บทที่ 431 ประตูผี
“ท่านฉิงเทียน ท่านจับข้าเอาไว้ให้ดีนะ นี่คือเส้นทางเคลื่อนย้ายไปยังยมโลก ถึงแม้ว่าท่านจะได้กินไข่มุกมืดไปแล้วก็ตาม แต่เส้นทางนี้จะปฏิเสธสิ่งที่มีชีวิตต่างๆ และเพราะท่านเป็นผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่แล้วยังเป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่มีพลังหยางมากอีกต่างหาก หลังจากที่ท่านเข้าไปแล้วท่านจะรู้สึกไม่ค่อยดีนิดหน่อยแน่นอน แต่หลังจากที่ร่างกายปรับตัวได้ท่านก็จะค่อยๆรู้สึกดีขึ้นเอง” ยมทูตดำได้พูดเตือนเขาเป็นพิเศษ อย่างไรเสียเขานั้นไม่สามารถทำเป็นเมินเฉยต่อฉิงเทียนผู้ที่ท่านราชายมบาลเป็นคนเชิญมาได้
“เข้าใจแล้ว” ฉิงเทียนผงกหัวแต่เขาก็ยังสงสัยในใจอยู่ ยมโลกนั้นจะเป็นอย่างไรบ้างนะ?
“ถ้าเช่นนั้นก็ออกเดินทางกันเถอะ!” ยมทูตดำผงกหัวแล้วเริ่มพาเขาไปยังประตูที่ดูมืดมนที่อยู่ตรงหน้าของฉิงเทียนเข้าไปอย่างช้าๆ โดยยมทูตดำอยู่ทางซ้ายของฉิงเทียนและยมทูตขาวอยู่ทางขวาของฉิงเทียน แล้วร่างของทั้งสามคนก็ได้หายไปทันที และประตูนั้นก็ค่อยๆหายไปในที่สุด
หลังจากที่เข้าประตูไปแล้ว ร่างของฉิงเทียนก็รู้สึกราวกับเขาผ่านกำแพงบางอย่างที่บางๆมา แล้วทันใดนั้นก็มืดสนิทแล้วจากนั้นเขาก็รู้สึกวิงเวียนและคลื่นไส้ และเขาก็รู้สึกหนาวขึ้นมาจึงได้รีบใช้พลังวิญญาณเพื่อขับไล่ความเย็นออกไป จนผ่านไปพักใหญ่ๆก่อนที่เขาจะเห็นแสงบางอย่าง
แต่ทว่าแสงนี้นั้นไม่ได้สว่างจ้ามากนักแต่เป็นแสงอ่อนโยนมาก มันดูราวกับแสงที่ส่องก่อนที่ฝนจะตกหนัก
ฉิงเทียนลงมาถึงได้สักพักก่อนที่เขาจะเริ่มรู้สึกตัวว่าเขาได้มายังสถานที่ที่นึงโดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว บริเวณโดยรอบของที่นี่ล้วนออกสีเทาๆ ราวกับเป็นจีนทางตอนเหนือที่ถูกรุกรานอย่างหนักด้วยหมอกควัน และบริเวณโดยรอบเป็นระยะ 3 ฟุตไปก็ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“ที่นี่คือยมโลกงั้นเหรอ?” ฉิงเทียนถามขึ้นมา อย่างไรเสียฉิงเทียนนั้นก็ค่อนข้างสงสัยเป็นอย่างมากเพราะเขานั้นเพิ่งเคยเดินทางมายมโลกเป็นครั้งแรก
“ที่นี่เป็นแค่ทางแยกระหว่างโลกอื่นๆกับโลกมนุษย์ พวกเรายังต้องเดินทางอีกไกลกว่าจะถึงยมโลกครับ” ยมทูตดำอธิบาย
โลกมนุษย์กับยมโลกนั้นคือคนละโลก เฉกเช่นเดียวกับสวรรค์กับโลกมนุษย์
ซึ่งมีเส้นทางไปยังสวรรค์กับโลกมนุษย์อยู่ และมีเส้นทางไปยังยมโลกจากโลกมนุษย์อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน
แต่มีจุดแตกต่างกันระหว่างทั้งสองเส้นนี้อยู่คือ เส้นที่ใช้ขึ้นไปสวรรค์นั้นจะเปิดเส้นทางโดยอัตโนมัติหากว่าบำเพ็ญเพียรบรรลุถึงขั้นเหลยจี๋เทียนเต้าไปแล้ว เพื่อให้ผู้บำเพ็ญเพียรสามารถทะยานขึ้นไปยังโลกเซียนได้
ส่วนเส้นทางระหว่างยมโลกกับโลกมนุษย์นั้นไม่จำเป็นต้องยุ่งยากขนาดนั้น หากว่าพบเส้นทางนั้นแล้วก็จะเดินทางไปยังยมโลกได้ทันที แต่ทว่าผีทั่วไปจะไม่สามารถหาเส้นทางนั้นพบได้ จำเป็นต้องให้ยมทูตขาวดำเป็นคนพาไปยังยมโลก
“ถ้าเช่นแล้วพวกเรายังต้องเดินทางกันอีกนานเท่าไรรึ?” ฉิงเทียนถามอย่างสงสัย
“อีกไม่นานหรอกขอรับท่านฉิงเทียน ท่านเห็นประตูเมืองนั้นไหมครับ? หากว่าท่านผ่านที่นั่นไปก็จะถึงยมโลกแล้วครับ” มองตามนิ้วที่ยมทูตขาวชี้แล้ว ฉิงเทียนก็พบกับประตูขนาดใหญ่ ซึ่งดูแล้วไม่ต่างอะไรไปจากประตูเมืองจีนโบราณเลย แต่ทว่าสีมันดูทึมๆกว่าและกำแพงก็เป็นสีดำอีกด้วย และมีตัวหนังสือขนาดใหญ่เขียนเอาไว้ที่เหนือประตูเมือง
“ประตูผี”
ซึ่งที่ด้านล่างของป้ายประตูผีนั้น จะพบยมทูตขาวดำจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งยมทูตขาวดำแต่ละคู่นั้นจะนำพาผีมาด้วย 1 ตน รีบผ่านเข้าประตูผีไปอย่างเร่งรีบ
“แม่เจ้าโว้ย มีประตูผีอยู่จริงๆด้วย แล้วทำไมถึงได้มียมทูตขาวดำมากมายขนาดนี้เนี่ย?” ฉิงเทียนนั้นคิดมาตลอดว่าประตูผีนั้นเป็นแค่จินตนาการของคนบนโลกเท่านั้น แต่เขาไม่นึกเลยว่าจะเป็นความจริง แต่สิ่งที่ทำให้เขาสงสัยยิ่งกว่าก็คือทำไมถึงได้มียมทูตขาวดำมากมายนัก
“นี่ยังดีนะขอรับท่านฉิงเทียน ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้พวกเราจะผ่านประตูเข้าไปได้ก็แค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งปกติจะไม่รู้หรอกว่าจะใช้เวลากี่ชั่วโมง ซึ่งพวกเราเคยใช้เวลามากกว่า 5 ชั่วโมงในการออกไปรับผีแล้วกลับเข้ามาผ่านประตูผีครับ” ยมทูตขาวกล่าวอย่างยินดี
ในเวลานี้ฉิงเทียนที่กำลังต่อคิวอยู่ก็ได้คิดในใจ: แม่เจ้าโว้ย ต้องใช้เวลา 5-6 ชั่วโมงกว่าจะผ่านเข้าประตูผีไป นี่มันโคตรจะเสียเวลาเลยนะเนี่ย?
ฉิงเทียนมองดูรอบๆอย่างยากลำบาก และพบว่าทั้งซ้ายและขวาต่างก็แน่นขนัดไปด้วยผีที่เพิ่งถูกจับตัวมา เหล่าผีต่างก็มาเบียดเสียดกันอยู่ที่นี่กันอย่างยุ่งเหยิงไปหมด
ถนนที่เข้าสู่ประตูผีนี้มีความกว้างแค่ 4 เมตรเท่านั้น ซึ่งถ้าเกิดเป็นแถวก็น่าจะสามารถให้คนเดินผ่านเข้าไปได้พร้อมกัน
แต่ฉิงเทียนพบว่าถนนเส้นนี้นั้นไม่ได้แบ่งออกเป็นเส้นทางเข้าออก ฉิงเทียนและคนอื่นๆที่อยู่ในเส้นทางขาเข้านั้นก็มีคนที่แทรกตัวออกมาด้วย แล้วเมื่อทั้งสองฝั่งเจอกัน บางครั้งพวกเขาก็ไม่ยอมหลีกทางให้ จนในที่สุดก็กลายเป็นติดแหง็กอยู่ตรงนั้นและไม่มีใครที่เดินผ่านไปไหนได้ทั้งนั้น
“ท่านยมทูตขาวดำครับ ท้องฟ้าก็ยังโล่งอยู่ไม่ใช่เหรอครับ ถ้าพวกเราเดินไปบนท้องฟ้าก็น่าจะเร็วขึ้นไปอีกไม่ใช่เหรอครับ?” ฉิงเทียนมองดูท้องฟ้าแล้วถาม เขาพบว่าท้องฟ้านั้นโล่งมาก และถ้าพวกเขาเดินไปบนฟ้าก็น่าจะผ่านประตูผีไปได้โดยใช้เวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้น
“ท่านฉิงเทียน ท่านคงจะไม่รู้อะไร” ยมทูตขาวกับดำอธิบาย “ประตูผีแห่งนี้อยู่ตรงทางเชื่อมระหว่างโลกเซียน โลกมนุษย์และยมโลก มิติแห่งนี้จึงแข็งแกร่งมากและประตูผีก็ได้สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้ใครมารุกรานมายังยมโลกได้ ดังนั้นประตูผีนั้นจึงมีความสามารถพิเศษป้องกันไม่ให้ใครก็ตามบินผ่านประตูผีนี้ได้ ถ้ามีใครกล้าบินผ่านเข้าไป ประตูผีก็จะทำการปล่อยพลังที่ทรงพลังออกมาและเป่าให้คนในระดับจินเซียนให้กลายเป็นผงได้ในทันที ข้าคิดว่าเมื่อก่อนคงเคยมีจินเซียนที่ไม่เชื่อฟังกฎข้อนี้แล้วบินข้ามมาแล้ว และผลก็คือถูกจัดการให้หายไปก่อนที่จะมาถึงประตูผีเสียอีก ยิ่งเป็นผีธรรมดาๆยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย”
“น่ากลัวเกินไปแล้ว!” ฉิงเทียนลูบอกของเขา ซึ่งกลายเป็นว่าไม่ใช่ว่าไม่อยากบินข้ามไป แต่บินไปไม่ได้ต่างหาก ไม่นึกเลยว่าประตูผีนั้นจะทรงพลังขนาดนี้ แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรสถานที่สำคัญเช่นนี้ก็ย่อมจะต้องมีมาตรการป้องกันที่แน่นหนาเช่นนี้อยู่แล้ว
แล้วในเวลานี้เอง ฉิงเทียนกับยมทูตขาวดำก็ได้มาติดอยู่ตรงกลางแถวโดยที่พวกเขาบินไปไม่ได้ พวกเขาจำเป็นต้องใช้ความอดทนแล้วค่อยๆขยับเข้าไปทีละนิดๆตามกระแสผี จนในที่สุดหลังจากที่ผ่านไป 2 ชั่วโมงฉิงเทียนกับคนอื่นๆก็ผ่านประตูผีเข้ามาได้และได้เข้ามาสู่ยมโลก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย