บทที่ 88 หยูชูซิน
“ไม่รู้จักบ้านของเขาเลย แล้วเราจะไปตรวจสอบได้อย่างไร?” ฉิงเทียนคิดในใจอย่างเป็นกังวล “แล้วเราจะทำยังไงดีนะ?”
ขณะที่ฉิงเทียนกำลังเป็นกังวลอยู่นั้น เขาจึงได้เปิดทีวีในโรงแรมดูเพื่อผ่อนคลาย
ในเวลานี้ เป็นเวลาของข่าวอยู่ และพบว่าเป็นฉิงเทียนที่กำลังให้สัมภาษณ์ซึ่งกำลังเผยแพร่ออกอากาศโดยสถานีโทรทัศน์จิงตู
“หมอเทวดาที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตในขณะนี้ เขานั้นไม่เพียงแต่ช่วยเหลือชายชราบนเครื่องบิน แต่เขายังใช้เทคนิคการฝังเข็มที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้ที่สถานีตำรวจอีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้ได้ทำให้ทุกคนประหลาดใจมาก แต่เรื่องนี้ก็ได้ทำให้เหล่าแพทย์แผนจีนล้วนรู้สึกชื่นชม”
แล้วก็ปรากฏภาพที่ฉิงเทียนกำลังฝังเข็มให้ฉิงหยูต่อจากที่เขาช่วยเหลือคนบนเครื่องบินออกอากาศ
“และในที่สุด ด้วยความพยายามของพวกเรา พวกเราก็ได้พบกับหมอเทวดาท่านนั้น และนี่คือสิ่งที่เราได้สัมภาษณ์มาครับ…..”
แล้วทีวีช่องนั้นก็ได้ปรากฏภาพที่พวกเขากำลังสัมภาษณ์ฉิงเทียนอีกครั้ง ฉิงเทียนหยิบรีโมตทีวีขึ้นมาแล้วกดปิด เขาจึงลงไปนอนที่เตียงเพื่อคิดหาวิธีต่อว่าเขาจะหาบ้านของเฉียนจุนได้อย่างไร ในขณะนั้นเองที่ฉิงเทียนนั้นไม่ได้ดูโทรทัศน์ บนโลกอินเทอร์เน็ตนั้นก็กำลังเกิดกระแสขึ้นมา
“ว้าว ตัวจริงของคุณหมอที่ชื่อฉิงเทียนนั้น หล่อมากกกกค่ะ!”
“ใช่ๆ! หล่ออะไรอย่างนี้”
“……………..”
ณ ลานบ้านแห่งหนึ่งในจิงตู
ชายชราที่อยู่บนเครื่องบินนั้นกำลังนั่งอยู่ที่โซฟา ในขณะที่ข่าวของฉิงเทียนกำลังออกอากาศทางทีวีอยู่ตรงหน้าเขา แล้วก็มีชายวัยกลางคนยืนอยู่ข้างๆเขากำลังรอให้ข่าวของฉิงเทียนจบลงก่อน ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นด้วยเสียงเบาๆ “ท่านครับ เรื่องทั้งหมดตรวจสอบมาเรียบร้อยแล้วครับ”
“ดี ว่ามาซิ!” ชายชราผงกหัวเบาๆ
“จากที่เราได้ไปทำการสืบสวนมา เหยื่อที่ถูกวางยาพิษในมหาวิทยาลัยจิงตูนั้นมีชื่อว่าโจ้วป๋อครับ และฆาตกรเองก็น่าจะเป็นเฉียนจุนของตระกูลเฉียนครับ เขานั้นไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกับโจ้วป๋อ และโจ้วป๋อนั้นถูกวางยาพิษแทนที่จะเป็นฉิงหยูครับ”
“โอ้ แล้วพวกเขามีเรื่องบาดหมางอะไรกันอย่างนั้นรึ?” ชายชราถามอย่างสนใจ
“เป็นเพราะหยูชูซิน ทายาทของตระกูลหยูครับ” ชายวัยกลางคนตอบ
“ทายาทของตระกูลหยูซึ่งได้ชื่อว่างามเหมือนสนมหยูจีในยุคปัจจุบันน่ะรึ?” ชายชราลืมตาขึ้นมา
“ใช่ครับ ซึ่งมีคนหนุ่มไม่รู้กี่คนในจิงตูที่ตามจีบทายาทของตระกูลหยูคนนี้ ซึ่งเฉียนจุนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ทว่าหยูชูซินนั้นกลับไปชอบฉิงหยู ดังนั้นเด็กหนุ่มตระกูลเฉียนจึงได้คิดที่จะฆ่าคนเพราะเรื่องนี้ครับ” ชายวัยกลางคนพูดอย่างเห็นอกเห็นใจ
แล้วชายวัยกลางคนก็ได้ถามด้วยเสียงค่อยๆ “ท่านครับ พวกเราจะช่วยพวกเขาไหมครับ?”
แต่ชายวัยกลางคนนั้นไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ได้แต่ส่ายหัวของเขาเบาๆ และหลับตาลงอีกครั้ง เมื่อเห็นท่าทีของชายชราแล้ว ชายวัยกลางคนก็ได้เดินออกมาอย่างเงียบๆ และปิดประตูอย่างค่อยๆ
ปิดประตูและเดินกลับมาจากลานบ้าน ก็พบว่ามีคนสามคนที่กำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ซึ่งกำลังรอชายวัยกลางคนอยู่ และพอเห็นชายวัยกลางคนเดินมาจึงได้รีบเข้าไปถาม “คุณลุงฮานครับ คุณพ่อยอมตกลงไหมครับ?”
เขาส่ายหัวและแสดงสีหน้าอย่างหมดหนทางช่วย “จ้าวเฉิง ผู้เฒ่าจ้าวไม่ตกลง”
จ้าวเฉิงจึงได้พูดอย่างกระวนกระวาย “ท่านพ่อยังจะมัวรีรออะไรอยู่นะ ตอนนี้ท่านก็ป่วยถึงขนาดนี้แล้วแท้ๆ ทำไมถึงยังไม่ยอมเปิดปากอีกนะ”
“จริงด้วย” หญิงวัย 30 ที่อยู่ข้างๆเขาก็ได้พูดเสริมขึ้นมา
ส่วนคนที่รู้จักกันในนามคุณลุงฮานก็ได้พูดขึ้น “ท่านผู้อาวุโสเองก็คงจะมีเรื่องที่ท่านต้องไตร่ตรองอยู่ พวกคุณก็อย่าเป็นกังวลให้มันมากนัก”
…………….
ในโรงแรม ฉิงเทียนที่กำลังนอนอยู่ที่เตียงอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา
“หืม ใครกันที่โทรหาเรานะ?” ฉิงเทียนมองดูเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นที่อยู่บนจอโทรศัพท์ของเขาแล้วหยิบขึ้นมารับสาย
“ใช่คุณฉิงเทียนรึเปล่าคะ?” มีเสียงหญิงสาวที่ฟังดูบอบบางมากดังขึ้นมา
ทำไมเธอนั้นรู้เรื่องมากมายขนาดนี้ และทุกครั้งที่เธอพูดถึงเสี่ยวหยูก็จะแสดงความเป็นห่วงขึ้นมา
“เธอชอบเสี่ยวหยูสินะ?” ฉิงเทียนถามและจ้องไปที่หยูชูซิน
เมื่อเจอฉิงเทียนที่ถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน หยูชูซินก็ไม่ทันได้ตั้งตัวและปรากฏสีหน้าแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“เธอชอบเสี่ยวหยูจริงๆด้วยสินะ” มองดูท่าทีของหยูชูซินแล้ว ฉิงเทียนก็มั่นใจ 100% เลยว่าเธอนั้นตกหลุมรักฉิงหยูจริงๆ
ฉิงเทียนจึงได้แอบชื่นชมน้องชายของเขาในใจ: ไม่คิดเลยว่าเสี่ยวหยูจะแอบหาแฟนที่สวยขนาดนี้โดยไม่บอกไม่กล่าวกันบ้างเลย ดูเหมือนว่าคงจะต้องไปซักไซ้ถามเสี่ยวหยูเรื่องนี้ให้ชัดเจนซะแล้ว
มองดูหยูชูซินที่อายหน้าแดง ฉิงเทียนจึงได้เปลี่ยนเรื่องแล้วพูดกลับไป “พี่เองก็คิดว่าเป็นฝีมือของเฉียนจุนเช่นกัน แต่ว่าพี่ไม่รู้เลยว่าตระกูลของเฉียนจุนนั้นอยู่ที่ไหน มันเลยไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพี่ที่จะไปตรวจสอบ”
“ฉันรู้จักค่ะอยู่ในเขต*****ถนน*****” หยูชูซินตอบ “แต่ตระกูลเฉียนนั้นไม่ใช่ตระกูลธรรมดาๆ และมีอิทธิพลอย่างมากในจิงตูดังนั้นจะประมาทไม่ได้นะคะ”
“หืม และตระกูลเฉียนนั้นมีสถานะอะไรในเมืองจิงตูงั้นเหรอ?” ฉิงเทียนถามอย่างสงสัย ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าสถานะของตระกูลเฉียนนั้นคงจะไม่ต่ำแน่ แต่ฉิงเทียนก็ไม่รู้อยู่ดีว่าอยู่ในสถานะไหน แต่ดูจากท่าทีของหยูชูซินแล้วคิดว่าเธอน่าจะรู้จักเบื้องหลังของตระกูลของเฉียนจุน
“อิทธิพลของตระกูลเฉียนในจิงตูนั้น โดยเฉพาะในด้านธุรกิจถือว่าใหญ่มาก ครอบครัวของเฉียนจุนนั้นถือได้ว่าเป็นนักพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในจิงตู 5ใน10ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในจิงตูนั้นก็เป็นของบริษัทของพวกเขานี่แหละค่ะ” หยูชูซินอธิบาย
หลังจากที่ได้ฟังที่หยูชูซินอธิบายแล้ว ฉิงเทียนก็สามารถเข้าใจได้ว่าตระกูลเฉียนนั้นมีอิทธิพลอย่างมากในจิงตูจริงๆ สำหรับเมืองใหญ่ในจิงตูแล้วการที่สามารถลงทุนได้หลายๆโครงการนั้นในจิงตูนั้น เป็นอะไรที่ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ธรรมดาๆทำไม่ได้แน่ๆ”
เขาจึงอดไม่ได้ที่จะคิ้วขมวดขึ้นมา ดูเหมือนว่าตระกูลที่เขาจะต้องจัดการในครั้งนี้จะไม่ใช่คนธรรมดาๆเสียแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่าสายลับของประเทศญี่ปุ่นนั้นจะยอมช่วยคนในตระกูลเฉียน พวกเขาน่าจะขอความช่วยเหลือจากตระกูลเฉียนอยู่
มองดูฉิงเทียนที่กำลังใช้สมาธิ หยูชูซินจึงคิดว่าฉิงเทียนนั้นน่าจะกำลังกลัวอิทธิพลของตระกูลเฉียนอยู่
แต่แล้วเธอก็พูดขึ้นมาอย่างมั่นใจ “แต่ตราบเท่าที่เราสามารถหาหลักฐานมายืนยันความผิดของเฉียนจุนได้ เราก็จะสามารถเอาผิดเขาได้ค่ะ”
มองดูสีหน้าที่มั่นใจของหยูชูซินแล้ว ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยถึงเบื้องหลังของเธอมากขึ้นไปอีก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย