เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 99

บทที่ 99 พลังหยิน

“ทำไมล่ะ? ผู้เฒ่าซูไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้คุณฟังเหรอ?” ฉิงเทียนถาม แต่ในเวลานี้ผู้เฒ่าโจวลงไปนอนที่โต๊ะแล้วหัวเราะ ดูไม่สมกับไม่ใช่ผู้อาวุโสเลยสักนิด

หลังจากที่หัวเราะอยู่พักใหญ่ ผู้อาวุโสโจวก็ได้หุบยิ้มแล้วอธิบายให้ฉิงเทียนฟัง “ตาเฒ่าทารกนั่นบอกข้าแค่ว่าเขามีอาจารย์ใหม่แล้ว และมีศิษย์พี่ด้วยคนหนึ่งด้วย แต่เขาไม่ได้บอกว่าข้าว่าเขาเป็นศิษย์น้องของเจ้าด้วยน่ะสิ!”

เมื่อได้ยินที่ผู้อาวุโสโจวอธิบาย ฉิงเทียนจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มและพูด “ช่างสมกับเป็นเฒ่าทารกจริงๆ ยิ่งแก่มากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งทำตัวเหมือนเด็กมากขึ้นเท่านั้น”

แต่เมื่อเห็นผู้อาวุโสโจวยิ้มออกมา ฉิงเทียนก็พูดหยอก “แต่ถ้าคุณอยากจะเรียนวิชาฝังเข็ม คุณก็จะต้องเป็นศิษย์น้องของผมเหมือนกันนะ”

“ไม่เป็นไร ตราบเท่าที่ข้าไม่ได้เป็นศิษย์น้องของเขาก็พอ” ผู้อาวุโสโจวไม่สนใจ

มองดูไปที่ท่าทีของผู้อาวุโสโจว ฉิงเทียนก็คิดในใจ: แต่มันก็เท่ากับว่าต้องเป็นศิษย์น้องของผู้เฒ่าซูอยู่ดีไม่ใช่รึไง? แต่ฉิงเทียนไม่คิดที่จะพูดอะไรโง่ๆแบบนั้นออกไป

“แล้วข้าจะคำนับขอเป็นศิษย์ได้เมื่อไรล่ะครับ ศิษย์พี่?” ผู้อาวุโสโจวมองมาที่ฉิงเทียนอย่างกระตือรือร้น

เขานิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง เขานั้นคิดที่จะกลับบ้านวันพรุ่งนี้ ดังนั้นถ้าจะให้ดีที่สุดก็ต้องคืนนี้ เขาจึงได้บอกไป “คืนนี้เลย”

เมื่อได้ยินจากฉิงเทียนว่าเขานั้นสามารถที่จะเรียนวิชาจากอาจารย์ของเขาได้ในคืนนี้ ผู้อาวุโสโจวก็อดไม่ได้ที่จะดีใจ

ในวงการแพทย์แผนจีนโบราณนั้น การคุกเข่าคำนับให้อาจารย์และเสิร์ฟน้ำชาให้อาจารย์ และจะต้องทำคำนับให้กับบรรพบุรุษของอาจารย์อีก ซึ่งเป็นอะไรที่ยุ่งยากมาก ถ้ายึดตามที่ผู้อาวุโสโจวเคยปฏิบัติมา เขานั้นรับลูกศิษย์มาแล้ว 15 คน และแต่ละคนนั้นจะต้องใช้เวลาในการเตรียมการนานมาก

หรืออาจจะมีเพียงฉิงเทียนที่เป็นคนแปลก ที่ไม่ใส่ใจในเรื่องนี้เอง

“ศิษย์พี่ครับ พวกเราจะทำการคำนับขอเป็นศิษย์กันที่นี่งั้นเหรอครับ?” มองมาที่ฉิงเทียนที่มีทีท่าเหมือนไม่ค่อยสนใจอะไร ทำให้ผู้อาวุโสโจวอดที่จะถามไม่ได้

มองมาที่ผู้อาวุโสโจวที่ถามเขาอย่างจริงจัง ฉิงเทียนจึงได้ตอบกลับไป “ก็คำนับกันที่นี่ก็ได้”

“ที่นี่เหรอครับ?” ผู้อาวุโสโจวพูดอย่างตกใจ “แล้วพวกเราจะทำการคำนับขอเป็นศิษย์ที่นี่กันอย่างไรครับ?”

“ก็แค่คำนับฟ้าดินก็พอแล้วครับ” ฉิงเทียนพูดแบบไม่ใส่ใจอะไร

เมื่อได้ยินฉิงเทียนพูดแบบไม่ใส่ใจมากเช่นนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา “นี่มันจะเรียบง่ายเกินไปแล้วศิษย์พี่”

“เรียบง่ายไปอย่างงั้นเหรอ?” เมื่อได้ยินที่ผู้อาวุโสโจวพูด ฉิงเทียนก็ถาม “ถ้าอย่างนั้นคุณทำกันอย่างไรบ้างล่ะ ในการคำนับขอเป็นศิษย์น่ะ?”

มองมาที่ศิษย์พี่ของเขาอย่างสงสัย แล้วผู้อาวุโสโจวก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องอธิบาย “ในวงการแพทย์แผนจีนโบราณของพวกเรานั้น ในการที่จะรับศิษย์นั้น ก่อนอื่นเราจะต้องดูศีลธรรมของคนคนนั้นเสียก่อน แล้วจากนั้นจึงเลือกวันมงคลและจุดธูปเทียนเพื่อคำนับต่อบรรพบุรุษ จากนั้นอาจารย์ถึงจะรับศิษย์ได้และมอบชื่อให้กับเขา ต้องทำเช่นนี้ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นการรับศิษย์อย่างเสร็จสมบูรณ์”

“ช่างวุ่นวายนัก” ฉิงเทียนพูดบ่น จากนั้นเขาจึงพูดด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์ “การคำนับขอเป็นศิษย์ของเรานั้นไม่ทำเรื่องยุ่งยากขนาดนั้นหรอกครับ ขอเพียงแค่คำนับให้กับอาจารย์ก็พอแล้ว เพียงแต่อาจารย์นั้นไม่ได้อยู่ที่โลกนี้แล้ว ดังนั้นขอแค่คำนับให้ฟ้าดินก็พอแล้วครับ”

แต่จริงๆแล้ว ฉิงเทียนนั้นกลับคิดว่า: วิชาฝังเข็มของเรานั้นซื้อมาจากจางจ้งจิ่ง ดังนั้นอาจารย์ของเขาก็คือจางจ้งจิ่ง ให้พวกเขาทำการคำนับฟ้าดินก็ถือเป็นการคำนับจางจ้งจิ่งเช่นกัน!

“แบบนั้นไม่ได้หรอกศิษย์พี่! อย่างน้อยๆก็จุดธูปจุดเทียนกราบไหว้กันเถอะ” ผู้อาวุโสโจวเสนอ

เขาจึงได้ลองนิ่งคิดดู เขานั้นก็คิดที่จะช่วยหาลูกศิษย์ให้จางจ้งจิ่ง เขาเองก็น่าจะจุดธูปบอกเขาด้วยก็เป็นการดีเหมือนกัน เขาจึงผงกหัวเห็นด้วย

เมื่อเห็นฉิงเทียนผงกหัว ผู้อาวุโสโจวจึงรู้สึกยินดีมากและพูดขึ้น “ถ้าอย่างนั้นศิษย์พี่ครับ ไปที่บ้านของข้ากันเถอะ ที่บ้านของข้ามีพร้อมทุกอย่างอยู่แล้ว”

“ก็ได้ ถ้างั้นก็ไปบ้านของคุณกันเถอะครับ” ฉิงเทียนจึงได้ตอบตกลง

เมื่อประตูเปิดออกมา ทั้งสองคนก็เดินออกมาข้างนอก ก็พบว่าคุณหมอหลี่และเหล่าลูกศิษย์ลูกหาของผู้อาวุโสโจวนั้นยังคงรอพวกเขาอยู่ที่หน้าประตู เมื่อเห็นฉิงเทียนกับผู้อาวุโสโจวออกมาด้านนอก เขาก็ได้รีบเดินมาหาเขา ในเวลานี้เองที่ฉิงเทียนนึกขึ้นมาได้ว่าคุณหมอหลี่นั้นยังรอเขาอยู่ที่หน้าประตู

“ผมขอโทษด้วยครับคุณหมอหลี่ที่ผมปล่อยให้คุณรอ!” ฉิงเทียนกล่าวขอโทษ

หลังจากที่ลงมาจากรถ ฉิงเทียนกับผู้อาวุโสโจวก็ได้เดินอยู่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งเป็นบริเวณลานบ้าน มีแผ่นป้ายเขียนเอาไว้ที่หน้าประตูใหญ่ด้วยว่า “บ้านสกุลโจว” ซึ่งบ้านของตระกูลโจวแห่งนี้ดูเหมือนกับเป็นดวงอาทิตย์ที่ขับไล่พลังความมืดที่อยู่รอบๆบ้านเอาไว้

มีถนนเพียงเส้นเดียวที่เชื่อมไปยังตัวบ้านซึ่งทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยดอกไม้และพันธุ์ไม้ ถ้าไม่ใช่เพราะบรรยากาศที่ดูคลุมเครือนี้ที่นี่คงจะเป็นที่ที่ดีมากสำหรับหยุดพักผ่อน

แน่นอนว่า ถ้าหากว่าที่นี่ไม่มีพลังหยางละก็นะ ถ้าเกิดว่ามีคนธรรมดาๆมาที่นี่คงจะไม่สามารถอาศัยอยู่ที่บ้านของตระกูลโจวได้แน่ คนคนนั้นคงจะได้ตายในไม่กี่วัน

“ผู้อาวุโสโจว มีคนมาเยี่ยมหาคุณที่นี่บ้างไหมครับ?” ฉิงเทียนถาม

“ไม่หรอก โดยปกติแล้วข้าจะให้แขกพักอยู่ที่โรงแรมจินฟง จึงไม่ค่อยมีใครที่มาที่นี่บ่อยนักยกเว้นลูกชายกับหลานสาวของข้าเท่านั้น” ผู้อาวุโสโจวถามอย่างสงสัย “มีปัญหาอะไรอย่างนั้นรึ?”

“ผมคิดว่าจะเป็นการดีกว่าที่คุณจะไม่อาศัยอยู่ที่นี่บ้านหลังนี้นานๆ” ฉิงเทียนพูดตอบ

“มีปัญหาอะไรกับที่บ้านหลังนี้อย่างนั้นเหรอ?” ผู้อาวุโสโจวอดไม่ได้ที่จะถามออกมาเมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนพูดออกมา

หลังจากที่เดินไปรอบๆบ้านของผู้อาวุโสโจว ฉิงเทียนก็ไม่ได้ตอบคำถามของผู้อาวุโสโจว แต่กลับกันเขากลับถามว่า “คุณได้ล้มหมอนนอนเสื่อบ้างไหมตอนที่ผู้อาวุโสโจวได้ย้ายมาที่บ้านหลังนี้ใหม่ๆน่ะครับ?”

เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนถาม ผู้อาวุโสโจวก็ตกใจและตอบไป “ศิษย์พี่ทราบได้อย่างไร ใช่แล้วตอนที่ข้ามาอยู่ที่นี่ใหม่ๆจู่ๆข้าก็ป่วยแบบไม่มีเหตุผล

“เดิมที ข้านั้นเป็นคนที่ดูแลรักษาร่างกายของตัวเองเป็นอย่างดี ข้าไม่เคยป่วยเลยในหลายปีมานี้ แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆข้าก็ล้มหมอนนอนเสื่อไปหลายวันทันทีที่ข้าได้เข้ามาอาศัยที่บ้านหลังนี้”

“เข้าไปข้างในกันเถอะ!” ท่ามกลางสายตาที่สงสัยผู้อาวุโสโจว ฉิงเทียนก็พูดขึ้นมา

ถึงแม้ว่าท่าทีของฉิงเทียนนั้นจะทำให้เขาสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย แต่ผู้อาวุโสโจวก็ได้เปิดประตูบ้านตามที่ฉิงเทียนบอก

ขณะที่ฉิงเทียนเข้าไปในบ้านของผู้อาวุโสโจว ก็มีดวงตาสีเขียวสองดวงกำลังจ้องมาที่ฉิงเทียนอยู่ข้างนอกบ้าน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย