บทที่ 78 สืบราชการลับ
“ถ้าไม่ใช่เพราะศาสตราจารย์หวัง วันนี้ผมคงไม่ได้เข้ามาที่มหาลัยแน่ๆ” ฉิงเทียนพูดพร้อมกับยิ้ม
“ไม่เป็นไรหรอกเสี่ยวฉิง ในตอนนั้นฉันคาดหวังกับนายไว้มาก แต่ช่างน่าเสียดายที่สุดท้ายนายไม่สามารถเรียนต่อได้ ไม่อย่างนั้นฉันคงให้นายมาเป็นมาเรียนกับฉันต่อในระดับปริญญาโทแล้ว” ศาสตราจารย์หวังพูดด้วยรอยยิ้ม
“พอมาลองคิดดูตอนนี้แล้ว การที่ผมไม่เรียนต่อนั้นคงเป็นความผิดพลาดจริงๆ ผมทรยศต่อความใจดีของศาสตราจารย์หวังไปแล้ว” ฉิงเทียนกล่าว
จริงๆแล้ว ศาสตราจารย์หวังเองก็เสียดายกับฉิงเทียนจริงๆ ในตอนนั้นไม่เพียงแต่ฉิงเทียนจะตัดสินใจไม่เรียนต่อเท่านั้น แต่ยังมีคนที่ทำอะไรอยู่เบื้องหลังอยู่ด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่รู้กันในภายหลัง หลังจากที่ผ่านมานานแล้ว
“แก๊งๆๆ” เสียงเตือนดังขึ้น
ศาสตราจารย์หวังจึงมองดูที่นาฬิกาของเขาแล้วพูด “เสี่ยวฉิง ฉันมีคาบต้องเข้าสอน นายก็เดินเที่ยวไปคนเดียวก่อนนะ”
“ได้ครับ ศาสตราจารย์หวังยังยุ่งอยู่เหมือนเดิมเลยนะครับ” ฉิงเทียนพูดกับศาสตราจารย์หวัง ก่อนที่แยกกันเดินในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยจิงตู มองดูทิวทัศน์ที่คุ้นเคยถึงแม้ว่าจะไม่ได้มาตั้ง 6 ปีแล้ว แต่บรรยากาศรอบๆเขาก็ยังคุ้นเคยกับมันอยู่ดี แต่ฉิงเทียนนั้นต้องการที่จะมาสืบเรื่องของเสี่ยวหยูด้วยตัว ดังนั้นเขาจึงได้มุ่งหน้าไปยังอาคารหอพักที่ฉิงหยูอยู่
ในตอนที่เขามาส่งฉิงหยูที่มหาวิทยาลัยจิงตูเป็นครั้งแรกนั้น ฉิงเทียนก็ได้มาที่หอพักของฉิงหยู โดยอาศัยความทรงจำของเขาฉิงเทียนก็ได้เดินไปหอพักของฉิงหยู
ณ หอพักของฉิงหยู
มันเป็นอาคารขนาด 6 ชั้น ซึ่งที่นั่นมีโต๊ะที่อยู่หน้าประตูตัวหนึ่งซึ่งมีตำรวจ 3 คนและอาจารย์ท่านหนึ่งกำลังนั่งอยู่ที่นั่นเพื่อตรวจสอบการเข้าออกของนักเรียน
เขาพบว่าทุกคนที่จะเข้าไปที่หอพักนั้นจะต้องหยิบบัตรนักศึกษาและบัตรประชาชนออกมาให้ดูด้วย
“ดูเหมือนว่าทางมหาลัยจิงตูและสถานีตำรวจจิงตูจะไม่ต้องการให้สถานการณ์แย่ไปกว่านี้ ตอนนี้ทั้งคู่เข้ามาจัดการควบคุมหอพักเลยทีเดียว แล้วเราจะเข้าไปยังไงดีล่ะ?” ฉิงเทียนที่ซ่อนตัวอยู่ไกลๆคิดหาทาง
“จริงด้วย เราแปลงร่างได้นี่นา!” ฉิงเทียนพูดขึ้นมาพร้อมกับตบหัวของเขา เนื่องจากเขาไม่ได้ใช้วิชาแปลงร่าง 36 ขุนพลสวรรค์มานานจนเขาลืมไปแล้วว่าเขามีวิชาที่สุดยอดเช่นนั้นอยู่ด้วย
มองไปที่ผู้คนที่กำลังเดินผ่านไปผ่านมา ฉิงเทียนจึงมองหาสถานที่ที่ไม่มีคนอยู่แล้วท่องคาถา
แล้วฉิงเทียนก็ได้กลายร่างเป็นยุงโลหิต แล้วบิน “หวี่ๆ” เข้าไปในหอพัก
“ทุกคนครับช่วยเอาบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประจำตัวนักศึกษาออกมาด้วยนะครับ ช่วยให้ความร่วมมือกับการสืบสวนของทางตำรวจด้วย ไม่อย่างนั้นอาจารย์จะไม่อนุญาตให้เข้าไปในหอพักนะ” อาจารย์ชายที่สวมแว่นอยู่ตะโกนขึ้นมา
“หืม ทำไมจู่ๆถึงได้มีการเรียกดูบัตรประชาชนและบัตรนักศึกษาออกมาดูด้วยนะ เมื่อวานฉันออกไปข้างนอกมาไม่ได้กลับมาที่หอเลย” เด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดอย่างอารมณ์ไม่ค่อยดี
“ไม่รู้รึยังไง? ฉันได้ยินมาว่าที่หอพักเรามีคนตายเมื่อวานนี้”
“ตายงั้นเหรอ ใครตายล่ะ?” นักศึกษาหนุ่มคนนั้นมีสีหน้าประหลาดใจและถามอย่างสงสัย “แล้วตายได้ยังไง? ทำไม?”
“ได้ยินมาว่าเป็นคนในห้องเดียวกันกับฉิงหยูและเห็นว่าเป็นฆาตกรรมด้วยนะ”
“ฉิงหยูที่เป็นนักเรียนดีเด่นในแผนกเคมีทุกปีนั่นน่ะเหรอ?”
“ได้ยินมาว่าเพื่อนร่วมห้องของพวกเขาถูกตำรวจพาตัวไปแล้ว!”
เขาพบร่างกายคนที่ค่อยๆคืบคลานอยู่ที่บริเวณระเบียงและแต่งตัวเหมือนนินจาญี่ปุ่น
“แล้วทำไมนินจาญี่ปุ่นถึงได้มามีส่วนเกี่ยวข้องอะไรในเรื่องนี้ด้วยเนี่ย?” ฉิงเทียนที่ยังไม่ได้ขยับไปไหน เขานั้นกำลังสงสัยมาก
บางทีหมอนั่นอาจจะคิดว่าไม่น่าจะมีคนอยู่ที่นี่ในเวลานี้ หลังจากที่เข้ามาด้านใน นินจาคนนั้นก็ได้ไปตรงเตียงที่อยู่ตรงข้ามกับฉิงหยู แล้วดึงเบาะปูเตียงออกมานั้นก็เคาะที่กระดานเตียงไล่จากซ้ายไปขวา
จนกระทั่งเขาเคาะลงไปที่บริเวณหนึ่งจึงได้หยุดเคาะ แล้วจากนั้นก็ชักเอามีดออกมาจากข้างหลังแล้วแทงลงไปที่กระดานเตียงนั้น
เมื่อเขาพบห่อกระดาษที่ห่ออะไรบางอย่างอยู่เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยความยินดี ก่อนจะจัดเตียงกลับเป็นแบบเดิมแล้วก็กระโดดไปที่ระเบียงก่อนที่จะค่อยๆปีนลงไปทางหลังอาคาร
เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้แล้ว ฉิงเทียนก็อดที่จะสงสัยในใจไม่ได้ว่าคนคนนี้นั้นน่าสงสัยอย่างมาก และดูเหมือนว่านินจาคนนั้นจะได้ขโมยอะไรบางอย่างไปด้วย เมื่อฉิงเทียนคิดได้เช่นนี้เขาก็ได้รีบ ”หวี่ๆ” ตามเขาไปทันที
เมื่อเห็นนินจากระโดดลงมาจากชั้นบนแล้ว ฉิงเทียนก็ได้รีบบินตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็พบนินจากระโดดลงไปตรงที่ที่ไม่มีใคร แล้วจากนั้นก็ถอดเอาเสื้อผ้าที่ของเขาออกมาและกลายเป็นชายวัยกลางคนที่สวมแว่นอยู่
เมื่อเห็นหน้าของชายวัยกลางคนแล้ว ฉิงเทียนก็ตกใจขึ้นมา เขาไม่มีวันลืมหน้าตาของคนคนนี้เด็ดขาด เขานั้นคือเจียงชู ผู้เป็นอธิการบดีฝ่ายวิชาการของมหาวิทยาลัยจิงตู ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่ทำลายชีวิตของเขา ผู้ซึ่งทำให้เขาไม่สามารถหางานในจิงตูได้ เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าจริงๆแล้วเขาเป็นคนญี่ปุ่น ฉิงเทียนคิดพร้อมกับเหงื่อที่ไหลออกมา
อธิการบดีฝ่ายวิชาการของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในจีนนั้นเป็นชาวญี่ปุ่น เป็นเรื่องที่น่ากลัวเสียนี่กระไร มีสายลับอยู่ในสถานที่ผลิตบุคลากรที่มีความสามารถที่ดีที่สุดในจีนเช่นนี้!
“ดูเหมือนว่าการตายของเพื่อนร่วมห้องของเสี่ยวหยูนั้นจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับหมอนั่นแน่ ในตอนนั้นเขาทำลายเราไปรอบแล้ว คราวนี้ก็ทำลายชีวิตของน้องชายเราอีก เจียงชูคราวนี้จะไม่ปล่อยให้แกรอดไปได้แน่” สายตาของฉิงเทียนนั้นฉายแสงขึ้นมา
ณ เขตที่เจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในจิงตู ที่นี่มีอาคารสูงใหญ่มากมาย และมีอยู่อาคารหนึ่งที่มีสวนหย่อมอยู่บนชั้นดาดฟ้า และมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอยู่ในสวนนั้นด้วย ที่ใต้ต้นไม้นั้นมีชายชราคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ และในขณะเดียวกันก็มีชายวัยกลางคนกำลังรายงานอะไรบางอย่างอยู่ ถ้าฉิงเทียนอยู่ที่นี่เขาน่าจะจำได้ว่าชายชราคนนี้คือผู้อาวุโสที่เขาได้ช่วยเอาบนเครื่องบินนั่นเอง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย