ยังแพ้ เหล่าอัจฉริยะหน้าใหม่ทั่วทั้งโลกเซียนต่างก็พ่ายแพ้ มันทำให้เขารู้สึกราวกับถูกชกหน้าอย่างหนักซ้ำแล้วซ้ำอีก
ในงานประลองยุทธ์ในครั้งนี้ เขานั้นไม่รู้เลยว่าตัวเขาถูกทำร้ายไปกี่หน แต่เขาก็ได้เก็บความแค้นทั้งหมดนี้ลงไปที่ฉิงเทียน
ในเวลานี้ผู้อาวุโสเจี้ยนเจ้าสำนักซูซานนั้นไม่มา แต่มีชายชราร่างใหญ่ที่สวมผ้าคลุมสีดำและรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของเขา
เขานั้นน่าจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้ชม เขานั้นได้มองไปรอบๆด้วยสายตาที่เย็นชาของเขา! โดยไม่ได้สนใจการมาถึงของสำนักโอสถ, สำนักร้อยสัตว์ป่า, หลินเยว่จากสำนักคุนหลุน แต่แล้วชายชราคนนั้นก็ทำแววตาเย็นชาและได้ปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นคนที่เข้ามาใหม่
เมื่อฉิงเทียนและฉิงหยูมาถึง! สีหน้าเซวียนหยวนหูก็ไม่ดีขึ้นมา และเหล่าศิษย์ของสำนักซูซานต่างก็มองไปที่พวกเขาด้วยสายตาที่ไม่ดี มีเพียงเจียนอ้าวที่มองฉิงเทียนด้วยสายตาอยากต่อสู้
“ท่านลุงครับ คนคนนี้คือหยิงเทียนกับหยิงหยูครับ” เซวียนหยวนหูกล่าวกับผู้บำเพ็ญเพียรที่อยู่ข้างๆเขา”
“เซวียนหยวนหู” ชายชราคนนั้นได้กระซิบกระซาบตอบเซวียนหยวนหู “เจ้ายังจำแผนที่เราจะไปที่สุสานกระบี่ได้ใช้ไหม ที่เหลือเราค่อยว่ากันหลังจากไปที่นั่นแล้ว”
“ขอท่านลุงครับอย่าได้กังวล ในครั้งนี้หลานจะขอทำให้ดีที่สุดเพื่อที่จะชิงกระบี่ม่วงมาให้ได้ครับ เพื่อที่ตระกูลเซวียนหยวนของเราจะได้มีปากมีเสียงมากขึ้นในสำนักซูซาน” เซวียนหยวนหูกล่าว
ชายชราก็ผงกหัวเล็กน้อยแล้วกล่าว “กระบี่ม่วงนี้เกี่ยวข้องกับความรุ่งเรืองของสำนักซูซานของเรามาก หากว่าเจ้าได้กระบี่ม่วงมา ตระกูลเซวียนหยวนของเราไม่เพียงแต่มีปากมีเสียงมากขึ้นในสำนักซูซาน แต่ฐานะของเจ้าก็จะดีขึ้นอย่างมากอีกด้วย”
“ขอท่านลุงจงวางใจ ข้าจะทำอย่างเต็มที่แน่นอนครับ” เซวียนหยวนหูรีบตอบกลับไป ถ้าเขาได้กระบี่ม่วงมา เขาก็จะมีโอกาสที่จะเอาชนะเจี้ยนอ้าวได้! และยังสามารถล้างอายที่หยิงเทียนทำเอาไว้กับเขาได้ด้วย
“ดี ตระกูลเซวียนหยวนของเราจะต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้ เจ้าจะต้องพยายามให้มากและข้าก็รู้ด้วยว่าเจ้านั้นแอบชอบหยูชูซินอยู่” ชายชรากล่าวพร้อมกับยิ้ม “หากว่าเจ้าได้กระบี่ม่วงมา สาวน้อยคนนั้นก็ไม่สามารถหนีไปจากกำมือของเจ้าได้แล้ว และเมื่อถึงเวลานั้นเจ้าก็จะมีโอกาสที่จะฆ่าหยิงเทียนได้ด้วย”
ดวงตาของเซวียนหยวนหูนั้นไฟลุกโชนขึ้นมา และได้กระซิบตอบชายชรา “ทราบแล้วครับท่านลุง หลานรู้ดีว่าเรื่องไหนสำคัญไม่สำคัญ และถ้าหลานมีโอกาสหลานจะฆ่าหยิงเทียนให้ได้ครับ”
“คงไม่จำเป็นให้ข้าต้องสอนนะ? ในโลกผู้บำเพ็ญเพียรนี้ต่อให้เขามีความสามารถมากแค่ไหน แต่ก็ไม่มีอะไรที่สำนักซูซานของพวกเราจะทำไม่ได้” ชายชรากล่าวพร้อมกับยิ้ม
“เข้าใจแล้วครับ” เซวียนหยวนหูตอบกลับอย่างรวดเร็ว
…………..
ฉิงเทียนรีบโบกมือไปมาแล้วกล่าว “ผู้อาวุโสกล่าวชมเกินไปแล้ว” แล้วเขาก็แอบคิดในใจ การที่ผมจะหลบหน้าคุณมันยังจะมีเหตุผลอื่นอีกเหรอ?
“เห็นข้าแก่มากนักเหรอ? ถึงเรียนข้าผู้อาวุโสน่ะ?” ฉิงอวี้เอ๋อก็ได้จ้องไปที่ฉิงเทียนด้วยสีหน้าไม่พอใจ
ในเวลานั้นเองที่ฉิงเทียนรู้สึกเหมือนหัวเขาใหญ่เป็นสองเท่า ทำไมเขาต้องมาโดนยัยแม่มดรังควานด้วย “คุณน้องสาวไม่ได้แก่เลยครับ!”
“ก็พูดได้นี่นา!” ฉิงอวี้เอ๋อพูดแล้วบิดหันบั้นท้ายที่แน่นของเธอมาแล้วเดินกลับเข้าไปรวมกลุ่มกับสำนักซูซาน
ในตอนนั้นเองฉิงเทียนก็แอบรู้สึกดีใจที่จบเสียที แต่แล้วก็มีเสียงที่น่าหลงใหลโทรจิตดังเข้ามาในหัวของเขา “เสี่ยวเทียน เอาไว้ค่อยคุยกันในสุสานกระบี่นะ!”
อะไรนะ ยัยแม่มดนี่ก็จะเข้าไปในสุสานกระบี่ด้วย? ในตอนนั้นเองที่ฉิงเทียนรู้สึกเหมือนโลกนี้เต็มไปด้วยความมุ่งร้าย ยัยแม่มดนี่อาจจะลงมือทำอะไรบางอย่างเขาจะต้องระวังตัวเอาไว้ให้ดี
หลังจากที่ฉิงอวี้เอ๋อมาถึง ในห้องโถงก็เงียบสนิทไปพักหนึ่ง ราวกับสำนักซูซานนั้นกำลังรอคอยใครบางคนอยู่
หลังจากสักพักก็ได้มีผู้บำเพ็ญเพียรคนหนึ่งเดินเข้ามา และพูดคุยกับเซวียนหยวนเหมิน ซึ่งเป็นคนที่เซวียนหยวนหูเรียกเขาว่าท่านลุง แล้วกล่าว “ในเมื่อทุกท่านมากันพร้อมแล้ว ก็ไปที่สุสานกระบี่กันเถอะ”
“ดี”
“รับทราบครับผู้อาวุโสเซวียนหยวน”
ไม่นานนัก
เซวียนหยวนเหมินก็ได้นำผู้คนออกจากสำนักซูซานแล้วมุ่งหน้าไปยังสุสานกระบี่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย