ถึงแม้ว่าสีหน้าของเธอจะดูไม่ดีนัก แต่ว่าความเป็นห่วงในดวงตานั้น จริงแท้แน่นอน
เปปเปอร์เห็นเธอเดือดเนื้อร้อนใจแทนตัวเองแบบนี้ ก็ยิ้มแล้วก็หยิบผ้าห่มขึ้นมา และห่มให้กับตัวเองไว้ แล้วถึงจะตอบกลับเธอไปว่า “ไปซื้อของให้คุณมา”
“ซื้อของเหรอคะ?” มายมิ้นท์นิ่งอึ้งไป “คุณไปซื้ออะไรมาให้ฉันคะ?”
เธอมองถุงเล็ก ๆ ที่เขาเพิ่งวางลงไปเมื่อกี้ “อันนี้เหรอคะ?”
“ใช่” เปปเปอร์พยักหน้าขึ้นมา แล้วเอาถุงยื่นให้กับเธอ “ดูซิว่าชอบไหม ผมตั้งใจไปซื้อมาเลยนะ ขับรถไปไกลมาก หาอยู่ตั้งหลายร้านกว่าจะหาเจอได้”
มายมิ้นท์รับถุงมา “ตกลงมันคืออะไรกันนะ ที่ให้คุณต้องฝ่าหิมะตกหนักขนาดนี้ไปซื้อมาให้ฉัน?”
“ก็คุณบอกว่าชอบหิมะไม่ใช่เหรอ?” เปปเปอร์จ้องมองไปที่เธอ “ไปดูหิมะข้างนอกมันจะหนาวมาก ดังนั้นผมก็เลยไปซื้อของที่จะสามารถทำให้คุณได้เห็นหิมะทุกวินาที และที่สำคัญก็ไม่จะละลายอีกด้วยมาให้อันหนึ่ง เป็นแบบนี้ ถึงจะเป็นฤดูร้อน คุณก็จะยังคงมองเห็นหิมะได้”
“หิมะ……” มายมิ้นท์ก้มหน้าลงไป ถือถุงที่อยู่ในมือไว้อย่างมึนงง
ข้างในนี้ เป็นหิมะเหรอ?
พอเห็นมายมิ้นท์เหม่อลอยไป เปปเปอร์ก็รีบเร่งรัดขึ้น “รีบเปิดออกมาดูซิ”
เรียวปากแดงของมายมิ้นท์ขยับเล็กน้อย แล้วตอบอืมไปคำหนึ่ง แล้วเปิดถุงออก
พอเปิดออกแล้ว ข้างในยังมีกล่องอยู่อีกอันหนึ่ง
มายมิ้นท์วางถุงลง แล้วถือกล่องขึ้นมาไว้ในมือ
กล่องไม่ได้ใหญ่มากนัก ใหญ่ประมาณหนึ่งฝ่ามือ แต่ว่าสูงมาก สูงเกือบจะสิบเซนติเมตรได้ และก็หนักพอสมควรด้วย
มายมิ้นท์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ทีหนึ่ง ภายใต้สายตาที่เอาใจช่วยของเปปเปอร์ แล้วก็ค่อย ๆ เปิดกล่องออกมา ลูกบอลคริสทัลที่เปล่งประกายสวยงามลูกหนึ่งปรากฏออกมาตรงหน้าเธอ
มายมิ้นท์ลืมตาโตขึ้นมา แล้วเอาลูกบอลคริสทัลออกมาจากกล่อง จากนั้นก็เห็นของที่อยู่ในลูกบอลคริสทัลเคลื่อนไหวไปมา นั่นก็คือเกล็ดหิมะที่เปปเปอร์พูดถึง
เกล็ดหิมะที่อยู่ในนั้นมีทั้งเล็กทั้งใหญ่สิบกว่าแผ่น ดูไปแล้วก็เหมือนกับหิมะตกจริง ๆ ดูสวยงามมาก ที่สำคัญหิมะตกในตอนนี้ ก็มีความรู้สึกเหมือนอยู่ในเทพนิยายเพิ่มขึ้นมาด้วยส่วนหนึ่ง
ถึงว่าล่ะ เปปเปอร์ถึงได้พูดว่า พอมีอันนี้แล้ว เธอก็จะสามารถมองเห็นหิมะตกได้ตลอดเวลา ไม่ต้องมาแบ่งฤดูหนาวฤดูร้อนอีกแล้ว
เพราะว่าลูกบอลคริสทัลอันนี้ มีเกล็ดหิมะที่ละลายไม่ได้ด้วย
มายมิ้นท์ประคองลูกบอกคริสทัลเอาไว้ และไม่รู้ควรจะคิดอะไรดี รู้สึกแต่ว่าลูกบอลอันนี้มีดูหนักหน่วง ในใจก็มีความรู้สึกซับซนที่พูดไม่ออก
เธอย่นจมูกที่รู้สึกเจ็บจี๊ดไปเล็กน้อย แล้วก็อดกลั้นความรู้สึกร้อนผ่าวในดวงตาไปและมองไปที่ชายหนุ่ม “ฝ่าหิมะที่ตกหนักขนาดนี้ไป เพื่อไปซื้ออันนี้มาให้ฉัน เปปเปอร์ คุณนี่เป็นบ้าไปหรือเปล่าคะ?”
“ผมไม่ได้บ้า ผมรู้ตัวดีว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่” เปปเปอร์มองสบตาเธอ แล้วตอบกลับไปอย่างจริงจัง
ในใจของมายมิ้นท์นั้นยิ่งรู้สึกบอกไม่ถูกมากขึ้นไปอีก แล้วกะพริบตาขึ้นมา เหมือนกับว่าอยากจะกะพริบให้อะไรกลับคืนไปในดวงตา “ในเมื่อคุณรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ งั้นคุณก็น่าจะรู้ดีนะคะ ว่าร่างกายของคุณยังไม่หายดี อากาศหนาวขนาดนี้แล้วออกไปเดินเตร่อยู่ข้างนอก คุณจะหนาวเย็นจนไม่สบายขึ้นมาได้นะคะ แล้วถ้าเกิดคุณหนาวเย็นจนเป็นอะไรขึ้นมา คุณจะให้ฉันคิดยังไง จะให้พวกคนที่เป็นห่วงคุณคิดยังไงกันคะ?”
“ไม่เป็รไรหรอก ผมรู้ว่าอะไรควรไม่ควร วางใจเถอะ” เปปเปอร์ยิ้มจาง ๆขึ้นมา แล้วพูดอย่างอ่อนโยนขึ้นมา
“……” มุมปากของมายมิ้นท์กระตุกขึ้นมาทีหนึ่ง
พอเถอะ คนคนนี้ไม่เคยคิดถึงเรื่องจะหนาวเย็นจนเป็นอะไรไปเลยด้วยซ้ำ
แล้วก็หลับตาลงอย่างแรง ตอนนี้มายมิ้นท์จะต้องข่มไฟโกรธที่อยู่ในใจลงไปก่อน จากนั้นก็ถามขึ้นมาอย่างมีความหมายลึกซึ้งว่า “เปปเปอร์ ที่คุณทำแบบนี้ มันคุ้มค่าจริง ๆ เหรอ?”
“คุ้มซิ” เปปเปอร์พยักหน้า แล้วก็ตอบกลับไปอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด “เพื่อคุณแล้ว จะให้ผมทำอะไรผมก็ยอม”
คำพูดประโยคนี้ ทำให้มายมิ้นท์รู้สึกควบคุมตัวไม่ได้อีกต่อไป ดวงตาเปียกชื้นไปหมด แล้วกำลูกบอลคริสทัลที่อยู่ในมือไว้แน่น น้ำเสียงก็เริ่มปนสะอื้นขึ้นมา “คนโง่ คุณนี่มันเป็นคนโง่จริง ๆ!”
“ขอแค่คุณมีความสุข เป็นคนโง่ก็คนโง่เถอะ” เปปเปอร์เอาผ้าห่มที่อยู่บนตัวโยนทิ้งไป แล้วก็ดึงกระดาษทิชชูขึ้นมาจากโต๊ะรับแขกแผ่นหนึ่ง ไปเช็ดน้ำตาให้กับเธอ “นี่โดนผมทำให้ซึ้งจนร้องไห้ได้ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...