อีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อทามทอยหยิบเอกสารไปจากมือของเปปเปอร์แล้วเขาก็เปิดไปยังหน้าสุดท้ายทันที
เมื่อเห็นผลการตรวจออกมาตรงกันข้ามกับที่ตนคิดไว้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเหลือเชื่อว่า “เป็นไปได้ยังไง?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ของเขา มายมิ้นท์ก็รู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย ความรู้สึกไม่สบายใจถาโถมเข้ามาทันที
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ทำไมปฏิกิริยาของทามทอยถึงเป็นแบบนี้
“ป้าทิพย์คะ” มายมิ้นท์ใช้มือจับไปตรงที่วางแขนของวิลเเชร์เเล้วตะโกนออกมา
ป้าทิพย์ ก้าวไปข้างหน้าแล้วย่อตัวลง “ค่ะ คุณมายมิ้นท์”
มายมิ้นท์หันไปทางเธอแล้วถามว่า “ป้าทิพย์คะ เมื่อสักครู่คุณอยู่ข้างในตลอด ดังนั้นคุณรู้ผลแล้วใช่ไหม ผลเป็นอย่างไร?”
“เอ่อคือ” ป้าทิพย์มองไปทามทอย
มือของทามทอยที่ถือเอกสารนั้นเอาไว้สั่นคลอน เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่ตื่นจากภวังค์
เมื่อมายมิ้นท์เห็นความลังเลใจของป้าทิพย์ เธอก็ยิ่งกังวลเข้าไปกว่าเดิม เธอกุมฝ่ามือของป้าทิพย์เข้าไปไว้ในอ้อมกอด “ป้าทิพย์คะ รีบบอกฉันมาสิคะ”
เธอพูดจารบเร้า
ป้าทิพย์มองไปทางเปปเปอร์อีกครั้ง
เปปเปอร์เห็นแววตาของเธอแล้วพยักหน้าเล็กน้อย
ป้าทิพย์จึงถอนหายใจออกมาแล้วตอบว่า “ผลสรุปก็คือ คุณหนูคนนั้นกับประธานเยี่ยมบุญเป็นพ่อลูกกันทางสายเลือดค่ะ”
เมื่อประโยคนี้ถูกเล่าออกมา ดวงตาของมายมิ้นท์ก็หดตัวลงอย่างกะทันหัน ร่างกายของเธอแข็งทื่อทันที
มีความสัมพันธ์เป็นพ่อลูกทางสายเลือดเหรอ……
เจินเจินกับเยี่ยมบุญน่ะเหรอ?
เป็นไปไม่ได้!
เจินเจินไม่ใช่บุตรสาวของเยี่ยมบุญแน่ๆ เอกสารนั้นเป็นของปลอม คงจะถูกใครสลับปรับเปลี่ยนเนื้อหาแน่นอน
ไม่แน่ว่าเจินเจินอาจจะใช้วิธีการใดๆ ในการซื้อตัวเจ้าหน้าที่ของบริษัทนี้เอาไว้
แม้ว่าดูจากความสามารถของเจินเจินแล้วไม่น่าจะสามารถซื้อตัวพนักงานในสำนักงานแห่งนี้ได้ แต่เรื่องใดๆ ก็เป็นไปได้เสมอไม่ใช่หรือไง?
เยี่ยมบุญและภรรยาที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามได้ยินน้ำเสียงของป้าทิพย์ประโยคนั้น ดวงตาทั้งคู่ของพวกเขาก็หันมาประสานกัน และเห็นถึงความตื่นเต้นดีใจในแววตาอีกฝ่ายหนึ่ง
“คุณคะ คุณได้ยินไหม ชวนชมเป็นลูกของเรา!” คุณนายตระกูลภักดีพิศุทธิ์เอื้อมมือไปดึงมือของชวนชมมา แล้วพูดกับเยี่ยมบุญว่า “ฉันบอกแล้วไงคะ บอกตั้งแต่การตรวจดีเอ็นเอครั้งแรกแล้วว่าเธอเป็นลูกของฉัน จะเป็นเรื่องโกหกได้ยังไง?”
จากนั้นเขาก็มองไปทางชวนชม แววตาอันเย็นชาเมื่อครู่เปลี่ยนไปเป็นอ่อนโยนใจดีขึ้นทันที “ชวนชมพ่อขอโทษ พ่อไม่ควรจะสงสัยลูก”
ชวนชมส่ายหน้า เธอพูดด้วยน้ำตานองหน้าว่า “ไม่เป็นไรหรอกค่ะพ่อ หนูไม่โกรธพ่อหรอกค่ะ คุณมายมิ้นท์พวกเธอทำเอกสารตรวจดีเอ็นเอของปลอมขึ้นมา และยังไปพาตัวสองคนนี้มาอีก ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการที่จะใส่ร้ายป้ายสีว่าหนูไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่ ดังนั้นการที่พ่อกับแม่จะสงสัยหนูก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ตอนนี้ผลตรวจดีเอ็นเอออกมาแล้ว เป็นหลักฐานยืนยันว่าหนูเป็นลูกของพ่อกับแม่จริงๆ ดังนั้นหนูไม่โทษพ่อกับแม่หรอกค่ะ ถ้าจะโทษก็โทษที่พวกคุณมายมิ้นท์ทำเกินไปจริงๆ”
เธอเล็งเป้าทั้งหมดไปที่มายมิ้นท์
ดังนั้นสายตาของเยี่ยมบุญและภรรยาที่มองไปทางมายมิ้นท์เต็มไปด้วยความรังเกียจและโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น
“มายมิ้นท์ ตอนนี้ผลการตรวจดีเอ็นเอออกมาแล้ว ชวนชมเป็นลูกสาวของเราจริงๆ ตอนนี้คุณมีอะไรจะพูดอีกไหม?” เยี่ยมบุญหัวเราะเหอะๆ ออกมาด้วยความเยือกเย็น
คุณนายตระกูลภักดีพิศุทธิ์พูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา “คุณคะ จะไปพูดเรื่องแบบนี้กับหล่อนทำไมอีก รีบแจ้งตำรวจเถอะค่ะ”
สีหน้าการแสดงออกของมายมิ้นท์ตอนนี้ไม่น่าดูนัก
เธอคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะดำเนินมาถึงจุดนี้
หรือว่าเธอจะต้องถูกเยี่ยมบุญส่งเข้าคุกจริงๆ?
มือของมายมิ้นท์ซึ่งกุมที่วางแขนเอาไว้ก็สั่นคลอนเล็กน้อย
อีกฝั่งหนึ่ง เยี่ยมบุญหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาตั้งใจจะโทรหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เมื่อเปปเปอร์เห็นดังนั้น ดวงตาของเขาก็หรี่ลงอย่างรวดเร็วดูเหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมา
ในที่สุดทามทอยก็ได้สติกลับคืนมา แล้วหันไปพูดกับเยี่ยมบุญว่า “รอก่อน!”
เมื่อเขาพูดประโยคนี้ออกไปทุกคนก็พากันหันมามองที่เขา
สีหน้าอันเหี่ยวย่นของเยี่ยมบุญมืดมนทันที “คุณทามทอย อยากจะขัดขวางพวกเราอย่างงั้นเหรอ?”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...