เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 426

บทที่ 426 สงคราม

มีกระบี่บินขนาดใหญ่พุ่งมาพร้อมด้วยจิตฆ่าฟัน ที่พุ่งเป้ามาหมายที่จะฆ่าฉิงเทียนให้ตาย

“ออกมา!” ฉิงเทียนที่ไม่สนว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้นแล้ว เขาเรียกกระบี่อัสนีสวรรค์ออกมาในมือของเขา และพลังถ่ายเทพลังวิญญาณทั้งหมดเข้าไปทันที!

“แกร๊ง! แกร๊ง! แกร๊ง!” เสียงกระบี่สองเล่มปะทะกันอย่างต่อเนื่อง และมีประกายไฟแลบออกมาทั่วจากบริเวณที่ปะทะกัน

“อุ่ฟ!” ฉิงเทียนถอยร่นออกมาก่อนที่จะยืนอยู่นิ่งๆ และเช็ดเลือดที่ปากของเขาแล้วถามด้วยสีหน้านิ่งๆ “ผู้อาวุโสเจี้ยน คุณคิดจะฆ่าผมเหรอครับ?”

คนอื่นๆต่างก็ตกใจเมื่อเห็นการโจมตีของผู้อาวุโสเจี้ยน พวกเขายังไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆผู้อาวุโสเจี้ยนก็ได้โจมตีขึ้นมา

ตัวตนของฉิงหยูก็ได้โผล่ออกมา เขารีบออกมาพูดช่วยฉิงเทียนและมองไปที่คนอื่นๆแล้วกล่าว “พวกคุณสำนักซูซานคิดจะทำอะไร?”

ทางด้านของโช่วเหนียนก็ได้โผล่มาและยืนอยู่ข้างๆฉิงเทียนแล้วกล่าว “ผู้อาวุโสเจี้ยน การกระทำของท่านช่างไม่มีเหตุผล” การปรากฏตัวของโช่วเหนียนทำให้ทุกคนตกใจ แม้แต่ผู้อาวุโสเจี้ยน

“หลานโช่ว ข้าแนะนำให้เจ้าถอยออกมาจะดีกว่า” ผู้อาวุโสเจี้ยนกล่าว

“พวกท่านสำนักซูซานนั่นแหละที่ควรจะบอกเหตุผลมาก่อน!” โช่วเหนียนไม่ยืนออกห่างฉิงเทียนแต่ถามด้วยสีหน้าที่จริงจัง

ผู้อาวุโสเจี้ยนไม่ตอบเขาแล้วหันไปมองคนอื่นๆด้วยสายตาที่ขึงขัง

“ข้าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาครับ” เหลียนเจวี่ยเองก็มีสีหน้าเหมือนอยากจะถามเขาเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่คิดจะทำ และเขาเองก็อยากที่ฆ่าฉิงเทียนด้วย

ในตอนนั้นเองเขาก็เห็นฉิงเทียนที่ถือกระบี่อัสนีสวรรค์อยู่ในมือ เหลียนเจวี่ยจึงรู้ว่าฉิงเทียนคือชายลึกลับที่แย่งโลงศพของพวกเขาไปในงานประมูล และฉิงเทียนก็ได้ฆ่าคนของสำนักโอสถไปด้วย

และคนอื่นๆต่างก็ส่ายหัวพร้อมกัน ราวกับว่าพวกเขานั้นไม่อยากที่จะยุ่งด้วย สำหรับพวกเขาแล้วหยิงเทียนเป็นเพียงคนที่ผ่านมา จะอยู่หรือตายก็ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา บางทีพวกเขาปล่อยให้ผู้อาวุโสเจี้ยนฆ่าหยิงเทียนจะเป็นการดีกว่า

อย่างไรเสียความสัมพันธ์ระหว่าง 6 สำนักใหญ่ในโลกผู้บำเพ็ญเพียรนั้นก็คงยังดีอยู่ และพวกเขาต่างก็อยากให้ฉิงเทียนที่เป็นคนนอกตาย

“นี่มันเรื่องอะไรกันเหรอคะ ศิษย์พี่?” ฉิงอวี้เอ๋อเองก็สงสัยว่าจู่ๆผู้อาวุโสเจี้ยนจะโจมตีเขาทำไม ฉิงอวี้เอ๋อเองก็ไม่ใช่คนเดียวที่คิดเช่นนั้น แต่ยังทั้งสำนักซูซานด้วย

“กระบี่เขียวอยู่ในครอบครองของเขา” ผู้อาวุโสเจี้ยนพูดออกมาสั้นๆ แต่ก็ทำให้ผู้คนตรงนั้นต่างก็ไม่สงบขึ้นมาทันที หากกระบี่เขียวอยู่ในครอบครองของเขา ก็จะหมายความว่าหยูชูซินนั้นถูกเขาฆ่าตายไปแล้ว ในสุสานกระบี่กลับมีลูกศิษย์ของสำนักซูซานถูกฆ่าตาย เรื่องนี้ถือเป็นการยั่วโมโหกันชัดๆ

“เป็นไปไม่ได้ เขาไม่มีโอกาสที่จะทำได้หรอกค่ะ” ฉิงอวี้เอ๋อพูดอย่างไม่เชื่อ เธอและหยูชูซินนั้นอยู่ด้วยกันตลอดตั้งแต่เข้าไปในสุสานกระบี่

ผู้อาวุโสเจี้ยนก็ได้ส่ายหัวของเขาอย่างสับสนแล้วกล่าว “ถึงข้าจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่กระบี่เขียวนั้นอยู่ในครอบครองของเขาแน่ หากว่าพวกเราจับเขาได้ก็จะรู้เรื่องทุกอย่างเอง”

“ผู้อาวุโสเจี้ยน ผมอุตส่าห์ซ่อนกระบี่เขียวไว้อย่างมิดชิดแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังอุตส่าห์รู้สึกได้ไม่เลวเลยจริงๆ” ฉิงเทียนไม่ได้ปิดบัง เขาตบมือให้แล้วยิ้ม ในเวลานี้เขารู้ดีว่าปิดบังต่อไปก็เท่านั้น ด้วยการท่องคาถาในใจของฉิงเทียน ของวิเศษที่เขาซ่อนอยู่ในร่างกายของเขานั้นก็ได้ถูกนำออกมา แล้วใบหน้าที่แท้จริงของเขาก็ได้ถูกเปิดเผย

“เจ้าคือฉิงเทียน!” เซวียนหยวนหูตะโกนและพูดอย่างไม่อยากเชื่อ เพราะเซวียนหยวนหูนั้นคือผู้ที่รู้จักหน้าของฉิงเทียนมากที่สุดในสำนักซูซาน อย่างไรเสียเขาก็เป็นถึงผู้อำนวยการของสำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเขาก็ได้ทำการตามสืบฉิงเทียนด้วยตัวเองแล้ว ดังนั้นใบหน้าของฉิงเทียนจึงได้อยู่ในหัวของเขา

“ฮ่าๆ ใช่แล้ว ผู้เยาว์ก็คือฉิงเทียนนั่นเอง” ฉิงเทียนหัวเราะแล้วกล่าว “ไม่ใช่ว่าพวกคุณสำนักซูซานกำลังตามล่าตัวผมในจีนกันอยู่หรอกเหรอ? ตอนนี้ผมมาอยู่ที่นี่ตัวเป็นๆแล้ว”

แล้วใบหน้าของคนในสำนักซูซานต่างก็ได้พากันโกรธจนหน้าเขียวโดยเฉพาะผู้อาวุโสเจี้ยน คนที่ถูกประกาศตามล่าโดยเขานั้นกลับมาอยู่ในสุสานกระบี่ของเขาเอง ช่างเป็นการที่ดูถูกอะไรอย่างนี้

แล้วผู้อาวุโสเจี้ยนก็ได้พูดอย่างขึงขัง “ในเมื่อเจ้าคือฉิงเทียน ก็อย่าหวังจะได้มีชีวิตอยู่แล้ว”

แล้วผู้อาวุโสเจี้ยนก็ได้ลงมืออย่างรวดเร็ว และกระบี่ที่ไม่เห็นแม้แต่เงาก็ได้พุ่งเข้ามาหาฉิงเทียน

ฉิงเทียนก็ได้ขยับตัวและยกมือของเขาขึ้นมาและปล่อยพลังวิญญาณของเขาออกไป กระบี่อัสนีสวรรค์คำรามและกระบี่ก็ได้ปล่อยพลังออกมาพร้อมกับเสียงที่ดังลั่น และบดขยี้กระบี่ที่พุ่งเข้ามาด้วยพลังที่รุนแรงของฉิงเทียน จนเกิดเป็นรอยแยกยาวจากการปะทะ แล้วในขณะเดียวกันเขาก็ได้พาฉิงหยูเข้าไปในโลกสวรรค์โลกาของฉิงเทียน

ผู้คนในสำนักซูซานต่างก็ตกใจเมื่อเห็นว่าฉิงหยูจู่ๆก็หายไปอย่างกะทันหัน แม้แต่ผู้อาวุโสเจี้ยนกับปรมาจารย์ทั้ง 8 ก็ยังต้องตกตะลึง

“เขาทำได้อย่างไรกัน?” เหลียนเจวี่ยพูดอย่างไม่อยากเชื่อ

“ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการใช้อาคมเคลื่อนย้าย”

ในเวลาเดียวกัน ฉิงเทียนก็ได้สั่งให้เพ่าฝูทำการซื้อของวิเศษแบบใช้แล้วทิ้งที่ทรงพลังมาจากร้านถาวเป่าสวรรค์ กับคนระดับอย่างผู้อาวุโสเจี้ยนรวมกับปรมาจารย์ระดับตู้จี๋ทั้ง 8 คนแล้ว ฉิงเทียนไม่มั่นใจเลยว่าเขาจะสามารถเอาชนะได้เลย ดังนั้นฉิงเทียนจึงไม่ได้วางแผนที่จะสู้อย่างเต็มที่

และในเมื่อเขาไม่ได้วางแผนที่จะสู้อย่างเต็มที่ แน่นอนว่ามันก็เป็นเวลาที่เขาจะต้องใช้ของวิเศษ

“พวกคุณสำนักซูซานที่เรียกได้ว่าเป็นสำนักที่มีเกียรติแต่ทำไมพวกคุณกลับเลือกที่จะฆ่าคนอย่างไม่ไยดีนัก” ฉิงเทียนพูดถากถาง “ผมไม่คิดว่าพวกคุณเป็นสำนักที่มีเกียรติหรอก เรียกว่าเป็นพรรคมารยังจะใช่กว่า”

“พูดจาเหลวไหล!” กระบี่ในมือของเจี้ยนอ้าวถูกปล่อยออกไป แล้วกระบี่ที่ห่อหุ้มไปด้วยพลังและรังสีฆ่าฟันก็ได้พุ่งตรงไปยังร่างของฉิงเทียน

“โกรธมาก็โกรธกลับไป!” กระบี่อัสนีสวรรค์ในมือของฉิงเทียนและพลังวัตรในระดับเหอถี่ก็ได้ปะทุออกมา กระบี่อัสนีสวรรค์ก็ได้ปล่อยคลื่นพลังน่ากลัวที่มองไม่เห็นออกไปรอบตัว แล้วกระแทกเข้ากับกระบี่ของเจี้ยนอ้าว แล้วกระบี่เล่มนั้นก็ได้หักออกจากกันทันที

“ในเมื่อสำนักใหญ่ๆอยู่รวมกันที่นี่แล้ว ถ้าเช่นนั้นผมก็จะขอให้พวกคุณช่วยกันตัดสินสำนักซูซานหน่อย พวกเขาฆ่าคนในตระกูลหนึ่งและฆ่าทิ้งเป็นผักปลาเพื่อรักษาสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าความลับเอาไว้ และดูเหมือนว่าคนที่ลงมือนั้นจะเป็นผู้ที่ชื่อว่าโจวเจี้ยน เขานั้นโหดร้ายมากแต่ทว่าผมก็ได้จัดการเขาไปเรียบร้อยแล้ว” ฉิงเทียนพูดราวกับกำลังพูดกับตัวเองอยู่

“เหลวไหล ข้าอยู่กับท่านเจ้าสำนักซูซานตลอดเวลา ปีศาจอย่างเจ้าน่ะที่จะต้องตาย” เจี้ยนอ้าวที่หน้ามืดหม่นและเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ขึงขัง ศักดิ์ศรีของสำนักซูซานก็คือศักดิ์ศรีของเขา และเขาจะปล่อยให้ใครมาย่ำยีไม่ได้

เกิดระเบิดขนาดมหึมาขึ้นมาและเต็มไปด้วยฝุ่น ในพื้นที่ที่ผู้อาวุโสเจี้ยนอยู่นั้น บริเวณนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นควันจนไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในบ้าง

“ท่านอาจารย์! ท่านเจ้าสำนัก…” ผู้คนจากสำนักซูซานเมื่อเห็นว่าเจ้าสำนักของพวกเขากำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเขาจึงได้พากันบุกเข้ามาหาฉิงเทียน

ภายใต้การใช้พลังสายฟ้าของเซียน พลังวิญญาณของฉิงเทียนจึงได้เหือดแห้ง

“ไป๋ฉี่ออกมา!” ฉิงเทียนตะโกนลั่น!

“ฮะฮ่า….เลือด นายท่านคนเหล่านี้ปล่อยให้ข้าจัดการเอง!” ไป๋ฉี่ก็ได้บุกเข้าไปหากลุ่มคนของสำนักซูซาน

“นี่มันผู้บำเพ็ญเพียรระดับเหอถี่ขั้นปลาย ไม่นึกเลยว่าฉิงเทียนจะยังมีผู้ช่วยที่แข็งแกร่งเช่นนี้อยู่” เหลียนเจวี่ยคิดในใจอย่างตกใจ

“ผีดิบทองคำ ไม่นึกเลยว่าประสกฉิงนั้นจะมีของวิเศษเช่นนี้อยู่ในครอบครอง” ฝ่าจิ้งพนมมือเข้าด้วยกันแล้วกล่าว

“นั่นคือผีดิบทองคำอย่างนั้นเหรอ?” แน่นอนว่าพวกเขาเองต่างก็เคยได้ยินเรื่องของผีดิบทองคำมาบ้างในฐานะที่เป็นศิษย์เอกของสำนักใหญ่

“ฉิงเทียนคนนี้เป็นใครกันแน่? ทำไมเขาถึงได้มีของวิเศษน่าทึ่งมากมายเช่นนี้อยู่ในครอบครองได้” หลินเยว่พูดอย่างสงสัย แน่นอนว่าพวกเขาก็เห็นสายฟ้าที่ออกมาจากมือของฉิงเทียนนั้นมันจะต้องไม่ใช่ของธรรมดาแน่ๆ เพราะพวกเขาพบว่าแม้แต่ปรมาจารย์ทั้ง 8 และผู้อาวุโสเจี้ยนก็ยังต้านทานแรงระเบิดของมันไม่ได้

“โชคยังดีที่ฉิงเทียนนั้นไม่ได้มีความแค้นอะไรกับสำนักร้อยสัตว์ป่า ไม่อย่างนั้นสำนักร้อยสัตว์ป่าของพวกเราก็คงไม่อาจต่อต้านสายฟ้าของเขาได้แน่” โช่วเหนียนลูบอกของเขาและพูดออกมาด้วยความกลัว

หลังจากที่ควันเริ่มจางหาย ผู้อาวุโสเจี้ยนกับปรมาจารย์ทั้ง 8 ได้พากันออกมาจากกลุ่มควันนั้น

ซึ่งในเวลานี้พวกเขาต่างก็รู้สึกได้ถึงพลังของเซียน ซึ่งเป็นพลังที่สุดของโลก แต่ละคนอยู่ในสภาพกระเซอะกระเซิงและเสื้อผ้าก็ขาดวิ่น และมีเลือดไหลออกมาจากตามร่างกาย

ทางด้านของเหล่าศิษย์สำนักซูซานเองต่างก็ไม่คณามือของไป๋ฉี่เลย

“ฉิงเทียน เจ้าบังคับข้าให้ทำเช่นนี้!” ผู้อาวุโสเจี้ยนได้คำรามออกมา เมื่อใดกันที่เขาถูกทำให้กลายเป็นเช่นนี้ เขานั้นแข็งแกร่งกว่าผู้อื่นร้อยเท่าพันเท่าเสมอมา แต่เขากลับถูกใครก็ไม่รู้ทำร้ายเสียเป็นแบบนี้ ทำให้ตอนนี้เขารู้สึกปวดร้าวอย่างมาก

และหากว่าฉิงเทียนนั้นได้ขว้างสายฟ้าแบบเมื่อกี้มาอีก เขาก็เกรงว่าตัวเขากับเหล่าปรมาจารย์คงได้ตายแน่นอน

เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเสี่ยงดวง เขาหยิบแผ่นป้ายไม้ขึ้นมาในมือขวา แล้วผู้อาวุโสเจี้ยนก็ได้ถ่ายพลังลงไปในมือขวาอย่างบ้าคลั่ง แล้วเขาก็ยกมือขวาขึ้นมาอย่างสั่นเทาและคำราม “พระเจ้าจงสำแดงพลังออกมา”

“บ้าน่า เป็นไปไม่ได้ พลังนี้มันอะไรกัน กำลังจะมีอะไรออกมา?” ฉิงเทียนตะโกนออกมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย