“ผมสืบได้ความมาแล้วครับ คุณผู้หญิงที่ชื่อดารามายเดินทางมาถึงเมืองเดอะซีเมื่อวันก่อน จากนั้นก็เข้าพักที่โรงแรมมารีน่า หล่อนอยู่ในโรงแรมถึงหนึ่งวันเต็มโดยไม่ได้ออกไปไหน จนกระทั่งเมื่อวานตอนเช้าจึงได้เดินทางออกจากโรงแรมมุ่งหน้าไปที่เทนเดอร์กรุ๊ป จากนั้นเดินเล่นไปมาบริเวณเขตนิวเทาน์ริเวอร์ก่อนจะกลับไปที่โรงแรมอีกครั้งหนึ่ง แล้วไม่ได้ออกมาอีก” นักสืบรายงานผลการสืบของเขาออกมาอย่างละเอียด
มายมิ้นท์ได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน “อยู่ในโรงแรมไม่ได้ออกมาอีกอย่างนั้นเหรอ?”
“ใช่ครับ” นักสืบพยักหน้าตอบ
มายมิ้นท์ก้มหน้าลงเล็กน้อยดูเหมือนว่าเธอกำลังครุ่นคิด
ไม่สิ นี่มันไม่เหมือนนิสัยของดารามายเลย
นิสัยของดารามายนั้นจะพูดให้น่าฟังก็คือค่อนข้างกระตือรือร้นมีชีวิตชีวา แต่หากพูดอย่างไม่น่าฟังก็คือ ชอบหาเรื่องและสร้างปัญหาไม่อาจอยู่บ้านเฉยๆ ได้
ดังนั้นจากที่มายมิ้นท์รู้จักดารามาย เธอไม่น่าจะอดทนอยู่ในโรงแรมได้ตลอดอีกทั้งไม่ออกไปไหนเป็นระยะเวลานานอย่างว่าง่ายเช่นนี้
นอกจากนั้นแล้วยังมีสถานที่ ที่เมื่อวานนี้ดารามายเดินทางไปมีเพียงแค่เทนเดอร์กรุ๊ปและคฤหาสน์ตระกูลกิตติภัคโสภณ
การที่ดารามายเดินทางกลับมาเมืองเดอะซีและเดินทางไปเพียงแค่สองแห่งนี้มันเป็นไปไม่ได้เลย
เมื่อคิดได้ดังนั้นมายมิ้นท์ก็หรี่ตาลงแล้วเอ่ยถามว่า “คุณสามารถตรวจสอบได้หรือไม่ว่าเธอทำอะไรตอนอยู่ในโรงแรม?”
“เรื่องนี้คาดว่าคงจะไม่ได้ครับ การจัดการความเป็นส่วนตัวของโรงแรมมารีน่าไม่เลวเลย หากว่าเธอไม่ออกมาจากห้องผมก็คงไม่สามารถรู้ได้ว่าเธอทำอะไรอยู่” นักสืบตอบกลับแล้วส่ายหน้า
มายมิ้นท์ไม่ได้รู้สึกผิดหวังกับคำตอบนี้เพราะเธอก็พอจะเดาได้อยู่แล้ว
เธอเพียงแค่เอ่ยถามไปเผื่อจะโชคดีเท่านั้น หากว่าเขาทำได้ล่ะ?
แต่ถ้าทำไม่ได้ เธอก็ไม่ได้สูญเสียอะไร
“ถึงจะไม่รู้ว่าเธอทำอะไรอยู่ แต่เอกสารการเข้าพักของเธอคุณน่าจะสืบได้ใช่ไหม?” มายมิ้นท์ถาม นักสืบพยักหน้าตอบว่า “ไม่มีปัญหาครับ”
“งั้นก็ดีค่ะ ฉันอยากจะรู้ว่าเธอเข้าพักคนเดียวหรือสองคน”
“คนเดียวครับ ผมเคยตรวจประวัติการเช็คอินของเธอแล้ว เธอเข้าพักคนเดียว สองวันมานี้นอกจากพนักงานในโรงแรมแล้วไม่มีใครเข้าออกห้องเธออีกเลย” นักสืบตอบ
ความประหลาดใจแวบเข้ามาในแววตาของเธอ
เป็นไปได้ยังไง ลำดวนไม่ได้กลับมาด้วยกันหรือ?
ในขณะที่มายมิ้นท์กำลังรู้สึกสับสนอยู่นั้น นักสืบก็พูดขึ้นอีกครั้งว่า “อีกอย่างคุณมายมิ้นท์ครับ ผมพบว่าเช้าวันนี้ คุณดารามายวานให้พนักงานในโรงแรมเดินทางไปสนามบินเพื่อซื้อตั๋วให้กับเธอ”
“ซื้อตั๋ว?” มายมิ้นท์เอนกายไปข้างหน้า “เธอกำลังจะเดินทางออกไปจากเมืองเดอร์ซี?”
“ใช่ครับ” นักสืบตอบรับ “ตอนที่พนักงานโรงแรมคนนั้นกลับมาผมได้เข้าไปสืบดูแล้วพบว่า ดารามายสั่งให้เขาซื้อตั๋วเครื่องบินไปประเทศบิวตี้วันนี้สี่โมงเย็น”
“ประเทศบิวตี้...…” ริมฝีปากแดงเรื่อของมายมิ้นท์เม้มเข้าหากันแล้วเอ่ยชื่อประเทศนั้นออกมา ต่อจากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นพูดว่า “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ต้องรบกวนคุณด้วยนะคะ อีกประเดี๋ยวฉันจะชำระค่าจ้างวานที่เหลือให้กับคุณ”
“ครับคุณมายมิ้นท์”
เมื่อจบการสนทนา มายมิ้นท์ก็วางโทรศัพท์ลงแล้วโยนมันไว้ที่โต๊ะ ก่อนจะเอนกายไปพิงเก้าอี้ด้านหลัง เปลือกตาของเธอปิดลงเล็กน้อยดูเหมือนกำลังคิดเรื่องใดอยู่
เธอกำลังคิดว่าดารามายทำเช่นนี้เพื่ออะไร?
จู่ๆ ก็กลับมาที่เมืองเดอะซี แล้วอยู่ในโรงแรมถึงสามวัน ระหว่างนั้นเดินทางออกไปจากห้องแค่ครั้งเดียว แต่ก็เพียงอยู่บริเวณรอบๆ เทนเดอร์กรุ๊ป จากนั้นก็ไปที่คฤหาสน์ตระกูลกิตติภัคโสภณ
ดารามายไม่มีกุญแจเข้าคฤหาสน์ ดังนั้นเธอคงไม่ได้เข้าไปข้างใน อย่างมากก็ทำได้เพียงเดินวนดูอยู่รอบๆ จากนั้นก็จากไป เธอกลับไปที่โรงแรมและเตรียมตัวจะเดินทางออกจากเมืองเดอะซีไปยังต่างประเทศ
ฟังดูแล้วเหมือนว่าดารามายคงจะเพียงแค่คิดถึงบ้านและคิดถึงบ้านเกิดจึงได้เดินทางกลับมา แต่เธอรู้ดีว่าดารามายไม่ใช่คนแบบนั้น
เพราะฉะนั้นการที่ดารามายเดินทางกลับมาจะต้องมีวัตถุประสงค์อื่น
แต่ว่าวัตถุประสงค์นี้ดารามายไม่ได้แสดงออก เธอจึงเดาไม่ได้เลย
ไม่ว่าด้วยวัตถุประสงค์อะไร ทางที่ดีไม่ควรจะปล่อยวางเรื่องนี้ลง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...