“เลียนแบบ?” เปปเปอร์สีหน้าอึมครึม รอบๆกายแพร่กระจายกลิ่นอายของความไม่พอใจออกมา
ส่วนผู้ช่วยเหมันตร์กลับเบะปากยิ่งกว่า พูดไม่ออกเลย
ดวงใจสีครามมีสินค้าเลียนแบบคุณภาพดีด้วยงั้นเหรอ?
นี่ไม่ได้กำลังโกหกอย่างโจ่งแจ้งอยู่หรือไง!
พิศมัยไม่รู้ว่าเปปเปอร์กับผู้ช่วยเหมันตร์ รู้แล้วว่าเธอกำลังโกหก ยังคิดว่าคำโกหกของตนเองทำให้พวกเขาเชื่ออีก พยักหน้าอย่างต่อเนื่องพูดขึ้น: “ใช่น่ะสิ สินค้าเลียนแบบคุณภาพดี แม่ไปซื้อมาจากที่ห้างโดยเฉพาะเลย เส้นนึงไม่กี่พันเอง”
“แม่ คิดว่ามีคนสามารถเลียนแบบดวงใจสีครามได้จริงๆเหรอ?” เปปเปอร์มองเธอด้วยใบหน้านิ่งเฉย
พิศมัยได้ยินคำพูดนี้ของเขา ในใจก็เต้นตึกตัก ความกระวนกระวายใจพุ่งสูงขึ้น “หมาย......หมายความว่าไง?”
“หมายความว่า ดวงใจสีครามที่ได้ทำการผลิตออกมา ก็เข้าไปอยู่ในงานประมูลทันที ไม่มีรูปภาพใดๆที่เล็ดลอดออกไปสู่ภายนอกเลย ดังนั้นคนภายนอกจึงรู้แค่ว่าดวงใจสีครามชิ้นนี้เป็นเครื่องประดับที่มีมูลค่ามากมาย แต่กลับไม่รู้ว่าดวงใจสีครามหน้าตาเป็นยังไง ดังนั้นแม่บอกผมมาเถอะว่า แม่ไปเห็นดวงใจสีครามแล้วซื้อมาจากที่ห้างไหน ทั้งยังทำเลียนแบบออกมาอีกต่างหาก?” เปปเปอร์เม้มริมฝีปากบางๆ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเย็นชา
สีหน้าของพิศมัยเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด “นี่......แม่......”
เธออึดอัดจนถึงขีดสุด พูดได้ไม่ชัดเจนแล้ว
เปปเปอร์นวดๆหว่างคิ้ว “ตอนนี้บอกผมได้หรือยัง ทำไมดวงใจสีครามถึงมาอยู่กับแม่ที่นี่?”
พิศมัยลูบสร้อยที่อยู่บนคอ แล้วมองสายตาที่ดุดันของเขา รู้ว่าทุกอย่างปิดบังเอาไว้ไม่ได้แล้ว ทำได้เพียงพูดความจริงเท่านั้น “มายมิ้นท์เป็นคนให้มา”
“เป็นไปไม่ได้!” เปปเปอร์ขมวดคิ้ว โต้แย้งทันที
พิศมัยรีบพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง “เธอเป็นคนให้มาจริงๆ คราวก่อนที่แกเข้าโรงพยาบาล มายมิ้นท์ก็นำสิ่งนี้มาหาแก ตอนนั้นแม่เป็นคนเปิดประตู เธอจึงเอาสร้อยให้แม่ ให้แม่เอาให้แกด้วย เพียงแต่......”
“เพียงแต่แม่เห็นว่าเป็นดวงใจสีคราม จึงซ่อนเอาไว้ส่วนตัวลับหลังผม?” เปปเปอร์หรี่สายตาที่ดุดันขึ้นมา
พิศมัยก้มหน้าด้วยความหวั่นใจ ยอมรับแล้ว
เปปเปอร์สูดหายใจเข้าลึกๆ ควบคุมความเดือดดาลในใจ จากนั้นจึงยื่นมือออกไปทางเธอ “เอาสร้อยคืนมาให้ผม”
“ไม่เอา” แค่พิศมัยได้ยิน ก็รีบกุมดวงใจสีครามเอาไว้แน่น ส่ายหัวไม่หยุด สีหน้าไม่ยินยอม “เปปเปอร์ ดวงใจสีครามนี่แกเป็นคนซื้อมาอยู่แล้ว ตอนแรกที่ให้มายมิ้นท์นัง......”
“ห๊ะ?” เปปเปอร์สีหน้าเย็นชา
พิศมัยรู้ความรู้สึกที่เขามีต่อมายมิ้นท์ในตอนนี้ อ้าๆปาก รู้ว่าตัวเองพูดผิดไปแล้ว จึงรีบพูดใหม่ “อะไรล่ะ ตอนแรกที่มายมิ้นท์แย่งดวงใจสีครามไป เดิมทีก็เป็นเธอนั่นแหละที่ทำไม่ถูก ตอนนี้เธอรู้ตัวดีแล้วไงถึงได้คืนดวงใจสีครามกลับมา ถึงยังไงแกก็คงวางเอาไว้เฉยๆ เอาให้แม่จะเป็นไรไปล่ะ?”
“ไม่ได้!” เปปเปอร์ปฏิเสธ ยื่นมือออกไปอีกครั้ง “คืนสร้อยมาให้ผม”
“เปปเปอร์......”
พิศมัยยังคิดจะพยายามยื้อแย่งมาเป็นของตนเอง
เปปเปอร์ตอบกลับอย่างแน่วแน่: “คืนผมมา!”
ฟังออกถึงความหงุดหงิดในน้ำเสียงของเขา พิศมัยจึงไม่กล้ายั่วโมโหเขาแล้ว กัดฟันถอดสร้อยออก แล้วส่งไปบนมือเขาอย่างไม่เต็มใจ
เปปเปอร์รวบสร้อยที่อยู่ในมือ จะถือเข้ามาใกล้ๆ
แต่แค่จะดึง กลับดึงเข้ามาไม่ได้
เขาขมวดคิ้วมอง ถึงพบว่าหลังจากพิศมัยส่งสร้อยคอมาถึงบนมือเขา กลับไม่ยอมปล่อยสร้อยออก จับสร้อยอีกด้านหนึ่งเอาไว้ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
“......” เปปเปอร์ถอนหายใจ “เหมันตร์”
“ครับ” ผู้ช่วยเหมันตร์เอ่ยปากขานรับ
“พรุ่งนี้ไปจองเครื่องประดับชุดหนึ่งให้คุณนายด้วย”
“ครับ” ผู้ช่วยเหมันตร์พยักหน้าตอบกลับ
เปปเปอร์มองไปทางพิศมัย “แม่ ได้ยินแล้วนะ ผมสั่งเหมันตร์ ให้เขาไปจองเครื่องประดับล้ำค่าให้แม่แล้ว งั้นตอนนี้แม่ปล่อยดวงใจสีครามได้หรือยัง?”
เขาไม่สามารถฝืนดึงสร้อยเข้ามา
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...