บทที่ 452 สาวแปลกๆ
“ฮ่าๆ ข้าจะพาเจ้าไปตายด้วยกัน” เฝิงเต๋ออี้นั้นหัวเราะออกมาราวกับคนบ้า แล้ววิญญาณนั้นก็ได้ขยายตัวออก ขยายตัวไปเรื่อยๆราวกับลูกโป่ง
“เฝิงเต๋ออี้ ถ้าแกอยากตายก็ตายไปคนเดียวเซ่!” ฉิงเทียนคำราม เขาไม่คิดว่าเฝิงเต๋ออี้นั้นจะแน่วแน่และไม่มีความลังเลเช่นนั้น และเลือกที่จะใช้ระเบิดตัวเองทันทีและไม่ปล่อยให้เขาได้ไหวตัวทัน
“อัจฉริยะผู้มีแม้กระทั่งตำหนักเซียนและกับการตายของข้า ฮ่าๆ….ไม่เลว! รับไปซะ!” เฝิงเต๋ออี้เงยหน้าขึ้นฟ้า 45 องศาแล้วหัวเราะ
“ตูม!!!”
ด้วยเสียงดังกึกก้อง เฝิงเต๋ออี้ระเบิดตัวเอง แล้วโลกใบเล็กก็ได้ถูกปกคลุมด้วยเมฆดำ ตามมาด้วยฟ้าร้องฟ้าผ่า เฝิงเต๋ออี้นั้นราวกับเป็นระเบิดอะตอมมิค ที่ก่อให้เกิดควันดอกเห็ดขึ้นในบริเวณนั้น
“ขัง!” เพ่าฝูตะโกน มีเหงื่อผุดขึ้นมาบนใบหน้าเล็กๆของเธอและพยายามที่เข้าควบคุมการระเบิดตัวเองของเฝิงเต๋ออี้เอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้แรงระเบิดแผ่ออกมา
ภายใต้การควบคุมของเพ่าฝู ก็มีห้องที่มองไม่เห็นก่อตัวล้อมรอบเฝิงเต๋ออี้เอาไว้
แต่ฉิงเทียนนั้นอยู่ใกล้กับเฝิงเต๋ออี้เกินไป และไม่มีโอกาสที่จะหนีรอดได้เลย ถึงแม้ว่าเขาจะมีพลังที่ได้รับมาเป็นพิเศษของวิชาสวรรค์โลกาและจากโลกใบเล็กของเขาก็ตาม แต่พลังจากแรงระเบิดของเฝิงเต๋ออี้ผู้ที่อยู่ในระดับเหยินเซียน ก็ได้ทำให้ฉิงเทียนสลบไปในทันที
“ไม่ไหวแล้ว ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปข้าคงทานไว้ไม่อยู่แน่!” มีเหงื่อไหลออกมาจากหน้าผากของเพ่าฝูมากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าเล็กๆของเธอก็ได้ซีดเผือดราวกับกระดาษ
มองไปที่ฉิงเทียนที่ยังแน่นิ่งอยู่ เพ่าฝูก็เหมือนได้ตัดสินใจอะไรบางอย่าง แล้วทันใดนั้นตัวของเธอก็ได้หายไป แต่ทว่าห้องที่ควบคุมพลังระเบิดของเฝิงเต่ออี้อยู่นั้นก็ได้เปล่งแสงสีเหลืองทองออกมาแล้วกักขังระเบิดเอาไว้อย่างแน่นหนา
…………
เรือสำราญสุดหรูลำหนึ่งลอยอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรแปซิฟิก มีสาวงามในชุดยุโรปคลาสสิค และสวมหมวกดอกไม้อยู่ ผิวของเธอขาวราวกับหิมะ และมีดวงตาที่สวยงาม สีน้ำเงินเข้มราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้พูดอะไร แต่ก็รู้สึกได้ถึงหัวใจที่บอบบางมาจากตัวของเธอ และตัวเธอนั้นยังให้ความรู้สึกได้ถึงความน่าสงสาร, บอบบางและอ่อนแอ ราวกับว่าความอ่อนแอนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกอยากที่จะปกป้องเธอ
เธอคือไวเคาน์ติสโรสจากตระกูลเอ็ดวาร์ด เธอเดินทางมาจากประเทศ M เพื่อเดินทางไปยังประเทศจีนเพื่อตามหาสูตรพิเศษบางอย่าง
ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือและมองออกไปไกลๆ เธอก็มองเห็นเงาตะคุ่มเล็กๆอยู่ไกลออกไป ซึ่งพอมองดูชัดๆแล้วก็พบว่าเงาดำนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากฉิงเทียนนั่นเอง
เธอจึงได้เคลื่อนไหวทันทีและบินลงไปที่ทะเลไปหาฉิงเทียน ดวงตาสีน้ำเงินของเธอก็ได้กวาดสายตามองด้วยสายตาที่อ่อนโยน ด้วยการสะบัดมือของเธอฉิงเทียนก็ได้ลอยไปยังดาดฟ้าเรือ
ในเวลานั้นเองก็ได้มีคนวัยกลางคนสองคนผิวขาวและผมเหลืองทองที่ออกมาจากเรือสำราญแล้วถามเธอด้วยสำเนียงอังกฤษดั้งเดิม “คุณหนูครับ ผู้ชายคนนี้เป็นใครเหรอครับ?”
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน? ฉันเก็บเขามาจากในทะเล” ไวเคาน์ติสโรสจ้องไปที่ฉิงเทียนอย่างสงสัยด้วยดวงตากลมโตของเธอ ใบหน้าของชายชาวตะวันตกที่หล่อเหลา เธอนั้นเคยชินกับใบหน้าของชายชาวตะวันตกแล้ว พอได้มาเจอใบหน้าของชาวตะวันออกเช่นนี้ ทำให้ไวเคาน์ติสรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา
“ปลุกเขาให้ตื่นที!” ไวเคาน์ติสโรสเปิดปากของเธอขึ้นมาเล็กน้อยและบิดเอวของเธอและก้าวเดินไปด้วยรองเท้าส้นสูงสีแดง และไปที่แก้วไวน์แดงขึ้นมา
“คือว่า….” ข้ารับใช้ทั้งสองคนต่างก็หันหน้ามามองกันเองอย่างเก้ๆกังๆแล้วกล่าว “คุณหนูครับ พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อสูตรลับเท่านั้น พวกเราไม่ควรไปแหวกหญ้าให้งูตื่นนะครับ ชาวตะวันออกคนนี้ทำไมพวกเราจะต้องไปช่วยเขาแล้วปล่อยลงทะเลไปไม่ดีกว่าเหรอครับ?”
“นี่ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะช่วยใครสักคนเลยเหรอ?” ไวเคาน์ติสโรสพูดอย่างโมโหแล้วทำให้บรรยากาศโดยรอบหนาวเย็นขึ้นมาทันที
“ไม่กล้าครับไม่กล้า” ผู้ชายทั้งสองคนก้มหัวอย่างรวดเร็วและพูดอย่างเคารพ “พวกเราจะรีบช่วยเขาเดี๋ยวนี้แหละครับ”
แล้วหนึ่งในชายวัยกลางคนผมทองก็ได้ย่อตัวลงแล้วมองไปที่ฉิงเทียน แล้วก็เกิดความสงสัยขึ้นบนใบหน้าของเขา
ในใจของฉิงเทียนรู้สึกตกใจ ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าเขาอยู่ที่ไหน และในตอนนี้เขาก็กลายเป็นแค่คนธรรมดาๆไปแล้ว และนอกจากนี้ยังมีคนคุ้มกันสองคนที่มีพลังระดับเฟิงเฉินคอยคุ้มกันสาวยุโรปสวยงามคนนี้ซึ่งดูเหมือนจะมีสถานะสูงส่งอยู่ด้วย เขาจึงได้ประสานมืออย่างสุภาพและกล่าว “ขอตอบสุภาพสตรีท่านนี้ ผมมีชื่อว่าฉิงเทียนครับ”
ในฐานะคนหนุ่มศตวรรษที่ 21 แล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะกลายเป็นคนธรรมดาไปแล้ว แต่ฉิงเทียนก็ยังเชื่อมั่นในฝีปากของเขา และหวังให้พวกเขาพาเขาไปส่งที่ฝั่ง
เมื่อเธอได้ยินที่ฉิงเทียนพูด ใบหน้าที่ขาวของเธอก็มีสีแดงขึ้นมานิดหน่อย ดูน่าหลงใหล
เธอก็ได้ยิ้มขึ้นมา ซึ่งทำให้ฉิงเทียนรู้สึกทึ่งขึ้นมาอย่างมากทันที ราวกับกุหลาบสีแดงที่กำลังบานสะพรั่ง
“สวยงามมาก สวยงามจริงๆ!” ทำเอาฉิงเทียนใจลอยไปชั่วขณะ!
“หืม นี่จะจ้องอีกนานไหม?” ไวเคาน์ติสโรสก็ได้เดินมาด้านหน้าราวกับแมวเดิน แล้วขาที่ขาวราวหิมะของเธอก็ได้เตะไปที่แขนของฉิงเทียนแล้วกล่าวอย่างน่าหลงใหล “คุณอยากจะลองสัมผัสไหมล่ะ?”
ทันใดนั้นเองฉิงเทียนก็พลันรู้สึกได้ถึงเลือดของเขาที่พลุ่งพล่าน ผิวที่ดูนุ่มนวล ซึ่งทำให้ใครหลายคนต้องรู้สึกไขว้เขวและหลงใหล ถึงแม้ฉิงเทียนนั้นอยากที่ตอบว่าเขาอยาก แต่เขาก็ต้องตอบ “ไม่อยากออกไป” เพราะไม่ต้องการหลงคารมไปกับสาวชาวต่างชาติตระกูลใหญ่ที่ยังไม่รู้ดีเช่นนั้น มันไม่ดูน่าแปลกไปหน่อยเหรอที่จู่ๆจะให้คนอื่นมาจับขาตั้งแต่เพิ่งเจอกันเช่นนี้
“ไม่อยากที่จะจับขาสวยๆของฉันงั้นเหรอ?” ไวเคาน์ติสโรสดึงเอาขาของเธอกลับมา
ฉิงเทียนก็ได้กลืนน้ำลายลงไป เขานั้นไม่อยากที่จะไปล่วงเกินใคร ในเวลานี้เขาเป็นแค่คนธรรมดาไปแล้ว และเขาไม่สามารถที่จะต่อต้านได้เลย
“พวกตีสองหน้าอีกแล้ว” ไวเคาน์ติสโรสพูดอย่างไม่พอใจ สายตาของเธอนั้นราวกับเครื่องจักรสังหารและมือที่อ่อนโยนของเธอก็ได้สะบัด “โยนเขาลงไปเป็นอาหารปลา!”
แล้วไม่นานนักฉิงเทียนก็รู้สึกได้ถึงคำพูดที่เย็นชาของเธอ ที่ทำเขาหนาวไปตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำเอาหัวเขาชาไปหมด ที่เขาพูดเมื่อสักครู่มันผิดเหรอเนี่ย?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย