บทที่ 51 ปัญหาที่ไร่
ในวันต่อมา
ในตอนเช้าตรู่ โทรศัพท์ของฉิงเทียนร้องดังอย่างต่อเนื่อง ฉิงเทียนจึงได้รับโทรศัพท์อย่างง่วงๆในขณะที่เขายังนอนอยู่บนเตียง “สวัสดีครับ ใครโทรมาครับ?”
“เถ้าแก่ฉิง เป็นผมเองครับเฉิงเหวิน”
เมื่อได้ยินว่าเป็นเฉิงเหวิน ฉิงเทียนก็ได้ตื่นขึ้นมา เฉิงเหวินโทรมาเช่นนี้แสดงว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่โทรศัพท์มาหาเขาแน่!
เมื่อได้ยินเรื่องราวก็ได้ทำให้คิ้วของฉิงเทียนขมวดขึ้นมา บอกว่ามีบริษัทนายทุนบริษัทหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นได้สนใจไร่ผลไม้ของเขา และบริษัทนั้นเองก็มีอิทธิพลอย่างมากกับการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไร่ผลไม้ที่นี่อยู่ ทำให้นายกเทศบาลต้องมาด้วยตนเอง!
“ผมคงต้องไปที่นัjนเพื่อขอเจอหน้าคนที่จะมาซื้อไร่ของผมหน่อยแล้ว” ฉิงเทียนพูดอย่างเย็นชา
ไร่ผลไม้ของฉิงเทียนนั้นอยู่ในชายเมืองของเมืองโม๋ตู
ผู้ดูแลสวนเฉิงเหวินมองดูฉิงเทียนด้วยสีหน้าที่เสียใจและพูดขึ้น “เถ้าแก่ฉิงครับ นายกเทศบาลได้บอกว่าวันนี้จะมีคนจากญี่ปุ่นมาขอซื้อไร่ผลไม้ของเราวันนี้ครับ!”
“ก็ดี ผมอยากรู้หน่อยซิว่าคนของรัฐคนไหนที่จะมาบังคับให้ผมขายไร่แห่งนี้กัน” ฉิงเทียนพูดอย่างหัวเสีย
มองดูฉิงเทียนที่กำลังโกรธ เฉิงเหวินที่อยู่ข้างๆเขาก็ได้ถอนหายใจออกมา “บอกผมทีสิว่าทำไมคนของรัฐถึงได้พยายามอย่างหนักเพื่อคนประเทศญี่ปุ่นด้วย ตอนนี้เขามาไล่พวกเราออกไปเพื่อคนพวกนั้น เจ้าพวกปีศาจน้อยพวกนี้ไม่เคยมีดีสักอย่างเลยจริงๆ
ส่วนฉิงเทียนนั้นหลังจากที่ด่าเสร็จ เขาก็ได้ใช้ความคิดเพื่อหาทางตอบโต้กับคนของรัฐ ถ้าคนของรัฐใช้อำนาจขึ้นมาจริงๆ พวกเขาก็หมดหนทางชนะเลย แต่อะไรที่คนของรัฐนั้นกลัวมากที่สุด? ในเวลาเช่นนี้เขาที่เป็นเจ้าของที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจบังคับขายที่เช่นนี้ ถ้าเขาเอาเรื่องนี้ไปฟ้องพวกสื่อล่ะก็ พวกนายกเทศบาลคงได้โชคร้ายกันบ้างแล้วล่ะ!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ คิ้วของฉิงเทียนก็ได้แยกออกจากนั้น แล้วมาแล้วหันหน้าไปถามเฉิงเหวิน “ลุงเฉิง พวกเขาบอกว่าจะมาเมื่อไร?”
เมื่อมองดูหน้าที่ดูมั่นใจของฉิงเทียน เฉิงเหวินที่ยังเป็นกังวลอยู่ก็ได้ตอบกลับไป “จะได้ว่าพวกเขาบอกจะมาตอนบ่ายน่ะนะ”
ฉิงเทียนจึงได้พูดปลอบเฉิงเหวิน “ลุงเฉิงไม่ต้องกังวลไป!” แต่เขายังคงมีสีหน้าเป็นกังวลอยู่ “แต่คนเขาพูดกันเอาไว้ ยังไงคนธรรมดาอย่างพวกเราก็สู้กับเจ้าหน้าที่ไม่ได้อยู่ดี!” ฉิงเทียนมองดูเฉิงเหวินที่ยังคงเป็นกังวลไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ตาม
“ช่างก่อนละกัน ยังไงอีกไม่นานเดี๋ยวทุกอย่างก็โอเคเอง!”
ฉิงเทียนพูดกับตัวเอง จากนั้นเขาก็ได้โทรศัพท์ไปหารายการดังอย่าง “ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เราช่วยคุณได้”
รายการนี้เป็นรายการที่เปิดโปงปัญหาการใช้ชีวิตของผู้คน ฉิงเทียนเองก็ชอบดูรายการนี้ เขาจึงได้จำเบอร์ของรายการนี้ได้
มีเสียงที่ผู้หญิงที่เพราะมากดังขึ้นมาจากในโทรศัพท์ “สวัสดีค่ะ มีอะไรให้พวกเราช่วยไหมคะ?”
“คือผมอยากจะมาแจ้งเรื่องมีคนที่ต้องการจะมาแย่งไร่ผลไม้ของผมไปครับ! ผมจึงอยากให้ทางรายการช่วยผมด้วยครับ!”
เมื่อทางนั้นได้ยินที่ฉิงเทียนเล่าก็บอกเขาว่าไม่เป็นไร แล้วถามถึงที่อยู่ของเขาแล้วบอกว่าพวกเขาจะไปถึงในไม่ช้า
วางสายโทรศัพท์ไป และคิดอย่างภาคภูมิใจ ราวกับว่าเขากำลังทานลูกพลับและบิดออกจากกันตามใจชอบ
อาคารสถานีโทรทัศน์เมืองโม๋ตู เจ้าหน้าที่ที่ฉิงเทียนโทรมาขอความช่วยเหลือ หญิงสาวที่อยู่ในชุดทำงานซึ่งดูท่าทางเต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถก็ได้หยิบบัตรสื่อของเธอขึ้นมาแล้วไปคุยกับชายที่สวมแว่น “เสี่ยวหลี่ พวกเรามีคำขอความช่วยเหลือมา! ไปกันเถอะ” หลังจากที่พูดจบ พวกเขาก็ได้เดินออกไปข้างนอกทันทีโดยไม่มีการรีรอ!
ณ ไร่ผลไม้ ฉิงเทียนกำลังนั่งอยู่ในห้องของเขาเพื่อรอกลุ่มคนมาหา ไม่นานนักก็ไม่รถBMWหลายคันคำรามอยู่ที่หน้าไร่ของเขา!
ลองมาจากรถ มีคนจำนวนเกินโหลลงมาจากรถ ตรงหน้าเขามีชายคนหนึ่งที่มีหนวดอยู่หนึ่งกระจุกอยู่ที่ปากของเขา ข้างๆเขามีชายที่สวมแว่นอยู่
“เสี่ยวจาง เรื่องสัญญาเป็นอย่างไรบ้าง!” นายกเทศฯหูพูดถามเมื่อเขาเห็นว่าฉิงเทียนยังไม่ยอมเซ็นสัญญา
“นายกเทศฯหูครับอีกเดี๋ยวก็จะเรียบร้อยครับ!” เสี่ยวจางหันหน้าไปหานายกเทศฯหูด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็หันกลับไปหาฉิงเทียนทันทีและพูดอย่างดุดัน “ไอ้หนุ่ม แกรีบเซ็นเร็วเข้า”
ฉิงเทียนมองดูเขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าผมไม่เซ็น คุณจะบังคับให้ผมขายที่ดินอย่างนั้นเหรอ?”
“ก็ได้ ในเมื่อแกไม่ยอมเซ็น” ชายคนนั้นพูดอย่างโมโห นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกปฏิเสธโดยคนธรรมดา ก่อนหน้านี้ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนเขาก็จะถูกให้เป็นแขกผู้มีเกียรติเสมอ
เขาทำท่าทางด้วยตาของเขา แล้วนายกเทศฯหูกับมุราคามิก็ดูเหมือนจะรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น แต่พวกเขาก็ยังคุยและหัวเราะกันต่อไป!
แล้วเฉิงเหวินกับภรรยาของเขาก็ได้มองเห็นผู้คนพากันรุมล้อมฉิงเทียน พวกเขาเป็นเพียงชาวไร่ธรรมดาๆ เมื่อพวกเขาเห็นภาพเช่นนี้พวกเขาก็รู้สึกกลัวขึ้นมา “พวกคุณกำลังจะทำอะไรน่ะ?”
“ฮ่าๆ พอใช้ไม้อ่อนไม่ได้ก็ใช้ไม้แข็งแทนรึ?” ฉิงเทียนพูดออกมาตรงๆ แล้วเลขาคนนั้นก็จ้องมองเขาด้วยสายตาอาฆาต
ฉิงเทียนมองไปที่เลขาคนนั้นโดยที่เขาไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร และมือของเลขาก็ได้ชี้ไปที่เหล่าชายกล้ามโตเหล่านั้น “อย่าเพิ่งทำมันตายล่ะ ทำให้มันยอมเซ็นสัญญาให้ได้ก่อน”
พูดจบเขาก็หลบไปยืนข้างๆ แล้วยืนกอดอกมองดูฉิงเทียนด้วยสายตาที่ยินดี อย่างไรก็ตามฉิงเทียนก็ได้เตรียมพร้อมที่จะสอนบทเรียนให้พวกเขาแล้ว ทันใดนั้นเองภายใต้การรับรู้ของเขา ก็ได้มีกล้องตัวหนึ่งกำลังถ่ายภาพพวกเขาอยู่ไกลๆ
ฉิงเทียนก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเขาพบนักข่าวแล้วเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า! เขานั้นควรที่จะทำเป็นอ่อนแอดีกว่าแล้วจากนั้นก็ปล่อยให้ถูกรุมทำร้ายโดยคนเหล่านี้ จากนั้นข่าวนี้จะได้กลายเป็นข่าวใหญ่แน่! แล้วหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งก็มีกล้องตัวหนึ่งกำลังจับมาที่ฉิงเทียน พวกเขากำลังถ่ายภาพทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขา
“เจ๊หลี่ครับ ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นนายกเทศฯหูนะครับ พวกเราจะถ่ายต่อไหมครับ?” ตากล้องหันไปถามเสี่ยวหลี่อย่างกล้าๆกลัวๆ
“อะไรนะนายกเทศฯหู รีบถ่ายเร็วเข้าเถอะข่าวใหญ่แบบนี้ต้องได้ออกอากาศแน่ ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม” เมื่อได้ยินที่เสี่ยวหลี่พูด นักข่าวหลี่ก็รู้สึกยินดีมากขึ้นและไม่มีทีท่าว่าจะกลัวเลย แน่นอนว่าคุณหูกับชาวญี่ปุ่นนั่นยังไม่รู้เรื่องนี้!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย