บทที่ 425 ค้นหา
“ตูม…”
เกิดแรงผลักที่มหาศาลขึ้นมาในสุสานกระบี่ แล้วทันใดนั้นภาพที่ทุกคนมองเห็นก็เปลี่ยนไป แล้วพบว่าออกมาข้างนอกสุสานกระบี่แล้ว
ในขณะที่ทุกคนกำลังสำรวจโลกภายนอก ฉิงเทียนก็รู้สึกได้ถึงทุกการเคลื่อนไหวในโลกใบน้อยของเขา ด้วยการช่วยเหลือของไป๋กงหยาง หยูชูซินฟื้นคืนความทรงจำกลับมาได้แล้ว
“เสี่ยวหยู ความทรงจำของหยูชูซินกลับมาแล้ว ตอนนี้พวกเราจะต้องออกไปจากที่นี่แล้ว” ฉิงเทียนได้ส่งโทรจิตไปหาฉิงหยู
ฉิงหยูก็รู้สึกดีใจขึ้นมาเมื่อได้ยินว่าความทรงจำของหยูชูซินกลับมาแล้ว เขาจึงผงกหัวแล้วหนีออกไปจากซูซานอย่างเร่งด่วน
ในเวลานี้ฉิงอวี้เอ๋อก็พลันรู้สึกได้ถึงบางอย่างและพูดขึ้นมา “ศิษย์หลานหยูล่ะ?” ในตอนนี้เองที่คนจากสำนักซูซานก็รู้สึกตัวว่าหยูชูซินได้หายไปแล้ว!
สีหน้าของผู้บำเพ็ญเพียรอ้วนก็ได้เปลี่ยนไปทันที เขาได้ใช้จิตศักดิ์สิทธิ์ของเขาทำการตรวจสอบดูรอบๆและไม่พบร่องรอยของเธอเลย ทำให้เขารู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมา สีหน้าของเขาก็ได้ดำมืดลงเรื่อยๆ หยูชูซินนั้นเป็นผู้ถูกเลือกให้ครองกระบี่เขียว และเจี้ยนอ้าวก็ได้กระบี่ม่วงมาแล้ว แต่ในเวลานี้กระบี่เขียวกลับหายไป!
“ท่านอาจารย์อาครับ รีบปิดเขารอบๆสุสานกระบี่เร็วเข้า แม้แต่นกตัวเดียวก็อย่าปล่อยให้เล็ดลอดออกไปได้” ผู้บำเพ็ญเพียรอ้วนตะโกน
แล้วปรมาจารย์ระดับตู้จี๋ทั้ง 8 คนก็ได้ทำการช่วยกันวางอาคมปิดล้อมทั้งฟ้าและดินรอบๆเขาสุสานกระบี่ อย่าว่าแต่นกเลยแม้แต่แมลงวันก็ยังเล็ดลอดออกไปไม่ได้
ทันใดนั้นเองฉิงเทียนก็พลันรู้สึกไม่ดีขึ้นมาในใจของเขา เขารู้สึกได้ถึงพลังกดดันที่ออกมาจากปรมาจารย์ระดับตู้จี๋ทั้ง 8 คน ซึ่งเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากภาวนาให้พวกเขาหาเขาไม่พบ
ส่วนผู้บำเพ็ญเพียรอ้วนก็ได้รีบติดต่อไปยังเจ้าสำนักซูซานเพื่อแจ้งถึงการหายตัวไปของหยูชูซิน
ทางด้านของหลินเยว่, โช่วเหนียน และเหลียนเจี่ยต่างก็มีสีหน้าไม่สู้ดี พวกเขาหมายความว่าอะไร ปิดล้อมสุสานกระบี่ไม่ให้ใครออกไปจากที่นี่ได้! หรือว่าพอสำนักซูซานได้กระบี่คู่เขียวม่วงมาแล้วและก็จะเริ่มดำเนินการทันที โดยจะเริ่มจากลงมือกับศิษย์ของ 5 สำนักใหญ่ที่เหลือก่อน
ส่วนเรื่องของการหายตัวไปของหยูชูซินนั้น พวกเขาต่างก็ไม่เชื่อ อย่ามาทำพูดเป็นเล่น หยูชูซินอยู่ในเขตของสำนักซูซานแท้ๆ ถ้าจะมีใครหายไปก็ไม่น่าจะเป็นคนของสำนักซูซาน ในความคิดของพวกเขานั้นสำนักซูซานคงคิดที่จะลงมือทำอะไรบางอย่างกับพวกเขาเป็นแน่
ในเวลานี้พวกเขาต่างก็แอบรู้สึกกระวนกระวายแต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ อยู่ในพื้นที่ของคนอื่นและยังมีปรมาจารย์ระดับตู้จี๋ทั้ง 8 คนนี้ก็คอยเฝ้าระวังอยู่ พวกเขาจะหนีไปได้อย่างไร?
ดูเหมือนว่าคนทางเดียวที่จะส่งข่าวไปยังอาจารย์ของพวกเขาได้นั่นคือแอบส่งโทรจิตออกไปด้วยของวิเศษของแต่ละคนเท่านั้น
“ทุกคนอย่าเพิ่งกังวล! อีกเดี๋ยวท่านเจ้าสำนักก็จะมา แต่ขอให้ทุกคนช่วยรอจนท่านเจ้าสำนักมาถึงที่นี่ก่อน!” แล้วปรมาจารย์ระดับตู้จี๋ทั้ง 8 ก็ได้เดินมาแล้วยื่นมือขวาออกมา และของวิเศษส่งโทรจิตต่างๆก็ได้เงียบไปในทันที
“ทำไมพวกคุณ….สำนักซูซานถึงได้กักขังพวกเราด้วย? สำนักร้อยสัตว์จะไม่ยอมถูกเล่นงานง่ายๆฝ่ายเดียวแน่” โช่วเหนียนพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าโกรธ
“ใช่แล้ว สำนักโอสถของพวกเราก็เช่นกัน”
“ข้าสำนักคุนหลุน จะไม่ยอมถูกเล่นงานฝ่ายเดียวเด็ดขาด”
……………….
เหล่าศิษย์จากสำนักใหญ่ต่างก็จ้องมองไปที่ผู้บำเพ็ญเพียรอ้วนด้วยสายตาที่ดุดันพร้อมกัน ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรอ้วนรู้สึกทำอะไรไม่ถูก อย่างไรเสียคนเหล่านี้ก็เป็นถึงศิษย์เอกของสำนักใหญ่ ทำให้เขาไม่กล้ายุ่งด้วยมากนัก
“ทุกคนได้โปรดช่วยฟังข้าอธิบายก่อน ลูกศิษย์ของสำนักซูซานเราคนหนึ่งได้เข้าไปในสุสานกระบี่พร้อมกันกับทุกคนและตอนนี้ก็ได้หายตัวไป หลังจากการสืบสวนของพวกเราเสร็จเรียบร้อย หากทุกคนอยากจะกลับก็กลับได้เลยค่ะ” ฉิงอวี้เอ๋อพูดอย่างอ่อนโยนและอ่อนหวาน เมื่อเห็นว่าฉิงอวี้เอ๋อได้มาช่วยออกหน้าให้ ผู้บำเพ็ญเพียรอ้วนก็ได้โล่งอก
ได้ฉิงอวี้เอ๋อมาช่วยออกหน้าให้ แต่ทุกคนก็ยังแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา อย่างไรเสียทุกคนต่างก็ดีว่าสถานะของเธอในสำนักซูซานนั้นไม่ใช่ต่ำๆ อีกทั้งผู้หญิงคนนี้ก็ยังงดงามอีกต่างหาก แต่ในฐานะที่เป็นศิษย์เอกแล้ว พวกเขาต่างก็มีศักดิ์ศรีเป็นของตัวเองอยู่
“แล้วพวกคุณสำนักซูซาน จะใช้เวลาสืบสวนกันนานแค่ไหน?” โช่วเหนียนคิ้วขมวด
“คุณคือพี่ชายของฉิงหยู ฉิงเทียนสินะคะ” ดวงตาของหยูชูซินนั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ในความทรงจำของเธอ เธอนั้นถูกบังคับพาตัวไปยังสถานที่แห่งหนึ่งโดยสำนักซูซานแล้วจากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย จนกระทั่งเธอฟื้นขึ้นมา เธอคิดว่าที่นี่น่าจะคือสำนักซูซาน
“คุณไม่รู้เลยเหรอว่าเกิดอะไรขึ้น?” ฉิงเทียนถามหยูชูซินอย่างประหลาดใจ
“เกิดอะไรขึ้นในหลายวันที่ผ่านมาเหรอคะ?” หยูชูซินก็ได้ถามขึ้นมาอย่างเร่งรีบ “คุณรีบออกไปเถอะค่ะ ที่นี่เป็นเขตของสำนักซูซาน ถ้าพวกเขาพบคุณเข้า คุณจะถูกพวกเขาฆ่าเอาได้นะคะ”
ฉิงเทียนจึงได้เล่าให้เธอฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายวันก่อนหน้านี้
“คุณบอกว่าฉิงหยูนั้นอยู่ข้างนอกด้วยอย่างนั้นเหรอคะ?” หยูชูซินพูดอย่างสั่นเครือ เธอนั้นคิดว่าเธอจะไม่ได้พบกับเขาอีกแล้ว
“ไม่ต้องรีบร้อนไป เมื่อพวกเราออกไปจากที่นี่ได้ พวกคุณจะได้พบกันอีกแน่นอน ตอนนี้คุณพอจะบอกผมได้ไหมว่ากระบี่ของคุณสามารถสัมผัสอะไรได้หรือไม่?”
“กระบี่เล่มนี้เหรอคะ?” หยูชูซินหยิบเอากระบี่เขียวออกมาและกระบี่เขียวนั้นก็ได้ยิงศรออกไปในท้องฟ้าและเหลือทิ้งเอาไว้แค่เส้นเส้นหนึ่ง
“ขังเอาไว้!” ฉิงเทียนตะโกนและชี้ไปที่กระบี่เขียวที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ แล้วบริเวณรอบๆก็ได้กลายเป็นตาข่ายมาขังกระบี่เขียวเอาไว้ข้างใน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมกระบี่เขียวถึงได้ดูกระวนกระวายนัก? หรือว่ากระบี่ม่วงจะอยู่ใกล้ๆ” หยูชูซินกล่าว
“คุณพูดถูกแล้ว มีกระบี่ม่วงอยู่ข้างนอกจริงๆ” ฉิงเทียนยิ้มอย่างฝืนๆและเล่าเรื่องที่สำนักซูซานได้กระบี่ม่วงไป และตอนนี้เขาน่าจะกำลังตามหาเธอ
“คือว่า กระบี่ม่วงและกระบี่เขียวนั้นเป็นของคู่กัน ถ้ามันเข้าใกล้กันเมื่อไรก็จะตอบสนองกันทันทีค่ะ” หยูชูซินอธิบาย
“อะไรนะ มันสัมผัสถึงกันได้ แย่แล้ว!” ฉิงเทียนตะโกนออกมา และถอนจิตของเขาออกมา และพอจิตของเขากลับมาสู่โลกความจริง ก็พบว่ามีแสงจากกระบี่ขนาดมหึมากำลังพุ่งตรงมาที่เขา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย