“ท่านย่าบอกให้ผมชวนคุณกลับไปกินข้างที่คฤหาสน์” เปปเปอร์ตอบกลับมา
“กินข้าวเหรอคะ?” ใบหน้าของมายมิ้นท์เต็มไปด้วยความสงสัย “เป็นวันพิเศษอะไรหรือเปล่าคะ?”
“ไม่ใช่หรอก ท่านย่าให้ผมมาชวนคุณ ผมก็เลยมาชวนคุณ” เปปเปอร์ส่ายหน้าขึ้นมาเล็กน้อย
มายมิ้นท์ยิ้มขึ้นมาทีหนึ่ง “ฉันรู้แล้วค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะไปค่ะ”
“เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปด้วยกันดีกว่า พอถึงเวลาผมจะไปรับคุณที่เทนเดอร์กรุ๊ปนะ” เปปเปอร์จ้องมองเธอแล้วพูดขึ้นมา
มายมิ้นท์ลังเลไปไม่กี่วินาที แล้วสุดท้ายก็เห็นแววคาดหวังในดวงตาของเขา แล้วก็พยักหน้าตอบตกลง “ได้ค่ะ”
“งั้นก็ตกลงตามนี้เลย” เปปเปอร์เองก็หัวเราะขึ้นมา
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง ก็มาถึงโรงแรมแล้ว
เปปเปอร์ช่วยเปิดประตูห้องส่วนตัวให้กับมายมิ้นท์
มายมิ้นท์เองก็ไม่ได้เกรงใจเขา แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปเลย
เปปเปอร์ปิดประตูห้องส่วนตัวลง แล้วเดินตามหลังเธอ และตามมาถึงตัวเธออย่างรวดเร็ว
พวกประธานทั้งหลาย ได้มาถึงกันนานแล้ว ในเวลานี้กำลังนั่งรอพวกเขาอยู่บนเก้าอี้
พอเห็นพวกเขาเดินเข้ามาพร้อมกัน พวกประธานทั้งหลายนี้ก็มองสบตากันทีหนึ่ง แล้วก็แลกเปลี่ยนสายตากันไปอีกทีหนึ่ง
พอเห็นสองคนนี้สนิทสนมกันมากขนาดนี้ เดินเข้ามาก็ยังเดินมาพร้อมกันอีก ดูท่าน่าจะกลับมาคืนดีกันจริง ๆ แล้วใช่ไหม?
ต่อไปนี้เห็นทีจะต้องไปประจบประแจงเทนเดอร์กรุ๊ปแล้วจริง ๆ!
เปปเปอร์ไม่รู้ว่าคนพวกนี้กำลังคิดอะไรอยู่ และไม่มีเวลาว่างไปคาดเดาด้วย เขาเดินไปตรงที่นั่งที่ว่างติดกันสองอัน แล้วดึงเก้าอี้ออกมาก่อนหนึ่งอัน จากนั้นก็ตบพนักเก้าอี้เล็กน้อย แล้วพูดกับมายมิ้นท์ว่า “นั่งตรงนี้”
มายมิ้นท์คิดไม่ถึงว่าต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ เขาจะมาประจบประแจงเธอได้ นี่ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองซะเท่าไหร่ และไม่รู้ว่าควรจะนั่งลงหรือไม่นั่งลงดี
ในเมื่อตอนนี้พวกเขายังไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรต่อกัน เพราะฉะนั้นเธอจึงยังไม่สามารถที่จะยอมรับความเอาอกเอาใจของเขา ภายใต้สายตาของผู้คนมากมายขนาดนี้ได้
แต่ถ้าไม่ยอมรับ ก็จะทำให้เขาทำตัวไม่ถูกต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ และเสียหน้าด้วย
ตำแหน่งของเขาสูงส่งซะขนาดนี้ ถ้าหากว่าเธอทำให้เขาเสียหน้า นี่ก็คงจะไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แน่นอน เพราะว่าเขาก็จะกลายเป็นเรื่องตลกที่เอาไว้พูดคุยกันหลังอาหารของคนในวงการได้แน่นอน
ต้องรู้ไว้ว่ามีคนในวงการมากมาย ที่จ้องจะทำให้เขาลงจากตำแหน่งอยู่ เพราะว่าบริษัทตระกูลนวบดินทร์ข่มอยู่บนหัวของพวกเขามานานมากแล้ว แล้วทำอะไรไม่ได้เพราะว่าฝีมือของเปปเปอร์ก็แข็งแกร่งเกินไป แถมยังมีความสามารถ ในเมื่อพวกเขาไม่สามารถฉุดรั้งเขาลงมาจากแท่นบูชา แต่ถ้าได้ดูเรื่องตลกของเขา พวกเขาก็ยินดีมากเลย
ดังนั้น ตอนนี้เธอมีอยู่แค่ตัวเลือกเดียวเท่านั้น
คิดแล้ว มายมิ้นท์ก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ทีหนึ่ง แล้วก็ย่อตัวลงรวบชายกระโปรงยาวขึ้นมาก่อน แล้วก็เดินนั่งลงตรงหน้าเก้าอี้ แล้วก็หันหน้าไปยิ้มให้ชายหนุ่มที่อยู่ข้างหลังทีหนึ่ง “ขอบคุณค่ะประธานเปปเปอร์”
เปปเปอร์คลี่มุมปากออกเล็กน้อย “ไม่ต้องหรอก”
พอพูดจบ เขาก็ลากเก้าอี้ที่อยู่ข้าง ๆ ออกมานั่งลงไป
พนักงานเสิร์ฟที่รออยู่ในห้องส่วนตัวมาตลอดพอรู้ว่าเปปเปอร์ต่างหากที่เป็นคนสำคัญของมื้ออาหารนี้ พอเห็นเขานั่งลงแล้ว ก็รีบเอาเมนูยื่นมาให้ตรงหน้า
เปปเปอร์รับมาแล้ว ก็ไม่ได้เปิดออก แต่กลับส่งไปให้มายมิ้นท์ “ดูซิว่าคุณอยากกินอะไร?”
มายมิ้นท์ผลักเมนูกลับไปตรงหน้าเขาอย่างเกรงใจ แล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “คุณดูเอาเองเถอะค่ะ ฉันกินอะไรก็ได้ค่ะ”
ล้อเล่นซิ เธอนั่งเก้าอี้ที่เขาลากให้ ก็เป็นที่สนใจของคนอื่นมากพอแล้ว แล้วจะมาสั่งอาหารก่อนได้ยังไง
ต้องรู้ไว้นะ ในคนที่อยู่ที่นี่ เธอเป็นคนที่สถานะต่ำที่สุดเลย ดังนั้นเธอจะไปแย่งสั่งอาหารเป็นคนแรกก่อนพวกประธานคนอื่น ๆ ได้ยังไงกัน?
ถ้าเธอเป็นภรรยาเขาก็ว่าไปอย่าง แบบนั้นก็จะไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ที่สำคัญคือเธอไม่ใช่เนี่ยซิ ถึงแม้ว่าเปปเปอร์จะเป็นคนบอกให้เธอสั่ง เธอก็สั่งไม่ได้เด็ดขาด
เธอรู้ว่า ถ้าเกิดสั่งขึ้นมาจริง ๆ พวกประธานพวกนี้ถึงแม้ว่าปากจะไม่พูดอะไร แต่ในใจจะต้องไม่พอใจแน่ ๆ เพราะฉะนั้นเธอไม่ทำอะไรเลยคงจะดีที่สุด
เปปเปอร์จ้องมองท่าทางที่ลำบากใจของมายมิ้นท์ ก็เข้าใจเหตุผลที่เธอเป็นแบบนี้ขึ้นมาทันที แล้วก็รับเอาเมนูมา “ได้ งั้นผมสั่งเองนะ”
พูดแล้ว เขาก็เปิดเมนูออก แล้วก็สั่งอาหารไปหลายอย่าง
มายมิ้นท์ยิ่งฟังหัวคิ้วก็ยิ่งขมวดสูงขึ้นมาอีก
อาหารพวกนี้…… เป็นอาหารที่เธอชอบกินหมดเลยไม่ใช่เหรอ?
มายมิ้นท์มองไปทางเปปเปอร์
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...