แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาก็จงใจที่จะล่วงเกินเธอจริงๆ
อันที่จริงเมื่อสักครู่เขาจะล้มลงจริงๆอยู่แล้ว
แต่พอเห็นเธอเอื้อมมือและยื่นมาทางเขา แล้วกำลังจะคว้าเขาไว้ในตอนนั้น ในหัวสมองของเขาก็เกิดความคิดที่จะกอดเธอไว้ในทันใด
ดังนั้นในตอนที่เธอได้คว้าเขาเอาไว้นั้น เขาจึงได้ถือโอกาสกอดเธอไว้ เพื่อบรรลุผลสำเร็จที่ได้สัมผัสร่างกายอย่างใกล้ชิดกับเธอในวันนี้
เขาคิดว่า หากได้ใกล้ชิดวันละนิดกับเธอทุกวัน พอหลังๆ เธอก็จะรู้สึกชินกับมัน จากนั้นก็จะยอมรับการใกล้ชิดของเขาแล้วแหละมั้ง
มายมิ้นท์ได้ออกจากอ้อมแขนของเปปเปอร์ หลังจากที่ได้จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้ว ก็ได้มองดูเปปเปอร์ ถามด้วยความเป็นห่วงว่า:“ประธานเปปเปอร์คะ คุณเป็นอะไรไหมคะ?”
เปปเปอร์พยักหน้าเล็กน้อย“ผมไม่เป็นอะไร แล้วคุณล่ะ ผมเชื่อว่าคุณไม่ปล่อยให้ผมเกิดเรื่องอะไรใช่ไหม?ก็เหมือนกับที่ผมไม่ปล่อยให้คุณเกิดเรื่องอะไรเช่นกัน”
พอได้ยินเขาพูดเช่นนี้ มายมิ้นท์พยักหน้าตอบตกลงโดยไม่ลังเลใจเลยสักนิดอย่างแน่นอน“ใช่ค่ะ ฉันไม่ปล่อยให้คุณเกิดเรื่องอะไรแน่ๆ และฉันก็จะปกป้องคุณจนสุดกำลังเลยค่ะ”
เขาได้ช่วยเหลือเธอหลายครั้ง และได้ช่วยชีวิตเธอหลายครั้ง
แน่นอนว่าเธอก็ต้องมีความคิดเช่นนี้อยู่แล้ว ในการไปตอบแทนความทุ่มเทของเขา
เปปเปอร์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย“ผมดีใจมาก”
“ประธานเปปเปอร์ครับ รถเข็นเรียบร้อยแล้วครับ”ทันใดนั้น ผู้ช่วยเหมันตร์ก็ได้เข็นรถเข็นเดินมา
สีหน้าของเปปเปอร์ก็เคร่งขรึมลงทันที
คนคนนี้ไม่เห็นหรือไงว่าพวกเขากำลังคุยได้เข้าด้ายเข้าเข็มกันอยู่ กลับเดินมาเช่นนี้เลย
กลับไปจะหักโบนัสของเขา!
ระหว่างที่คิด เปปเปอร์ก็เหลือบมองผู้ช่วยเหมันตร์ด้วยสายตาที่เย็นเยือก
ผู้ช่วยเหมันตร์ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
เขาทำอะไรลงไปอย่างนั้นหรือ?
ทำไมประธานเปปเปอร์ถึงจ้องมองเขาเช่นนี้?
มายมิ้นท์มองดูการโต้ตอบกันของทั้งสองนั้น ทำให้มายมิ้นท์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตลก
เธอพอจะรู้ว่าทำไมเปปเปอร์ถึงต้องถลึงตาใส่ผู้ช่วยเหมันตร์ด้วย
ไม่มีอะไรที่มากไปกว่าการที่โทษผู้ช่วยเหมันตร์ที่ขัดจังหวะการสนทนาของพวกเขาน่ะสิ
มายมิ้นท์ยิ้มและเดินไป“ผู้ช่วยเหมันตร์คะ ฉันมาเข็นประธานเปปเปอร์เองค่ะ”
“ได้ครับ ถ้างั้นก็ฝากคุณด้วยนะครับคุณมายมิ้นท์”ในเมื่อคุณมายมิ้นท์มีความคิดริเริ่มต้องการที่จะใกล้ชิดกับประธานเปปเปอร์นั้น เขาก็ต้องตอบตกลงด้วยความยินดีอย่างแน่นอนสิ
เขาไม่ตอบตกลง ประธานเปปเปอร์ก็ไม่ยอมน่ะสิ
เมื่อเห็นว่าผู้ช่วยเหมันตร์ได้หลีกทางให้ สีหน้าของเปปเปอร์จึงจะดูดีขึ้นเล็กน้อย
แม้ว่าในตอนนี้ผู้ช่วยเหมันตร์จะรู้ตัวเองโดยไม่ต้องพูดอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อสักครู่ที่ได้หักโบนัสไปนั้น เขาก็จะไม่เพิ่มกลับมาให้อย่างแน่นอน
เพราะไม่ว่าอย่างไรการถูกขัดจังหวะที่ได้อยู่ร่วมกันนั้น ก็ไม่สามารถหวนกลับมาได้เลย
“ไปเถอะ”เปปเปอร์ได้นั่งลงบนรถเข็น ด้วยการพยุงของผู้ช่วยเหมันตร์
มายมิ้นท์ได้จับทั้งสองข้างของที่จับรถเข็น โดยเข็นเขาตรงไปข้างหน้า
ผู้ช่วยเหมันตร์ไม่มีภาระหน้าที่ใดๆ จึงทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดเดินตามหลังของทั้งสองคน
ทั้งสามคนเดินเข้าประตูโรงพยาบาล
การันต์บังเอิญอยู่ในล็อบบี้ของโรงพยาบาลพอดี และได้คุยอะไรอยู่กับคุณหมอที่สวมเสื้อกาวน์อีกคนอยู่
ได้เหลือบไปเห็นการปรากฏของพวกเขา เขาได้หยุดการสนทนากับคุณหมอคนนั้นโดยทันที ได้ดันแว่นตาแล้วเดินไปหาสามคนนั้นโดยตรง
“ทำไมคุณถึงได้มากับเขาแล้วล่ะ?”สายตาของการันต์ตกอยู่ที่ใบหน้าของมายมิ้นท์“หรือว่าคุณคบหากับเขาแล้วหรือ?”
เขาชี้ไปทางเปปเปอร์
เปปเปอร์ก็ได้ขมวดคิ้วทันที
ใบหน้าของมายมิ้นท์แดงก่ำทันที แววตาประกายความร้อนตัวและตื่นตกใจออกมา“อย่าพูดมั่วนะ ไม่ใช่สักหน่อย”
“ถ้ามันไม่ใช่ล่ะก็ แล้วทำไมช่วงนี้เห็นคุณไปไหนมาไหนกับเขาตลอดเลย?”การันต์เอามือกอดอก และมองดูเปปเปอร์
สายตาของเปปเปอร์จ้องมองเขาด้วยความเย็นชา“คุณมีปัญหาอย่างนั้นหรือ?”
“ก็ไม่มีหรอก เธอจะยังไงกับคุณนั้น มันก็เป็นเรื่องของเธอ ผมก็เห็นด้วยหมดเลย เพียงแต่ว่าผมแค่รู้สึกสงสัยเท่านั้นเอง”การันต์ยักไหล่พร้อมตอบกลับ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...