เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 65

บทที่ 65 เมา

ตอนที่หวังเห่าพูดขึ้นมา ทำให้ฉิงเทียนรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่ไม่ใช่มาโดยตลอด ในตอนนี้เขาก็นึกขึ้นได้ว่า “ตั้งแต่ตอนที่หวังอี้มาที่ร้านของซูเสวี่ยเพื่อรักษาจนถึงวันที่เขามาที่บ้านตระกูลหวังนั้น ดูเหมือนว่าเขายังไม่เคยเจอแม่ของหวังอี้เลย มีแต่ผู้ว่าฯหวังที่วิ่งวุ่นไปมาตลอด! ฉิงเทียนจึงคิดว่า: หรือว่าแม่ของหวังอี้นั้นจะเป็นคนที่งานยุ่งมากกว่าผู้ว่าการรัฐเมืองโม๋ตูอย่างหวังเห่ากันนะ? แต่ฉิงเทียนก็ไม่กล้าที่จะถามออกไป

หวังเห่าที่ตื่นเต้นก็ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกแล้วส่งให้หวังอี้

“แม่คะ หนูขยับขาได้แล้วค่ะแม่!” หวังอี้พูดทั้งน้ำตา!

เมื่อเห็นผู้อื่นที่ตื่นเต้นกับเรื่องนี้แล้ว ฉิงเทียนก็ได้แต่นั่งดูอย่างเขินๆ แล้วคิดว่าเขาควรที่จะกลับดีหรือไม่

บางทีหวังเห่าอาจจะรู้สึกได้ว่าฉิงเทียนนั้นกำลังลังเลอยู่จึงได้พูดกับฉิงเทียน “เสี่ยวเทียน อย่าเพิ่งไปไหนนะ วันนี้ผมจะต้องให้คุณอยู่ดื่มกับลุงหวังแล้ว”

เมื่อเห็นหวังเห่าชวนเขาอย่างปลาบปลื้มแล้ว ฉิงเทียนจึงได้แต่ผงกหัวแล้วพูดขึ้น “ด้วยความเคารพครับ!”

บนโต๊ะอาหาร หวังเห่าส่งแก้วไวน์ให้ฉิงเทียนแล้วจากนั้นเขาก็ถือแก้วไวน์ของตัวเองชนกับแก้วไวน์ของฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “เสี่ยวเทียน นายไม่เพียงแต่เป็นผู้มีพระคุณของลูกสาวฉัน แต่ยังเป็นผู้มีพระคุณของหวังเห่าคนนี้ด้วย!”

“ลุงหวัง คุณให้เกียรติผมเกินไปแล้ว ผมแค่ทำตามหน้าที่ของผมในฐานะหมอเท่านั้นเองครับ” ฉิงเทียนพูดอย่างถ่อมตัว

“เสี่ยวเทียน นายไม่รู้หรอกว่าอาการของอี้เอ๋อนั้น มีผู้เชี่ยวชาญหลายต่อหลายคนที่ฉันไปปรึกษามาแล้วไม่ว่าจะเป็นทั้งในและนอกประเทศ พวกเขาต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอี้เอ๋อนั้นหมดหวังที่จะยืนได้ตลอดชีวิตแล้ว หัวใจของฉันนั้นแทบจะสลายไปแล้ว แต่ฉันก็ไม่คิดว่านายจะรักษาได้! ฉันอยากที่จะขอบคุณนายจริงๆ!” พูดจบเขาก็ดื่มเข้าไปอีกแก้ว

ในเวลานี้ฉิงเทียนเริ่มที่จะเมาไม่รู้ซ้ายรู้ขวาแล้ว แต่หวังเห่านั้นยังต้องการที่จะดื่มต่ออีก ฉิงเทียนนั้นจึงได้แต่สละชีวิตของตัวเองเพื่ออยู่ร่วมกับสุภาพบุรุษท่านนี้ แล้วเขาก็เริ่มที่จะคล้อยตามไปกับคำพูดของหวังเห่าจนกระทั่งหลั่งน้ำตาออกมา! ส่วนหวังอี้ก็ได้แต่มองโดยที่ไม่ได้หัวเราะหรือร้องไห้ออกมา

“เสี่ยวเทียน ต่อไปฉันต้องฝากเธอไว้กับนายแล้วนะ”

เมื่อได้ยินที่หวังเห่าพูด ฉิงเทียนก็รู้สึกได้ถึงอะไรผิดปกติ แต่ในเวลานี้หัวของฉิงเทียนนั้นเบลอไปหมดแล้ว ดังนั้นเขาจึงได้ทุบอกตัวเองแล้วพูดขึ้น “ไม่ต้องเป็นห่วงครับลุงหวัง อี้เหมยเป็นเหมือนน้องสาวของผม ใครที่กล้ารังแกเธอก็เท่ากับว่ารังแกผมเช่นกัน”

“ดี! ดื่มอีก”

“ดื่ม!”

……………

แล้วชายตัวใหญ่ทั้งสองคนก็หลับคาโต๊ะอาหาร

เมื่อเห็นทั้งสองคนหลับคาโต๊ะอาหารแล้วนั้น หวังอี้ก็ได้รีบบอกให้แม่บ้านของเธอพาหวังเห่ากลับไปที่ห้องของเขา!

“คุณหนูคะ แล้วจะเอาอย่างไรดีกับคุณชายฉิงดีคะ เราไม่มีห้องว่างเหลือแล้ว!” แม่บ้านถามและชี้ไปที่ฉิงเทียนที่ยังนอนอยู่บนโต๊ะ

“หรือจะให้คุณชายฉิงนอนที่โซฟาก่อนดีคะ!” แม่บ้านเสนอ

“ทำอย่างนั้นได้ยังไงคะ พี่ฉิงเป็นผู้มีพระคุณของหนูนะคะ จะให้พี่เขานอนที่โซฟาได้อย่างไรกัน?”

มองไปที่ฉิงเทียนที่กำลังเมาแฟ่บ หวังอี้ก็หน้าแดงแล้วพูดขึ้น “ถ้าอย่างนั้นก็พาไปที่ห้องหนูก่อนก็แล้วกันค่ะ”

“หา!” แม่บ้านถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินที่หวังอี้พูดขึ้นมา เธอนั้นทำงานให้กับตระกูลหวังมาก็หลายปีแล้ว แน่นอนว่าเธอนั้นรู้ดีว่าหวังอี้นั้นหวงห้องของเธอมากแค่ไหน จึงเป็นเรื่องยากที่จะผู้ชายเข้าห้องของเธอได้ แล้วยังให้เขานอนที่เตียงของเธออีกต่างหาก หรือว่า…..

“คุณป้าคะ เร็วเข้าเถอะค่ะ!” หวังอี้ที่หน้าแดง ก็ได้เข็นรถเข็นของเธอตามแม่บ้านไป แล้วพี่ฉิงของเธอก็ได้ถูกพามาที่ห้องของหวังอี้

มองไปที่ฉิงเทียนที่กำลังนอนอยู่ที่เตียง จู่ๆก็มีหวังอี้สองคนโผล่ขึ้นมา เป็นนางฟ้าและปีศาจในจิตใจของหวังอี้

“ยังค่ะ คุณพ่อยังหลับอยู่เลย”

“ตอนนี้ก็ค่ำแล้วด้วย ผมขอตัวกลับบ้านก่อนก็แล้วกัน!” ฉิงเทียนพูดบอกเธอ และหลังจากที่หวังอี้ผงกหัวตอบฉิงเทียนก็ได้รีบออกไป

ระหว่างทางกลับ ฉิงเทียนก็ลูบจมูกแล้วพูดขึ้น “ทำไมถึงยังได้มีกลิ่นหอมติดอยู่เลยนะ?” แล้วฉิงเทียนก็รู้สึกเขินขึ้นมาเมื่อเขานึกถึงเรื่องที่เขานอนบนเตียงของหวังอี้

และในขณะที่ฉิงเทียนกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดนั้น ด้านหลังมีรถที่ขับตามฉิงเทียนมาอย่างเงียบๆ และกำลังสะกดรอยตามฉิงเทียนอยู่

ชายที่มีแผลเป็นบนใบหน้าคนหนึ่งที่อยู่ในรถก็ได้พูดขึ้นมา “ลูกพี่เฟิง 50ล้านหยวนเนี่ย เจ้าหนูนี่มีค่ามากขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“หึหึ เสี่ยวเยว่ใครเขาสนหมอนั่นกันล่ะ ที่พวกเราต้องการก็แค่เงินเท่านั้นแหละ! ตอนนี้พวกเราเป็นคนแรกที่พบกับเขาก่อน ต้องไม่ปล่อยให้คนจากแก๊งอื่นตัดมือเขาได้ก่อนเป็นอันขาด! ราคา 50 ล้านสำหรับมือสองข้างนี่ไม่ได้มีโผล่มาในตลาดมืดง่ายๆนักหรอกนะ!”

“ใช่เลย หลังจากที่ได้ 50 ล้านหยวนมา พวกเราก็จะได้มีเวลาที่เปรมปรีดิ์กันอีกครั้ง!” เสี่ยวเยว่เลียปากของเขาและมองไปที่รถของฉิงเทียนที่อยู่ด้านหน้าพวกเขา

ส่วนพี่ใหญ่เฟิงเองก็มองไปที่รถของฉิงเทียนด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นเช่นกัน ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า “จะว่าไป เสี่ยวเยว่ แกได้ไปสืบหาภูมิหลังของหมอนั่นมาแล้วรึยัง?”

“ลูกพี่ไม่ต้องเป็นห่วง ผมได้สืบเรื่องของเขามาหมดแล้ว เขานั้นไม่มีเบื้องหลังอะไร แต่ไม่รู้ว่าไปโชคดีมาจากไหนเร็วๆนี้เขาได้ไปซื้อไร้ผลไม้เอาไว้ พ่อแม่ของเขาตายหมดแล้ว และเหลือแค่เพียงน้องชายคนเดียว! แต่ว่าเขานั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกชายคนโตของตระกูลจ้าว! และเห็นว่าชายคนนี้ยังเชี่ยวชาญเรื่องศิลปะป้องกันตัวมากอีกด้วย ไม่เลวๆ!” เสี่ยวเยว่พูดตอบจากเอกสารที่เต็มไปด้วยข้อมูลของฉิงเทียนในมือของเขา

หลังจากที่คนที่มีแผลเป็นพูดอธิบายเสร็จแล้ว ชายอีกคนที่ถูกเรียกว่าลูกพี่เฟิงนั้นก็ได้คิ้วขมวดขึ้นมาเมื่อได้ยินว่าตระกูลจ้าว “เก่งวรยุทธ์น่ะไม่เท่าไร ตอนนี้มันศตวรรษที่ 21 แล้ว วรยุทธ์หรือจะสู้ปืนได้? ปัญหามันอยู่ที่ตระกูลจ้าวนี่แหละ สำหรับโลกใต้ดินของเมืองโม๋ตูแล้วตระกูลจ้าวนั้นถือว่าทรงอิทธิพลมาในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าเขาจะได้เปลี่ยนธุรกิจของตัวเองมาทำธุรกิจสุจริตแล้วก็ตาม แต่ว่าก็ยังมีอิทธิพลหลงเหลืออยู่บ้าง ไม่น่าแปลกเลยที่มือคู่เดียวจะมีค่าถึง 50 ล้านหยวน!”

แล้วชายที่มีแผลเป็นก็พูดขึ้นมาอย่างดูถูก “ลูกพี่เฟิง ผมเกรงว่าตระกูลเจ้าในตอนนี้จะไม่ได้มีอิทธิพลในโลกใต้ดินมากขนาดนั้นแล้ว และต่อให้เราตัดมือของเขาไปแล้วก็ตาม พวกเราก็ยังสามารถไปใช้ชีวิตในต่างประเทศหลายปีเลยทีเดียว ตระกูลจ้าวก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้แล้ว!”

“50 ล้านหยวนนะลูกพี่เฟิง! ได้คนละ 25 ล้านหยวนเช่นนี้หาไม่ได้ง่ายๆหรอกนะพี่”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย