เมื่อเห็นความไม่พอใจของมายมิ้นท์ เปปเปอร์จึงกระแอมเบาๆหนึ่งที หดเปลือกตาลงพลางพูดโกหกว่า:“ดูเหมือนว่าบริษัทของหล่อนจะมีธุระด่วน หล่อนก็เลยออกไปรับโทรศัพท์อยู่ข้างนอก”
“ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง”มายมิ้นท์เงยหน้าขึ้นมา เพื่อบอกเป็นนัยว่ารับทราบแล้ว
ช่างเถอะ หล่อนมีธุระก็อย่าคิดเล็กคิดน้อยเลย
“ตอนนี้ผมพยุงคุณได้แล้วหรือยัง?”เปปเปอร์เห็นว่าเธอเชื่อในคำพูดของเขาแล้ว เปลือกตาจึงค่อยๆยกขึ้น
มายมิ้นท์เม้มริมฝีปากแดง ไม่ได้ตอบกลับ ถือว่าได้รับคำแล้ว
เปปเปอร์พยุงแขนของเธออีกครั้ง และพยุงเธอมายังด้านหน้าโซฟา
“ใกล้จะเที่ยงแล้ว ผมสั่งข้าวกลางวันมา กินด้วยกันเถอะ?”หลังจากนั่งลง เปปเปอร์ก็พูดขึ้น
เดิมทีมายมิ้นท์ต้องการที่จะปฏิเสธ แต่ยังไม่ทันได้พูดออกมา เสียงท้องร้องก็ดังขึ้น
เธอลูบที่ท้อง สีหน้าแดงเล็กน้อย และรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ“ฉัน……”
เธอคิดไม่ถึงเลยว่า ท้องของเธอจะไม่เอาไหน และส่งเสียงดังออกมาแบบนี้
ในเวลานี้ หากเธอปฏิเสธ ก็เท่ากับว่าจงใจไม่ไว้หน้าเขา
ขณะที่คิด มายมิ้นท์ถอดหายใจ ยอมรับชะตากรรม ปัดเส้นผมบริเวณหู พลางพูดขึ้นว่า:“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณประธานเปปเปอร์มากนะคะ”
“ไม่ต้องหรอกครับ แค่ข้าวมื้อเดียวเอง”ริมฝีปากของเปปเปอร์เผยอออกมา มีรอยยิ้มแฝงอยู่ในดวงตาของเขา
เธอไม่ได้ดื้อดึงที่จะปฏิเสธเขา
เขาจะคิดว่า เธอยอมรับเขาแล้วหรือเปล่านะ
ด้วยความคิดนี้ จู่ๆในใจของเปปเปอร์ก็ปะทุความรู้สีกมีความสุขออกมา
เมื่อป้าทิพย์เห็นเขาเช่นนั้น ในใจก็อดดีใจไปกับเขาไม่ได้
แต่ว่าไม่นาน ความดีใจนี้ก็ค่อยๆเลือนหายไป
เนื่องจากหล่อนยังไม่เห็นความรู้สึกที่บนใบหน้าของคุณมายมิ้นท์ที่มีต่อคุณชายใหญ่ นั้นก็หมายความว่าตอนนี้ความรู้สึกดีๆของคุณมายมิ้นท์ที่มีต่อคุณชายใหญ่ยังไม่กลับมา
ดังนั้นคุณชายใหญ่ก็ยังคงต้องพยายามต่อไป
ไม่นาน ก็มีคนเคาะประตูของห้องรับรอง
ป้าทิพย์ต้องการไปเปิดประตูอย่างอัตโนมัติ แต่ถูกสายตาของเปปเปอร์ห้ามเอาไว้
ป้าทิพย์รีบถอยเท้าข้างหนึ่งที่กำลังก้าวออกไปถอยกลับมา ในเวลาจึงได้สติกลับมาว่า ตอนนี้หล่อนกำลังไป‘รับโทรศัพท์อยู่ด้านนอก’ยังไม่ได้กลับมา’เลย
“เดี๋ยวผมไปเปิดประตูก่อน อาหารที่ผมสั่งไว้น่าจะมาส่งแล้ว”เปปเปอร์ลุกขึ้น แล้วเดินไปยังประตู
ไม่นาน เขาก็หิ้วกับข้าวเข้ามาแล้ววางบนโต๊ะกาแฟที่อยู่เบื้องหน้า
มายมิ้นท์ได้กลิ่นหอมของอาหาร รีบเดาจากกลิ่นของอาหารว่าเขาสั่งอะไรมาบ้าง ในใจเผยความรู้สึกมหัศจรรย์ออกมาเล็กน้อย
เพราะอาหารเหล่านี้ ล้วนเป็นอาหารที่เธอชอบกิน
“คุณ……”มายมิ้นท์หันศีรษะไปยังชายหนุ่ม ริมฝีปากขยับเล็กน้อย ราวกับต้องการพูดอะไรบางอย่าง
เปปเปอร์กำลังคีบอาหารให้กับเธอ เมื่อได้ยินน้ำเสียงของเธอก็เงยหน้าขึ้นมา“มีอะไรเหรอครับ?”
“อาหารพวกนี้……”
“ล้วนเป็นของชอบของคุณทั้งนั้น”เปปเปอร์รู้ว่าเธอต้องการพูดอะไร จึงขัดจังหว่ะการพูดของเธอ
จากนั้น เขาก็คิดออกบางอย่าง จึงพูดเสริมขึ้นว่า“วางใจเถอะ อาหารพวกนี้ ผมก็เคยสั่งให้ส้มเปรี้ยวกิน”
มายมิ้นท์เลิกคิ้ว“คุณคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ?”
“ผมรู้ว่าคุณไม่เชื่อ แต่นี่เป็นความจริง หลังจากที่ส้มเปรี้ยวฟื้นจากสภาพการเป็นเจ้าหญิงนิทรา ก็มีอาหารหลายอย่างที่ไม่สามารถกินได้ ดังนั้นผมก็เลยไม่ได้สั่งอาหารพวกนี้ให้กับหล่อน แน่นอนว่าผมเคยสั่งมะม่วงและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับมะม่วง ต้องขอโทษด้วยนะครับ”เปปเปอร์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ขนตาของมายมิ้นท์สั่นสองที“คุณไม่ต้องขอโทษฉันหรอกค่ะ บนโลกใบนี้มีคนชอบกินมะม่วงตั้งมากมาย ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่ชอบกินสักหน่อย อีกทั้งการกินมะม่วงก็ไม่ใช่สิทธิของฉันเพียงคนเดียว ดังนั้นคุณจะสั่งให้ใครก็ไม่ใช่เรื่องผิด”
“ผมรู้ แต่ว่าในที่ของผมสิทธิ์นี้เป็นของคุณเพียงคนเดียว แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ว่าเมื่อก่อนนี้ผมคิดว่าส้มเปรี้ยวเป็นคุณ ก็เลยสั่งมะม่วงให้กับหล่อน แต่ว่าต่อมาผมถึงได้รู้ว่าหล่อนแพ้มะม่วง”เปปเปอร์แยกตะเกียบคู่หนึ่งออกจากกัน แล้ววางไว้ในมือของเธอ
มายมิ้นท์แกว่งตะเกียบเล็กน้อย“ที่จริงแล้วฉันสงสัยมากกว่า ทำไมคุณถึงได้เข้าใจผิดคิดว่าส้มเปรี้ยวเป็นฉัน?แน่นอนว่าบนโลกใบนี้มีเรื่องให้เข้าใจผิดมากมาย แต่หกปีเข้าไปแล้วยังไม่รู้ตัวว่าตนเองเข้าใจผิด ทำให้ฉันรู้สึก……จริงๆ”
เธอหัวเราะอย่างเย้ยหยันหนึ่งที จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
แต่ความหมายนั้นเปปเปอร์เข้าใจดี
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...