เขารู้ดีว่า เขาไม่สามารถห้ามให้มายมิ้นท์เป็นประธานบริษัทแล้ว
อีกทั้งวันนี้การร่วมมือกับดารามายเพื่อให้เธอต้องจนมุม จะต้องทำให้เธอโกรธแค้นอย่างแน่นอน หากยอมให้เธอนั่งตำแหน่งประธานบริษัท แน่นอนว่าหล่อนจะต้องใช้อำนาจกำจัดเขาเป็นคนแรกอย่างแน่นอน
ดังนั้นเพื่อไม่ให้ถูกกำจัด ตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คือบีบบังคับให้มายมิ้นท์ยอมมอบหุ้นร้อยละห้าจุดห้า ขอเพียงแค่ให้หุ้นในมือขอ
มายมิ้นท์มีไม่ถึงร้อยละห้าสิบ มายมิ้นท์ก็จะได้ไม่มีอำนาจเด็ดขาด และเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่สามารถที่จะใช้อำนาจเด็ดขาดในการปลอดเขาได้
มายมิ้นท์มองแววตาวูบวาบของเตชิต ก็รู้ว่าในใจเขาคิดอะไรอยู่
เธอยิ้มครู่หนึ่ง“ได้ ฉันแบ่งให้หล่อน แต่ว่าหล่อนจะสามารถรักษามันไว้ได้ไหม ก็ต้องอยู่ที่ความสามารถของหล่อนเองแล้ว”
พูดจบ เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พลางเรียกเลขาซินดี้เข้ามา
“ไปจัดทำหนังสือโอนหุ้นมาหนึ่งฉบับ”มายมิ้นท์กำชับ
เดิมทีเธอก็คิดแล้วว่า คงไม่สามารถยื้อหุ้นร้อยละห้าจุดห้านี้ไว้ได้ แม้ว่าเตชิตจะไม่ยอมให้เธอเอาออกมา แต่ดารามายก็ต้องให้เธอเอาออกมาอยู่ดี
ดังนั้นตอนนี้เมื่อได้ยินประโยคนี้ เธอก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย และไม่ตกใจเลยแม้แต่นิดเดียว และไม่ลังเลใดๆด้วย
ก็เหมือนกับที่เธอพูดเมื่อสักครู่นี้ว่าดารามายเป็นคนโง่เขลา ขอเพียงแค่มีโอกาส เธอก็สามารถสร้างสถานการณ์ เอาหุ้นร้อยละห้าจุดห้านี้คืนมาจากดารามาย ได้
เมื่อเลขาซินดี้ได้ยินในสิ่งที่มายมิ้นท์กำชับ ก็ตกใจเหลือบมองดารามายครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้า “ฉันทราบแล้วค่ะ ประธานมายมิ้นท์ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
พูดจบ เลขาซินดี้ไปจัดทำหนังสือโอนหุ้น
ไม่ได้ เอกสารก็จัดทำเรียบร้อย
ท่ามกลางพยานที่มีทั้งผู้บริหารระดับสูงและพวกผู้ถือหุ้น รวมไปถึงทนายฝ่ายกฎหมายของบริษัท ก็ได้เป็นพยานให้กับมายมิ้นท์และดารามาย ในการเซ็นหนังสือโอนหุ้น
นับจากนี้ ในมือของดารามายก็มีหุ้นอยู่ร้อยละห้าจุดห้า
แม้ว่าจะห่างไกลจากความคิดแรกเริ่มของหล่อนที่ต้องการหุ้นจำนวนร้อยละยี่สิบห้าจุดห้า แต่ว่าหล่อนก็รู้ดีว่าตนเองไม่สามารถแย่งมาได้ การได้หุ้นมาร้อยละห้าจุดห้า ก็ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงแล้ว
“ในเมื่อตอนนี้ฉันมีหุ้นแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันก็ควรมีตำแหน่งสักตำแหน่งในบริษัท มายมิ้นท์ฉันต้องการตำแหน่งของคุณ”ดารามายรับหนังสือโอนหุ้นไว้ พลางมองมายมิ้นท์อย่างยั่วยุ
ดวงตาของมายมิ้นท์หรี่ลง“แน่นอนว่าต้องได้สิ หวังเพียงว่าคุณอย่าสร้างเรื่องน่าขบขันก็พอ”
“เหอะ คุณนี่ชอบดูถูกคนจริงๆ มายมิ้นท์ คุณสามารถบริหารบริษัทได้ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าฉันจะทำไม่ได้!”ดารามายยกคางขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ
มายมิ้นท์ยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม“ใช่เหรอ ถ้าอย่างนั้นฉันจะรอดู หากคุณกล้าสร้างปัญหาให้กับบริษัท หรือว่าทำให้บริษัทต้องเสียหาย ฉันก็จะปลดคุณ”
พูดจบ เธอก็ไม่ได้แยแสดารามายอีกต่อไป พลางมองมายังเตชิตที่อยู่ฝั่งตรงข้าม“ประธานเตชิต ในเมื่อตอนนี้ฉันดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริษัทแล้ว งั้นอำนาจการบริหารอีกครึ่งหนึ่งที่อยู่ในมือของคุณก็ควรที่จะนำกลับคืนมาให้ฉันแล้วใช่ไหม?”
เตชิตกัดฟันหลัง ผ่านไปนาน เขาจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ และพยายามสงบสติอารมณ์:“แน่นอน ในเมื่อคุณเป็นประธานบริษัทแล้ว อำนาจการบริหารก็ควรตกเป็นของคุณ”
มายมิ้นท์ยิ้มเล็กน้อย“ถ้าอย่างงั้นก็ดี เมื่อเป็นเช่นนี้ ประธานเตชิตก็จะได้พักผ่อน ไม่ต้องมาลำบากช่วยฉันบริหารบริษัทอีก เพราะถึงยังไงคุณก็อายุมากแล้ว”
พูดจบ ท่ามกลางสายตาของเตชิตที่ราวกับจะกลืนกินเธอ เธอลุกขึ้นอย่างสงบ พลางตบมือ“โอเคค่ะทุกท่าน การประชุมผู้ถือหุ้นในวันนี้ถือว่าสิ้นสุดลงแล้ว แยกย้ายได้”
“ครับ ท่านประธาน!”ผู้บริหารระดับสูงและผู้ถือหุ้นทุกคนต่างยกมือขึ้น พลางตอบรับกันอย่างเซ็งแซ่ อีกทั้งในขณะเดียวกันก็เปลี่ยนสรรพนามในการเรียกอีกด้วย เปลี่ยนจากรองประธานมายมิ้นท์ เป็นท่านประธานบริษัท
มายมิ้นท์ปิดตาลงเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
ไม่พูดคงไม่ได้ว่า สรรพนามที่คนอื่นเรียกว่าท่านประธานบริษัทนี้ มันน่ายินดีกว่ารองประธานเป็นไหนๆ
เธอ ชอบเป็นอย่างมาก!
มายมิ้นท์ไม่ได้มองมายังเตชิตและดารามายทั้งสองอีกต่อไป หยิบสมุดโน๊ตที่อยู่บนโต๊ะและก้าวเท้าออกจากห้องประชุม
วันนี้เธอเป็นประธานบริษัทแล้ว แน่นอนว่าต้องเป็นคนแรกที่เดินจากไป หลังจากที่เธอเดินจากไป คนที่เหลือจึงค่อยๆเดินจากไป
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...