บทที่ 438 น้ำแกงเมิ่งผอแลกกับอุปกรณ์สำนักงาน
ตุลาการลู่ที่รู้สึกตื่นเต้นและทดลองอยู่พักใหญ่ๆนั้น แล้วเขาก็พบว่าอุปกรณ์สำนักงานเหล่านี้ใช้ง่ายมาก แล้วทั้งหมดจึงต่างก็อยู่ในภาวะตื่นเต้น แล้วในขณะที่กำลังทดลองใช้กันอยู่นั้นๆเอง จู่ๆคอมพิวเตอร์ก็ได้จอมืดลงแล้วดับไป
“เกิดอะไรขึ้น?” ตุลาการลู่มองดูจอที่จู่ๆก็มืดไปอย่างตกใจ โดยที่เขานั้นยังไม่ได้ทำอะไรมาก แล้วจู่ๆอุปกรณ์ดับลงไปได้อย่างไร?
“บ้าชิบเป๋ง” ฉิงเทียนตบหัวของตัวเอง ไฟแบตเตอรี่คอมพิวเตอร์หมดแล้ว
ตัวเขาพิมพ์งานไปก็ตั้งนานแล้ว มันจึงไม่น่าแปลกถ้ามันจะมาหมดเอาตอนนี้ แต่ที่ยมโลกก็ยังไม่มีไฟฟ้าใช้เสียด้วยสิ! แบบนี้เราก็ขายของพวกนี้ไม่ได้แน่ๆ
แล้วก็มีเหล่าผีบางคนที่ไม่ยินดีต้อนรับฉิงเทียนแต่แรกแล้ว เมื่อพวกเขาเห็นว่าอุปกรณ์สำนักงานที่ฉิงเทียนเอามาใช้งานไม่ได้แล้ว พวกเขาก็ได้เริ่มพูดล้อเลียนกัน
“แค่มองดูก็รู้แล้วว่าของจากโลกมนุษย์พวกนี้มันใช้การอะไรไม่ได้หรอก!”
“เสียเวลาจริงๆ สุดท้ายพวกเราก็ต้องจัดการกันเองอยู่ดี”
“ถ้าทำกันเองตั้งแต่แรกก็ดีแล้ว พวกเราจะได้ไม่ต้องมาทำงานล่วงเวลาด้วย”
เมื่อได้ยินที่พวกเขาพูดเยาะเย้ยกันแล้ว ฉิงเทียนก็ได้รู้สึกร้อนรนขึ้นมาอย่างสุดๆ นี่คือการทำธุรกิจครั้งแรกของเขาในยมโลก และมันจะส่งผลถึงการทำธุรกิจของเขาในภายภาคหน้าด้วย อย่างที่มีคนเคยพูดเอาไว้ ความประทับใจเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเขาไม่สามารถสร้างความประทับใจที่ดีในยมโลกได้ มันก็จะเป็นเรื่องยากที่เขาจะขายสินค้ามนุษย์ได้ในอนาคต ฉิงเทียนได้เริ่มคิดหาวิธีที่จะผลิตกระแสไฟ
“จริงด้วยสิ!” ฉิงเทียนตะโกน แล้วก็หยิบเอาเครื่องปั่นไฟพลังงานดีเซลจากในโลกมนุษย์ออกมา
หลักเครื่องปั่นไฟนั้นจะใช้เครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้น้ำมันดีเซลในการเผาไหม้ทำการขับเคลื่อนหมุนอุปกรณ์ผลิตกระแสไฟ เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าออกมา
ถึงแม้ว่าจะไม่มีน้ำมันดีเซลในยมโลกก็ตามที แต่ก็มีหนทางอื่นที่จะใช้ปั่นไฟได้อยู่ ซึ่งเครื่องจะยังผลิตกระแสไฟฟ้าออกมาได้เรื่อยๆตราบเท่าที่เครื่องปั่นไฟยังหมุนอยู่
ตุลาการลู่กับเหล่าผีที่อยู่ไม่ไกลต่างก็มองดูฉิงเทียนที่หยิบเอาเครื่องจักรขนาดใหญ่ออกมา แล้วแต่ละคนต่างก็พากันจ้องมองอย่างสงสัย
ตุลาการลู่ที่ชะโงกหัวมองดูเครื่องปั่นไฟดีเซลอยู่นั้น ก็มองซ้ายมองขวาแล้วเขาก็ได้ถามขึ้นมา “น้องฉิง เจ้าสิ่งนี้มันคืออะไร?”
“เจ้าสิ่งนี้คืออุปกรณ์ที่ใช้สร้างพลังงานไฟฟ้าครับ ดังนั้นคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์สำนักงานเหล่านี้ก็จะใช้งานได้ครับ” ฉิงเทียนตบไปที่เครื่องปั่นไฟเบาๆแล้วพูดอย่างอารมณ์ดี
ทันทีที่เขาพูดจบ ฉิงเทียนก็ได้ยื่นมือขวาออกมา แล้วปล่อยสายฟ้าอัคคีออกมาจากมือขวาของเขา
“จัดการเลย!” ทันทีที่ฉิงเทียนสั่งการออกไป สายฟ้าอัคคีก็ได้ปล่อยพลังออกมาอยู่ข้างในเครื่องยนต์ แล้วทันใดนั้นเครื่องยนต์ก็ได้ส่งเสียงออกมา แล้วฉิงเทียนก็ได้เอาสายไฟขนาดใหญ่ออกมาจากโลกใบเล็กแล้วต่อเข้าเครื่องปั่นไฟ
แล้วจากนั้นก็พ่วงเข้ากับคอมพิวเตอร์, เครื่องปริ้น และอื่นๆ
“ดูนั่นสิ มันติดแล้ว มันติดแล้ว!” มีผีตนหนึ่งตะโกนขึ้นมา
“มันก็แค่สว่างเฉยๆ มันอาจจะใช้การไม่ได้ก็ได้ต่อให้มันสว่างแล้วน่ะ” ยังมีผีบางตนที่พูดไม่ดีอยู่
ฉิงเทียนก็ได้ปรบมือโดยไม่สนใจที่พวกเขาพูดแล้วกล่าว “เรียบร้อยแล้ว คุณลองใช้ดู”
แล้วตุลาการลู่ก็ได้นั่งลงที่หน้าคอมพิวเตอร์ แล้วคลิกเมาส์กับคีย์บอร์ดอย่างตื่นเต้นแล้วตะโกน “ยอดไปเลย มันใช้ได้แล้ว”
จากการคำนวณของฉิงเทียนแล้ว พลังของสายฟ้าอัคคีนั้นน่าจะอยู่ได้แค่ 30 วัน จำเป็นต้องเปลี่ยนพลังงานทุกๆ 30 วัน แล้วฉิงเทียนก็ได้บอกเรื่องนี้ให้ตุลาการลู่ฟัง
ตุลาการลู่ก็ได้โบกมือปฏิเสธแล้วกล่าว “ไม่เป็นไร พวกเรามีไฟนรกมากมาย อาจจะอยู่ไม่ถึง 30 วัน แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา”
“ใช่แล้วครับ ผมอยากที่จะทำเหล้าพลับพลึงแดงครับ” ฉิงเทียนเมินเฉยต่ออาการประหลาดใจของตุลาการลู่แล้วผงกหัวยอมรับ “บอกตามตรงเลยนะครับตุลาการลู่ ที่ผมมาที่ยมโลกในครั้งนี้นอกจากจะมาช่วยงานราชายมบาลจัดงานเทศกาลผีแล้ว ผมคิดที่จะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตขึ้นด้วยครับ”
“เปิดซูเปอร์มาร์เก็ต! อะไรคือซูเปอร์มารเก็ต?” ตุลาการลู่ถามด้วยสีหน้างงงวย
“อืม ซูเปอร์มาร์เก็ตก็คือร้านที่ชายของหลากชนิดยังไงล่ะครับ”
“โอ่ เจ้าก็บอกสิว่าจะเปิดร้านขายของชำน่ะ” ตุลาการลู่กล่าว ร้านขายของชำก็คือร้านขายของชำ ทำไมต้องเรียกซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย
“เอาเป็นว่า คุณจะเข้าใจแบบนั้นก็ได้” ฉิงเทียนกล่าวอย่างช่วยไม่ได้ “ผมคิดที่จะเอาทุกสิ่งทุกอย่างในยมโลก, โลกเซียน และโลกมนุษย์ใส่เข้าไปในร้านของผม จากนั้นก็จะเปิดให้บริการทั้งในโลกเซียน, ยมโลกและโลกมนุษย์ ผมจึงอยากที่จะได้เหล้าพลับพลึงแดงน่ะครับ”
“คือว่า….” ตุลาการลู่ลังเล ด้วยเหตุผลเช่นนี้ตุลาการลู่จึงได้คิดที่จะปฏิเสธฉิงเทียนทันที เพราะท่านราชายมบาลได้มีคำสั่งว่าน้ำแกงเมิ่งผอนั้นห้ามไม่ให้คนนอกซื้อไปเด็ดขาด
แต่พอเมื่อเขานึกถึงอุปกรณ์สำนักงานพวกนี้แล้ว และฉิงเทียนยังบอกด้วยว่าเขาจะเปิดร้านขายของในยมโลกด้วย และจะขายของทั้งในโลกเซียนและโลกมนุษย์ มันทำให้เขารู้สึกสนใจอย่างมาก
ทั้งภูตผีและเซียนในยมโลกนั้นต่างก็ถูกห้ามไม่ให้ไปโลกเซียน หากพวกเขาอยากที่จะได้ของเซียนก็จะต้องแลกเปลี่ยนเอากับเซียนที่ลงมาทำธุระที่ยมโลก
และยิ่งของในโลกมนุษย์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไปมาบ่อยๆ แต่องค์เง็กเซียนก็ได้สั่งห้ามไม่ให้ผู้คนนำสิ่งของจากโลกมนุษย์มาที่ยมโลกเป็นการส่วนตัว ดังนั้นก่อนหน้านี้เขาจึงได้แต่มองดูสิ่งของบนโลกด้วยความอิจฉา
แต่ในเวลานี้เขามีโอกาสแล้วไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความเร็วของสำนักงานแล้ว แต่ยังจะสามารถซื้อของจากโลกเซียนได้ในอนาคตด้วย หัวใจของตุลาการลู่นั้นไม่เพียงแต่จะเต้นเร็วแล้วยังเต้นแรงด้วย
แต่ตุลาการลู่เองก็เป็นคนที่ผ่านประสบการณ์มามากมายแล้ว จึงได้สะกดความอยากของเขาเอาไว้ในใจแล้วกล่าว “น้องฉิงคงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านราชายมบาลแล้ว ขอข้ารายงานเรื่องนี้ให้ท่านราชายมบาลทราบก่อน”
“ได้ครับ เชิญคุณไปบอกกับท่านราชายมบาลก่อนได้เลยครับ! เดี๋ยวผมจะขอเดินชมเมืองยมบาลตามลำพังเองครับ” ฉิงเทียนกล่าวอย่างนิ่งๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย