บทที่ 49 ชุดใหม่ของมหาเซียน
ไม่นานนักหลังจากที่หวังเห่ากับหวังอี้ได้กลับไปแล้ว
ก็มีเสียงที่ฟังดูหึงดังขึ้นมา “ทำไมคุณถึงได้ดูลังเลตอนที่จะจากกันด้วยล่ะ?” ฉิงเทียนจึงได้รีบหันไปหาที่มาของเสียงและพบว่าซูเสวี่ยกำลังมองดูเขาอยู่ด้วยสีหน้าที่ดูหดหู่บนใบหน้าของเธอ ในตอนที่ฉิงเทียนกับหวังอี้นั้นกำลังรักษากันเมื่อสักครู่นั้น ฉิงเทียนนั้นได้สัมผัสขาของหวังอี้ทำให้ซูเสวี่ยนั้นรู้สึกไม่ดีขึ้นมา! ถ้าผู้ชายของตัวเองไปทำเช่นนั้นกับสาวอื่นต่อหน้าพวกเธอ ผู้หญิงคนไหนก็ต้องมีโกรธกันบ้างล่ะ
ฉิงเทียนนั้นรู้ดีว่าซูเสวี่ยนั้นกำลังหึงเขาอยู่ ดังนั้นเขาจึงได้กอดซูเสวี่ยไว้ในอ้อมแขนของเขาและพูดด้วยความรัก “ไม่มีใครที่สวยไปกว่าเสวี่ยเอ๋อของผมแล้วล่ะ ผมจะดูแลคุณเป็นอย่างดีตลอดชีวิตของผมเลยล่ะ”
ผู้หญิงนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่เจ้าอารมณ์ที่สุด หลังจากที่ได้ฟังคำหวานของฉิงเทียนแล้ว ซูเสวี่ยที่มีอารมณ์ไม่ดีอยู่เมื่อครู่ก็ได้เปลี่ยนไปทันที และเธอก็มีรอยยิ้มที่มีความสุขขึ้นมาแทนภายใต้อ้อมแขนของฉิงเทียน
ในขณะที่พวกเขากำลังมีความสุขกับความอบอุ่นอยู่นั้น ก็ได้มีเสียงไอดังขึ้นมาขัดพวกเขา
ฉิงเทียนจึงได้แอบด่าในใจ: ใครกันที่มาขัดเวลาดีๆแบบนี้ซะด้วย ก่อนที่เขาจะพลันนึกขึ้นได้ว่าเสียงนี้เป็นเสียงหลานของเขาเอง หรือก็คือว่าที่พ่อตาของเขา
เขาจึงได้เก็บสิ่งที่เขาจะพูดนั้นไว้ในใจ ซูเสวี่ยที่สีหน้าแดงเป็นลูกแอปเปิลก็ได้ผลักตัวออกจากอ้อมแขนเขาแล้ววิ่งหนีไปแบบอายๆ
ฉิงเทียนจึงได้มองดูอย่างทำอะไรไม่ได้ ในขณะที่ตัวการอย่างซูกังนั้นยังอยู่ข้างๆเขาไม่ไปไหน ฉิงเทียนจึงอดไม่ได้ที่จะพูดถากถางในใจ: หืม คุณยังอยู่อีกเหรอเจ้าหลานบ้า!
แต่ฉิงเทียนไม่สามารถที่จะพูดออกไปได้ เขาจึงได้ยิ้มและถาม “คุณลุงซูครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ?”
มองดูฉิงเทียนที่มีท่าทีนอบน้อมและฝีมือด้านการรักษาของเขาก็ดีมากด้วย ซูกังนั้นพอใจอย่างมากกับว่าที่ลูกเขยของเขาคนนี้! เขาจึงได้นั่งลงแล้วพูดขึ้น “ฉิงเทียน ฉันไม่คิดว่านายนั้นจะมีความสามารถด้านการแพทย์ที่สุดยอดขนาดนี้ ดูเหมือนว่าลุงนั้นจะมองนายผิดไปจริงๆ!”
ไม่ยกโทษให้หรอก คุณไม่เคยมองผมในแง่ดีสักครั้งเลย ฉิงเทียนพูดเช่นนี้ในใจ ในขณะที่ปากของเขานั้นพูดอย่างถ่อมตัว “ไม่เป็นไรครับ เป็นเพราะผมไม่เคยแสดงฝีมือที่ไหนเลยต่างหากล่ะครับ!”
มองดูท่าทีของซูกัง ฉิงเทียนก็พอจะเดาได้แล้วว่าเขาอยากที่จะขออะไรจากเขาแน่ๆ แต่เขาไม่กล้าที่จะพูดออกมาเท่านั้น ดังนั้นฉิงเทียนที่ฉลาดกว่าจึงได้ถามเขา “ลุงซูมีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ? ผมจะช่วยคุณเอง!”
ซูกังยังมีท่าทีที่ไม่กล้าพูดออกมาอยู่
“ลุงซูครับ มองดูผมนะครับ ผมเป็นแฟนของเสวี่ยเอ๋อ ก็เรียกได้ว่าทุกๆคนที่นี่เป็นเสมือนครอบครัวของผมนะครับ!”
จริงๆแล้วฉิงเทียนแอบใช้ลูกเล่น ถ้าเขาพูดว่าเขาเป็นแฟนของลูกสาวของเขา แล้วถ้าเขาจะขอให้เขาทำอะไรให้ก็แสดงว่าเขายอมรับแล้ว หึๆ ฉิงเทียนแอบคิดอย่างภูมิใจ
“ก็ได้” ซูกังถอนหายใจแล้วพูดขึ้นมา “เสี่ยวเทียน เจ้าก็น่าจะเห็นแล้วว่าคุณปู่ของเสวี่ยเอ๋อนั้นอายุมากแล้วและชอบใช้ชีวิตอย่างสันโดษอยู่แต่กับบ้าน นานๆครั้งจะไปที่ร้านยาสักที ถ้าไม่ใช่เพราะท่านผู้ว่าฯหวังมาด้วยตัวเอง คุณปู่คงไม่ยอมที่จะออกมาแน่!”
ฉิงเทียนผงกหัวเป็นเชิงบอกว่าเขาเข้าใจ
“ความสามารถด้านแพทย์แผนจีนโบราณของฉันนั้นยังไม่ถึงขั้นคุณปู่ของเสวี่ยเอ๋อ และอีกทั้งยังมีการแข่งขันในวงการการแพทย์จีนของเรา! ในหลายปีมานี้ ร้านของพวกเรานั้นได้ถูกแย่งลูกค้าไปเป็นจำนวนมาก”
“เมื่อได้ฟังที่ซูกังคร่ำครวญ ฉิงเทียนก็เข้าใจได้ทันทีว่าเขาหมายถึงอะไรจึงได้พูดกลับไป “ลุงซูครับ ปัญหานี้ไม่ยากเลยครับ ต่อไปคุณลุงก็แค่เรียกหาผมเท่านั้นถ้าหากมีผู้ป่วยเข้ามา!” ฉิงเทียนทุบอก
“ให้เป็นหน้าที่ของผมเองครับ!”
“ฮ่าๆ เสวี่ยเอ๋อช่างหาแฟนได้ดีจริงๆ” ซูกังหัวเราะ จากนั้นเขาก็ถูมือของเขาแล้วพูดขึ้น “เสี่ยวเทียน เทคนิคฝังเข็มนั่นแบบว่า…”
“ไม่ยากเลยครับ! เดี๋ยวผมจะแอบเขียนให้คุณลุงทันทีเลยครับ” ฉิงเทียนพูดบอกทันที
“ฮ่า เป็นลูกเขยที่ดีจริงๆ เป็นลูกเขยที่ดี!” ซูกังอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกและตบหลังของฉิงเทียน ในเวลานี้ยิ่งเขามองมาที่ฉิงเทียนมากขึ้นเท่าไร ฉิงเทียนก็ยิ่งหลับตามากขึ้นเท่านั้น
“ผึง” ในตอนนี้ฉิงเทียนน้อยได้แข็งขึ้นมาแล้ว เมื่อได้เห็นสีหน้าที่น่าเอ็นดูและน่าหลงใหลของซูเสวี่ย ฉิงเทียนอดใจไว้ไม่ไหวอยากที่จับกดเธอด้วยตัวของเขาและคิดในใจ: แฟนของเรานี้ช่างเหมือนนางฟ้าเสียจริงๆ เมื่อรู้สึกถึงการตอบสนองของฉิงเทียน ซูเสวี่ยที่รู้สึกตัวก็ได้ผละตัวของเธอออกมาและเตรียมที่จะหนีไป
แต่ฉิงเทียนจะยอมปล่อยให้เธอหนีไปได้อย่างไร!
“คุณมายั่วผมแบบแล้วคิดที่จะหนีงั้นเหรอ คุณนี่ช่างไร้เดียงสาจริงๆ” ฉิงเทียนกอดซูเสวี่ยแล้วโยนเธอขึ้นไปบนเตียง
มองดูท่าทีของฉิงเทียน ซูเสวี่ยก็ได้แต่พูดด้วยเสียงอ่อยๆและน่าสงสาร “นี่ยังกลางวันอยู่เลยนะ อดใจรอตอนกลางคืนก่อนสิ”
“เสวี่ยเอ๋อคุณผิดเองนะ ในเมื่อคุณเป็นคนจุดไฟขึ้นมา แน่นอนว่าคุณก็ต้องเป็นคนดับมันด้วย!” ฉิงเทียนพูดอย่างเผด็จการ
เมื่อเห็นว่าฉิงเทียนไม่ยอมปล่อยเธอไปแน่ๆ “ไม่ได้นะฉิงเทียน คุณจะทำอะไรน่ะ? ที่นี่เป็นบ้านของคุณปู่ฉันนะ!”
“บ้านคุณปู่ของคุณก็คือบ้านคุณปู่ของผมเช่นกัน แล้วนางฟ้าตนไหนกันที่มีจุดไฟในตัวของผมน่ะ!” เขาพูดจบก็ไม่รอให้ซูเสวี่ยได้พูดต่อ เขาก้มหน้าลงประกบปากกันทันที
การกระทำที่กะทันหันเช่นนี้ ในตอนแรกซูเสวี่ยก็ขัดขืนอยู่ แต่พอฉิงเทียนลงมือขยับขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง ซูเสวี่ยก็ได้เริ่มมีอารมณ์ร่วมขึ้นมา
แต่ทว่าไม่ได้รวมถึงคนที่อยู่ข้างนอก!
บนรถ ซูเสวี่ยจ้องมองมาที่ฉิงเทียนด้วยใบหน้าที่เขินอายแต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ถึงแม้ว่าเธอจะเร้าอารมณ์มากก็ตามแต่เธอนั้นยังอยู่ที่บ้านคุณปู่แถมยังเป็นตอนกลางวันอีกต่างหาก และเมื่อสักครู่แม่ของเธอก็มองดูเธอด้วยสีหน้าแปลกๆแล้วกระซิบที่ข้างหูของเธอว่าคนหนุ่มสาวน่ะควรจะมีความยับยั้งชั่งใจหน่อยนะ ในตอนนั้นเองซูเสวี่ยแทบอยากจะขุดหลุมหนี ในขณะที่ตัวการนั้นกำลังขับรถด้วยรอยยิ้ม เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ซูเสวี่ยก็อดโมโหไม่ได้
ปากของเธอนั้นกัดลงไปที่แขนของฉิงเทียน ฉิงเทียนนั้นทำเป็นไม่สนใจแล้วฮัมเพลง “ฉันยิ้มอย่างภูมิใจ และยิ้มอย่างภูมิใจ!(เพลง得意的笑ร้องโดยลิลิลี้)” ฉิงเทียนขับรถด้วยความภาคภูมิใจ ถึงแม้ว่าเขาจะเห็นสายตาอาฆาตแค้นของซูเสวี่ยก็ตามที แต่ฉิงเทียนก็ทำเป็นไม่สนใจ ซูเสวี่ยจึงได้แต่แอบด่าเขาในใจของเธอ: ก็ได้ฉิงเทียน คราวหน้าฉันจะไม่ยอมให้คุณทำสำเร็จอีกแน่ ทำเป็นภาคภูมิใจไปเถอะ!
แน่นอนว่าฉิงเทียนนั้นไม่รู้เลยว่ามันได้กลายเป็นเรื่องยากสำหรับเขาแล้วที่จะได้ขึ้นเตียงกับเธออีกในอนาคต แต่วันนี้เรียกได้ว่าเป็นวันที่สุขที่สุดสำหรับเขา หลายสิ่งหลายอย่างเรียบร้อยดีมาก ในเวลานี้ชุดที่เขาสั่งไว้ให้กับมหาเซียนนั้นเสร็จแล้ว ถ้าท่านมหาเซียนพึงพอใจ ธุรกิจร้านในถาวเป่าสวรรค์ของเขานั้นก็จะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน เขาจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย