บทที่ 417 ทั้งหมดนี้คือของวิเศษ?
“หึ เมื่อถึงเวลานั้นไม่มีใครรู้แน่นอนหรอกว่าใครจะอยู่หรือจะตายกันแน่น่ะ” ฉิงหยูพูดอย่างจริงจัง
ฉิงเทียนก็ได้จ้องมองไปที่ประตูสุสานกระบี่นี้ ซึ่งกว้างใหญ่พอๆกับประตูทางเข้าเมือง จิตของฉิงเทียนได้ทำการรับรู้สิ่งโดยรอบอย่างตั้งใจแล้วรู้สึกคร่าวๆได้ถึงชั้นที่มองไม่เห็นที่แบ่งกั้นด้านในด้านนอกของประตูสุสานกระบี่เอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เขาเจาะออกไปสู่ด้านนอกได้
“อาคมที่สำนักซูซานวางเอาไว้นั้นช่างทรงพลังจริงๆ” ฉิงเทียนพูดในใจ สุสานกระบี่นี้คงมีเอาไว้เพื่อคนของสำนักซูซานที่จะเข้ามาในอนาคต พวกเขาได้เก็บรวบรวมสิ่งของและประสบการณ์เอาไว้ในสุสานกระบี่เอาไว้ให้กับคนที่จะมาเป็นความหวังต่อไป ดังนั้นมันจึงเป็นข้อห้ามที่ไม่ให้คนนอกเข้ามาตลอดเวลาที่ผ่านมาของสำนักซูซาน
เซวียนหยวนหูจ้องไปที่ฉิงเทียนและพูดด้วยทำนองดูถูก “เจ้ากล้ามาที่เข้ามา แต่ก็ระวังตัวเอาไว้เถอะ สำนักซูซานของเรามีข้อห้ามที่คนภายนอกไม่รู้ มันคงจะน่าสงสารที่เจ้าจะต้องมาตายในสุสานกระบี่ตั้งแต่ยังหนุ่ม เมื่อถึงตอนนั้นก็อย่ามาโทษพวกเราสำนักซูซานก็แล้วกัน”
“หึๆ คุณควรจะเป็นห่วงตัวเองก่อนเถอะ ข้อห้ามที่ว่ามานั่นผมว่าคุณเองก็คงไม่รู้เหมือนกัน ใช่ไหมคุณศิษย์อันดับสองของสำนักซูซาน “ฉิงเทียนพูดตอกกลับไปทันทีและหัวเราะ
“ฮึ่ม” เซวียนหยวนหูจ้องไปที่ฉิงเทียนด้วยสีหน้าขึงขังโดยไม่พูดอะไรอีก
แล้วฉิงเทียนกับพรรคพวกก็ได้เดินไปตามทางหินสีฟ้า ที่ปลายทางหินสีฟ้านี้ฉิงเทียนและพรรคพวกก็มองเห็นตำหนักเซียนที่อยู่ห่างจากพวกเขาประมาณ 1-2 ลี้
“นั่นน่ะเหรอ?” ทันทีที่ฉิงเทียนมองดูเขาก็พบว่ามีเสื้อผ้าขาดราวกับอยู่ในที่พื้นที่ร้างที่อยู่ห่างไกล และมีของวิเศษมากมายวางกองอยู่ที่นั่น และพบผนึกขนาดใหญ่ที่มีแสง 5 สี และกระบี่สีดำที่ถูกเสียบอยู่ไว้ในดิน ถึงแม้ของพวกนี้จะดูดาดๆ แต่ฉิงเทียนและพรรคพวกก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่ถูกปล่อยออกมาจากกระบี่เล่มนี้ ซึ่งมันจะต้องเป็นของวิเศษที่ทรงพลังสุดๆมากแน่ๆ
“นี่คือของวิเศษอย่างนั้นเหรอ?”
“ตรงนี้ก็มี!”
ทางด้านของโช่วเหนียน และผู้ที่เชี่ยวชาญในหลายๆด้านอย่างเหยนหลิงต่างก็พบเสื้อผ้าขาดๆและของวิเศษอยู่ตามที่ต่างๆในบริเวณพื้นที่ร้างนี้รอบๆสุสานกระบี่
เพราะพลังวิญญาณในสุสานกระบี่ ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถใช้จิตศักดิ์สิทธิ์สำรวจพื้นที่รอบๆได้ แต่เมื่อมองดูด้วยตาเปล่าแล้วจะมองเห็นแค่กองเสื้อผ้าขาดๆ ที่เปื้อนเลือด และกองชิ้นส่วนของวิเศษที่กระจัดการอยู่รอบบริเวณนี้ มีเสื้อผ้าบางตัวที่สีซีดไปตามกาลเวลา และบางตัวที่ดูสวยสดงดงาม
ถึงแม้ทุกคนจะเห็นของวิเศษที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา แต่ทุกคนต่างก็ยังไม่ลงมือทำอะไร อย่างไรเสียที่นี่ก็คือสุสานกระบี่ของสำนักซูซาน! จึงเป็นเรื่องโง่ที่จะทำอะไรหุนหันพลันแล่นไม่เช่นนั้นจะตายได้ และคนของสำนักซูซานเองก็ยังไม่ลงมือทำอะไรด้วย
“ทุกคน” ผู้บำเพ็ญเพียรอ้วนได้มองไปรอบๆแล้วกล่าวพร้อมกับยิ้ม “ถึงแม้สุสานกระบี่นั้นจะอยู่ในการดูแลของสำนักซูซาน และมีคนมากมายที่เข้ามาลองทุกปี เสื้อผ้าเหล่านี้ล้วนเป็นของวิเศษของผู้คนที่เคยพยายามจะบุกฝ่าอาคมของพวกเราเข้ามาและตายลง ซึ่งมีแม้กระทั่งผู้ที่มีพลังวัตรระดับตู้จี๋”
ฉิงเทียนและคนอื่นๆต่างก็กลั้นหายใจ
“อาคมในสุสานกระบี่ของสำนักซูซานนี้ทรงพลังขนาดนั้นเลยเหรอ?” ฉิงเทียนคิดในใจ
“ท่านผู้อาวุโสครับ ไม่ทราบว่ามันคืออาคมอะไรหรือครับ?” เหลียนเจวี่ยที่สูดลมหายใจแล้วถาม
“อาคมทรายเหลือง! ทรายสีเหลือง 1 เม็ดนั้นมีน้ำหนัก 1,000 ชั่ง!” ผู้บำเพ็ญเพียรอ้วนอธิบาย “แต่ในเวลานี้สำนักซูซานของพวกเราเป็นคนที่เปิดสุสานกระบี่นี้เอง อาคมทรายเหลืองนี้จึงได้อ่อนแอลง โดยทั่วไปจึงไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพลังวัตรระดับเหอถี่ล่ะนะ!”
ทันทีที่พูดจบลง
ฟิ้ว
โช่วเหนียนที่อยู่ใกล้ๆฉิงเทียนก็ได้รีบวิ่งไป ฝีเท้าของเขารวดเร็วดังสายฟ้า และวิ่งไปไกลในชั่วพริบตา สายลมและพื้นดินในพื้นที่ร้างนี้ได้แตกออกเล็กน้อย แล้วทรายสีเหลืองก็ได้พากันพุ่งขึ้นมา แล้วกลายเป็นกระบี่ทรายสีเหลืองเข้าฟาดฟันเขา
ฉัวะ, ฉัวะ…….
เหลียนเจวี่ยที่จู่ๆก็เอาหม้อปรุงยาทองเหลืองขนาดใหญ่มาป้องกันด้านหน้าของเขา แล้วกระบี่ทรายเหล่านั้นก็ได้หายเข้าไปในหม้อปรุงยาแล้วกลายเป็นควันสีฟ้าออกมา
กระบี่ในมือของฉิงอวี้เอ๋อเองก็ได้ทำให้กระบี่ทรายไม่สามารถเข้าใกล้เธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว
………………
กลุ่มคนต่างก็พากันเก็บรวบรวมของวิเศษอย่างเร่งรีบในสุสานกระบี่ แม้ว่าระดับของวิเศษเหล่านั้นจะไม่สูงมากก็ตาม
แต่ในเวลานี้คนเหล่านี้ยังไม่ได้เก็บของวิเศษกันอย่างจริงจัง เหมือนกับพวกเขาแค่แข่งกันเฉยๆ
โดยเฉพาะเจี้ยนอ้าวที่เห็นฉิงเทียนเก็บของวิเศษมา 1 ชิ้น เขาก็จะเก็บของวิเศษให้ได้ 2-3 ชิ้นด้วยความเร็วที่เท่ากัน
เจี้ยนอ้าวนั้นไม่พอใจอย่างมากในใจของเขา เขานั้นพ่ายแพ้ให้กับเจ้าหนูที่มาจากไหนก็ไม่รู้ ถึงแม้ว่าเขาจะยังมีสีหน้าอวดดีอยู่ตลอดเวลา แต่เขาจ้องฉิงเทียนเงียบๆอยู่นานแล้วเขาคิดที่จะหาทางกู้หน้าของเขาคืนมา
ในตอนแรกฉิงเทียนนั้นไม่ได้สนใจของวิเศษเหล่านี้มากนัก เขาไม่เห็นของพวกนี้ในสายตาเลย แต่ทว่าตอนนี้เขาไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว ต่อจากนี้เขาจะต้องมีลูกศิษย์เพิ่มมากขึ้น แต่เขายังไม่ค่อยมีของวิเศษมากนักเลย ดังนั้นของวิเศษเหล่านี้เขาจะเก็บไว้ใช้เป็นของมอบให้ลูกศิษย์ของเขาในอนาคต
ในตอนนี้ที่เจี้ยนอ้าวทำอยู่นั้นก็เหมือนกับเป็นการท้าแข่งกับเขา จะให้เขาทนได้อย่างไร ลูกผู้ชายเมื่อท้ามาก็ต้องรับ
ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้เรียกกระบี่วิญญาณอีกเล่มออกมา! แล้วไฟสีขาวก็ได้ออกมาห้อมล้อมตัวของฉิงเทียนเอาไว้ แล้วกระบี่ทรายทั้งหมดที่เข้ามาโจมตีฉิงเทียนก็ได้สลายและกลายเป็นควันสีเขียวไป แล้วใช้กระบี่วิญญาณทั้งสองเล่มเริ่มทำการเก็บของวิเศษภายใต้การควบคุมของฉิงเทียน
ท่ามกลางความตกใจของทุกคนที่อยู่ใกล้ๆเขา ชายคนนี้สามารถทำสองอย่างได้พร้อมกัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย