บทที่ 64 การรักษา
ขับรถเข้ามาในเขตของการปกครองส่วนท้องถิ่น ฉิงเทียนมองดูบ้านที่อยู่ที่นี่แล้วรู้สึกตะขิดตะขวงขึ้นมาในใจ “ก่อนจะมานี่ ไม่เคยคิดมาเลยว่าจะมีโอกาสได้มาที่นี่ตลอดชีวิตนี้เลยนะเนี่ย!”
ขณะที่ขับรถอยู่ ฉิงเทียนก็มองเห็นบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งหวังอี้ที่นั่งรถเข็นกำลังอ่านหนังสือรอการมาเขาอยู่!
ณ บ้านของหวังอี้
นั่งอยู่ที่โซฟา มองดูทุกสิ่งที่อยู่ที่นี่ ก็พบว่าถึงแม้บ้านหลังนี้จะเป็นบ้านขนาด 2 ชั้น แต่ข้าวของที่อยู่ข้างในนั้นดูเรียบง่ายมาก ไม่มีอะไรที่ดูพิเศษหรือหรูหราอยู่เลย!
“ทางนี้ค่ะ ฉิงเทียนเชิญดื่มชาก่อน!” หวังอี้ที่มาหาเขาด้วยรถเข็นพร้อมกับถือแก้วชามาในมือของเธอ
ฉิงเทียนที่ยืนอยู่ก็รับแก้วชามาแล้วพูดขึ้น “หวังอี้ คุณช่างมีน้ำใจจัง” แล้วทั้งสองคนก็เงียบกริบ อาจเป็นเพราะทั้งสองคนนั้นเพิ่งเคยได้อยู่ตามลำพังแค่ 2 คนเป็นครั้งแรก! ฉิงเทียนมองดูบรรยากาศที่ดูน่าอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ จึงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หวังอี้ แล้วคุณลุงหวังไม่อยู่หรือ?”
“ค่ะ คุณพ่อน่าจะยังไม่กลับจนกว่าจะค่ำนั่นแหละค่ะ ถ้าท่านเข้าทำงานที่ว่าการปกครองเมืองด้วยแล้ว” หวังอี้ที่เงยหัวขึ้นมาตอบเมื่อถูกฉิงเทียนถามขณะที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ ก่อนที่จะก้มหัวหลบด้วยความอายและอ่านหนังสือต่อ
ฉิงเทียนคิดว่าหากปล่อยบรรยากาศเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ ดังนั้นเขาจึงได้วางแก้วชาลงแล้วพูดแบบติดตลก “หวังอี้ ผมจำได้ว่าเหมือนคุณจะเรียกผมว่าพี่ชาย ตอนที่ผมบอกว่าคุณเป็นน้องสาวผมนี่นะ”
เมื่อได้ยินฉิงเทียนพูดเช่นนั้นหวังอี้ที่หน้าแดงอยู่แล้วก็แดงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมและพูดด้วยเสียงเบาๆว่า “พี่ชาย”
เมื่อเห็นว่าหวังอี้นั้นกำลังเขินอายจึงได้รีบเปลี่ยนประเด็นแล้วพูดขึ้น “ถ้าอย่างนั้นผมก็จะเรียกคุณว่าอี้เหมยละกัน!” แล้วหวังอี้ก็ผงกหัวด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเธอมาเรียกเธอเช่นนี้ ตั้งแต่ที่ขาของหวังอี้นั้นไร้ความรู้สึก เธอก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนแล้ววันๆจะเอาแต่หมกตัวอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน และนอกจากสมาชิกในครอบครัวแล้วเธอก็ไม่ค่อยได้พบปะผู้คนมากเท่าไรนัก ยิ่งเพื่อนสนิทยิ่งไม่ต้องพูดถึง
“แล้วความรู้สึกที่ขาเป็นอย่างไรแล้วบ้าง?” ฉิงเทียนถามอย่างเป็นห่วง
เมื่อเห็นฉิงเทียนถามอาการของเธอ หวังอี้จึงได้พูดถึงความรู้สึกที่ขาของเธอ “ตอนนี้ขาเริ่มมีความรู้สึกแล้วค่ะ แต่ยังไม่สามารถทำอะไรหนักๆได้อยู่ดี!”
“ช่วยส่งมือมาหน่อยครับ” หวังอี้ส่งมือของเธอให้เขาอย่างเชื่อฟัง ฉิงเทียนจึงได้ยื่นมือของเขาไปจับและสัมผัสอย่างตั้งใจ
“การฟื้นตัวยังดีอยู่ ถ้าการฟื้นตัวยังเป็นไปแบบนี้เรื่อยๆสักหนึ่งปี คุณก็ออกไปเดินตามถนนได้แล้ว แต่ในช่วงเวลานี้ คุณต้องหมั่นนวดขาของตัวเองให้มากขึ้นนะครับ!” ฉิงเทียนกล่าว
เมื่อได้ยินฉิงเทียนพูดว่าเธอกำลังจะหาย สีหน้าของหวังอี้ก็ได้ตื่นเต้นขึ้นมา “ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ!”
“เอาล่ะ เรามาเริ่มการฝังเข็มกันเลยดีกว่า!” ฉิงเทียนก็ได้หยิบเข็มเงินออกมาจากกระเป๋าของเขา เมื่อเห็นฉิงเทียนหยิบเข็มเงินออกมา หวังอี้ก็ค่อยถกกระโปรงขึ้นมาเหนือต้นขาของเธออย่างช้าๆด้วยใบหน้าที่เขินอาย
ถึงแม้จะพูดได้ว่าขาของหวังอี้นั้นสวยมากก็ตาม แต่ในเวลานี้ฉิงเทียนเห็นเธอเป็นเพียงแค่คนไข้เท่านั้น โดยปราศจากการว่อกแว่กใดๆ เขานั่งคุกเข่าลงไปแล้วปักเข็มลงไปที่ต้นขาของหวังอี้ แล้วส่งพลังวิญญาณจากมือของเขาผ่านเข้าไปที่ขาของหวังอี้โดยผ่านเข็มเงินเล่มนั้น
หวังอี้นั้นรู้สึกเหมือนเหน็บชาที่ขาของเธอราวกับว่ามีมดกำลังกัดอยู่ตรงนั้น แล้วมองไปที่ฉิงเทียนด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ เดิมทีฉิงเทียนนั้นก็หล่อมากอยู่แล้ว เมื่อรวมกับสีหน้าที่จริงจังของเขาตอนทำงานแล้ว มันสามารถที่จะทำให้หญิงสาวนับพันพากันหลงใหลได้!
“ไม่ผิดจากที่หนังสือบอกเอาไว้เลยว่าเวลาผู้ชายตั้งใจทำอะไรนั้นจะเป็นช่วงที่หล่อที่สุด” หวังอี้คิด “โอ๊ยหวังอี้ นี่เรากำลังคิดอะไรของเราอยู่!”
โดยที่ไม่ทันรู้ตัว ขาของหวังอี้ก็เริ่มขยับขึ้นมา และฉิงเทียนก็ได้จับขาของเธอที่เคลื่อนไหวอย่างไม่รู้สึกตัวเอาไว้ แล้วจากนั้นก็ทำการฝังเข็มต่อ
อย่างไรก็ตาม หวังอี้ที่รู้สึกถึงมือใหญ่ๆกำลังจับที่ขาของเธอ ทำให้หน้าของเธอนั้นแดงมากขึ้นไปอีกราวกับจะมีเลือดไหลออกมาได้ยังไงอย่างงั้น!
“เขามาจับขาของฉันได้ยังไงกัน ฉันจะทำอย่างไรดี? ฉันควรจะที่ปัดมือของเขาออกไปดีไหม?”
“แต่ว่าเขากำลังรักษาเราด้วยการฝังเข็มอยู่นะ เขาคงจับขาของเราโดยไม่ได้ตั้งใจ”
มองไปที่นาฬิกาบนกำแพง ฉิงเทียนก็ได้ลงไปนั่งคุกเข่าแล้วพูดขึ้น “เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว” จากนั้นเขาก็ดึงเข็มเงินออกจากขาของหวังอี้อย่างช้าๆ
“ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง?” ฉิงเทียนถามหลังจากที่เข็มเงินออกมาแล้ว เขามองไปที่หวังอี้และพบว่าหวังอี้กำลังกลั้นลมหายใจของเธอและพยายามที่จะทำให้ขาของเธอขยับ ครั้งแรกไม่สำเร็จ ครั้งที่สองไม่สำเร็จ สีหน้าของหวังอี้นั้นแย่มากขึ้นเรื่อยๆ
ฉิงเทียนที่อยู่ข้างๆเธอจึงพูดขึ้น “เอาน่า ผมเชื่อมต่อเส้นประสาทของคุณให้เกือบหมดแล้ว ถ้าคุณมีความเชื่อมั่น ขาของคุณก็จะขยับได้! ในตอนนี้สิ่งที่คุณต้องการคือความเชื่อมั่นในตัวเองเท่านั้น
“อื้ม!” แล้วหวังอี้ก็ตั้งสมาธิในหัวของเธอแล้วจากนั้นก็เริ่มยกขา! ในที่สุดขาของหวังอี้ก็เริ่มขยับได้หน่อยๆ
เมื่อเห็นขาของเธอขยับได้ “ขาของฉันขยับได้แล้ว ฉันขยับขาได้แล้ว!” หวังอี้พูดซ้ำไปมาอย่างตื่นเต้น
เมื่อเห็นหวังอี้ตื่นเต้นและร้องไห้ออกมา ฉิงเทียนก็ปลอบเธอ “ไม่ต้องกังวลไปนะ ผมจะรักษาขาของคุณให้หายเอง!” หลังจากนั้นเขาก็หยิบเอาน้ำวิญญาณออกมาจากกระเป๋าแล้ววางไว้บนมือของหวังอี้ “น้ำขวดนี้ เป็นของวิเศษติดตัวของผม มันจะช่วยคุณอย่างมากในการฟื้นฟูร่างกายของคุณ คุณดื่มมันแค่วันละแก้วเท่านั้น ถ้าเกิดหมดแล้วก็ขอกับผมใหม่ได้!”
ถึงแม้ว่าหวังอี้จะรู้สึกดูแล้วเหมือนกับว่าไม่แตกต่างอะไรไปจากน้ำธรรมดาเลย แต่เธอก็ยังเชื่อเขาสนิทใจ “ฉันเชื่อพี่ฉิงค่ะ!”
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังจะบอกหวังอี้ว่าจะขอตัวกลับแล้ว หวังเห่าก็กลับมาพอดีแล้วเมื่อเห็นฉิงเทียนเขาก็ยิ้มและถาม “เสี่ยวเทียนเจ้ามาที่นี่งั้นเหรอ ช่วยรักษาเสี่ยวอี้ทีนะ”
ฉิงเทียนจึงรีบลุกขึ้นยืนจากโซฟาแล้วพูดขึ้น “ลุงหวัง ต่อให้คุณไม่บอกผม ผมก็ทำเต็มที่เพื่อรักษาเธออยู่แล้วครับ!”
“เยี่ยมมาก หนุ่มน้อย!” หวังเห่าตบไหล่ของฉิงเทียน
หวังอี้ที่อยู่ข้างๆก็พูดอย่างตื่นเต้น “พ่อคะ ขาของหนูขยับได้แล้วค่ะ! หนูเชื่อว่าพี่เทียนจะต้องรักษาหนูได้แน่!”
“จริงรึ? ขาของลูกขยับได้แล้ว! เยี่ยมมาก พ่อจะต้องโทรศัพท์ไปบอกแม่แล้ว!” หวังเห่าพูดอย่างตื่นเต้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย