พูดแล้ว เขาก็คีบเนื้อปลาไปใส่ในถ้วยของเธออีกสองแผ่น
มายมิ้นท์รีบปิดถ้วยไว้ทันที “พอแล้ว พอแล้ว ไม่ต้องคีบแล้ว เดี๋ยวฉันจัดการเอง คุณเองก็กินด้วยซิคะ ไม่ต้องเป็นห่วงแต่ฉันคนเดียวหรอกค่ะ”
“คุณกำลังเป็นห่วงผมอยู่เหรอ?” เปปเปอร์ชิดเข้าไปใกล้เธอ
มายมิ้นท์มองตาขาวใส่เข้าทีหนึ่ง จากนั้นก็วางตะเกียบลง แล้วผลักหน้าของเขาออกไป “ไปกินข้าวของคุณเลย”
ภาพนี้ ทำให้พวกประธานทั้งหลายที่คอยจ้องมองพวกเขาอยู่ตลอดหัวเราะกันขึ้นมา
“ประธานเปปเปอร์กับประธานมายมิ้นท์นี่มีความรู้สึกที่ดีต่อกันจริง ๆ เลยนะครับ ขนาดกินข้าวก็ยังต้องติดหนึบกันขนาดนี้”
เปปเปอร์นั่งตัวตรงขึ้นมา “ก็ยังดีครับ”
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย แต่ว่าใบหน้ากลับแฝงไว้ด้วยความได้ใจ โดยไม่ปิดบังเลยสักนิด
มุมปากของมายมิ้นท์กระตุกขึ้นมาเล็กน้อย แล้วจ้องมองไปที่เขาอย่างหมดคำพูด
เฮ้อ ใครไปมีความรู้สึกดีกับเขากัน ใครไปตัวติดหนึบกับเขากับ
ช่างหน้าด้านจริง ๆ เลย
พอกินอาหารกันเสร็จ ฟ้าก็มืดลงแล้ว
ผู้ช่วยเหมันตร์ส่งพวกประธานออกไปจากโรงแรม และเปปเปอร์กับมายมิ้นท์ก็ยังคงเดินอยู่ข้างหลังสุดเหมือนเดิม
ในตอนที่เดินมาถึงหน้าประตูใหญ่โรงแรมนั้น อยู่ ๆ มายมิ้นท์ก็เห็นอะไรบางอย่าง แล้วก็หิ้วกระเป๋าใบเล็กวิ่งไปข้างหน้าหลายก้าวอย่างตื่นเต้น จนวิ่งออกไปนอกประตูโรงแรม
พอเปปเปอร์เห็นเข้า ก็รีบเร่งฝีเท้าตามไปด้วย “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
เขาหยุดฝีเท้าลงตรงข้างกายเธอ
มายมิ้นท์ยืนอยู่ตรงขั้นบันไดตรงหน้าประตูของโรงแรม แล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้า แล้วยิ้มแล้วก็ตอบกลับไปว่า “หิมะตกแล้ว!”
หางตาของเปปเปอร์กระตุกไปทีหนึ่ง
แน่นอนว่าเขารู้แล้วว่าหิมะตก เมื่อกี้ตอนที่เดินออกมาจากลิฟต์ เขาก็เห็นว่าข้างนอกหิมะตกแล้ว
แต่สำหรับเขาแล้ว หิมะตกก็เหมือนกับฝนตกนะแหละ ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ปกติของสภาพอากาศ และไม่มีอะไรให้น่าพึงพอใจ
แต่คิดไม่ถึง ว่าเธอจะมีปฏิกิริยาที่รุนแรงแบบนี้
“ผมก็นึกว่ามีเรื่องใหญ่โตอะไรซะอีก” เปปเปอร์แตะหน้าผากเล็กน้อย แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มและพูดขึ้นมา “ก็แค่หิมะตกเองไม่ใช่เหรอ? จำเป็นที่จะต้องดีใจขนาดนี้ด้วยเหรอ?”
มายมิ้นท์ยื่นมือออกไป รับเกล็ดหิมะมาเกล็ดหนึ่ง
แต่ว่าเกล็ดหิมะก็ละลายไปเพราะว่าความอบอุ่นในฝ่ามือเธอไปอย่างรวดเร็ว แล้วหลงเหลือหยดน้ำไว้หยดหนึ่ง
มายมิ้นท์ชักมือกลับมา แล้วจ้องมองเกล็ดหิมะที่ตกหนักราวกับขนห่าน แล้วเปิดปากพูดขึ้นมา “ต้องดีใจซิคะ หิมะตกสวยจะตายไป และที่สำคัญเมืองเดอะซีก็ไม่ได้มีหิมะตกมาตั้งหลายปีแล้ว คิดไม่ถึงว่าปีนี้ตกได้ แถมยังตกหนักขนาดนี้ ดูท่าแบบนี้แล้ว พรุ่งนี้คงจะต้องมีหิมะทับถมแน่เลย”
พูดแล้ว ก็ยื่นมือออกไปรับเกล็ดหิมะอีก
แต่ว่าครั้งนี้กลับโดนเปปเปอร์ขัดขวางไว้
เขาคว้ามือของเธอดึงเข้ามา “อย่าไปทำ ไม่หนาวเหรอ? คุณดูมือของคุณกับหน้าซิ หนาวจนแดงไปหมดแล้ว”
และที่สำคัญตอนพูดก็ยังเห็นหมอกควันสีขาวออกมาได้อย่างชัดเจน
“ไม่หนาวค่ะ อากาศแบบนี้ หน้าแดงก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว” มายมิ้นท์ส่ายหน้าแล้วก็ตอบกลับไป ในขณะเดียวกันยังอยากจะชักมือกลับมาอีก “คุณให้ฉันเล่นหน่อยซิ ฉันไม่ได้เห็นหิมะมาตั้งนานแล้วนะ”
“ไม่ได้” ยังไงเปปเปอร์ก็ไม่เห็นด้วย และพูดขึ้นด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ถ้าเกิดหนาวเย็นจนเกิดบาดเจ็บขึ้นมาจะทำยังไง ถ้าจะดูหิมะ กลับไปดูก็เหมือนกันนี่ เอาล่ะ เดี๋ยวผมส่งคุณกลับบ้านเอง”
เขาจูงมือเธอไว้ แล้วหมุนตัวเดินเข้าไปในโรงแรม ไปเอาร่มที่แผนกต้อนรับมาอันหนึ่งแล้ว ก็เดินออกไปจากประตูหน้าโรงแรมอีกครั้ง แล้วเดินไปทางรถที่จอดอยู่ข้างทาง
ระหว่างทาง มายมิ้นท์ชะเง้อหน้าอยู่ตลอด เอาแต่มองออกไปดูหิมะที่อยู่นอกหน้าต่างอยู่ตลอด
เปปเปอร์อดไม่ได้ที่จะเปิดปากถามขึ้นว่า “มันสวยมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“แน่นอน” มายมิ้นท์พยักหน้าขึ้นมา บนใบหน้าเกิดมีรอยยิ้มที่สวยงามปรากฏออกมา “แม่ของฉันเกิดในวันที่หิมะตก แม่ของฉันก็เลยชอบหิมะตกมาก แล้วฉันก็ได้รับผลกระทบมาจากตัวท่าน ก็เลยของหิมะตกด้วย เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ได้เห็นหิมะตก ก็ดีใจเป็นอย่างมาก อ๋อ ใช่แล้ว พอพูดขึ้นมาแล้ว วันเกิดแม่ฉันก็ใกล้จะถึงแล้ว ฉันไม่ได้ไปไหว้ท่านมานานแล้วนะ”
“ไว้ถึงตอนนั้น ผมจะไปกับคุณ” เปปเปอร์ขับรถไปแล้วก็พูดขึ้นมา
มายมิ้นท์หันหน้าไปมองเขา “คุณเหรอคะ?”
เปปเปอร์พยักหน้าเล็กน้อย “พอถึงเวลานั้น ไม่แน่เราอาจจะเป็นแฟนกันแล้ว ดังนั้นผมไปกับคุณ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร”
มายมิ้นท์เบ้ปากเล็กน้อย แล้วหัวเราะเยาะเขาขึ้นมาทีหนึ่ง “คุณบอกว่าเป็นแฟนกันแล้ว ก็จะต้องเป็นแฟนกันแน่ ๆ เหรอคะ?”
“ผมมีความมั่นใจ” เปปเปอร์ค่อย ๆ เหล่ตามองเธอไปทีหนึ่ง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...