เธอรู้ว่าทำไมประธานใหญ่ถึงเกลียดดารามายขนาดนั้น
เธอเคยได้ยินมาจากประธานลาเต้ ว่าเมื่อหกปีก่อน เทนเดอร์กรุ๊ปที่กำลังจะล้มละลายนั้น ดารามายสองแม่ลูกนั้น ไม่เพียงแต่ไม่ก้าวไปกับเทนเดอร์กรุ๊ปด้วยกัน กลับหอบเงินของอดีตประธานใหญ่ที่ได้มาจากการซื้อหุ้นนั้นไป หนีจากไปโดยไม่สนอะไร สุดท้ายอดีตประธานใหญ่รู้สึกท้อแท้หมดกำลังใจและได้กระโดดตึกฆ่าตัวตาย
สามารถพูดได้ว่า อดีตประธานใหญ่ถูกดารามายสองแม่ลูกนั้นฆ่าโดยทางอ้อม ในตอนนี้พอดารามายเห็นว่าเทนเดอร์กรุ๊ปได้กลับมามีการพัฒนาอีกครั้งหนึ่ง ก็ได้กลับมาแย่งหุ้นส่วนกับประธานใหญ่ คนแบบนี้ ประธานใหญ่จะไม่เกลียดได้อย่างไรกันล่ะ
ขณะที่คิดอยู่ ลิฟต์ก็ได้ลงมาถึงแล้ว
มายมิ้นท์ได้ก้าวเดินออกไปก่อน
หลังจากที่ออกไปแล้ว เธอก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่พิงด้านข้างของไมบัคคันนั้น ในไม่ไกลนัก
ผู้ชายคนนั้นได้ก้มศีรษะลง ในมือได้ถือโทรศัพท์อยู่ และปลายนิ้วมือนั้นกำลังกดอะไรอยู่บนหน้าจอนั้น
ในไม่ช้า มายมิ้นท์ก็รู้สึกได้ถึงเสียงสั่นของโทรศัพท์ตัวเอง
เธอรู้ ว่าต้องเป็นเขาแน่ๆ ที่ส่งข้อความมาหาเธอ
ที่ด้านข้างนั้น เลขาซินดี้ก็ได้มองเห็นเปปเปอร์แล้ว พูดกับมายมิ้นท์ด้วยความประหลาดใจว่า:“ประธานใหญ่คะ ประธานเปปเปอร์มาได้ยังไงคะ?”
มายมิ้นท์ไม่ได้ตอบอะไร ได้ยิ้มมุมปากและเดินตรงไปทางเปปเปอร์ทางนั้น
เมื่อเลขาซินดี้เห็นเช่นนี้ก็รีบเดินตามไป
ทางนั้น พอเปปเปอร์ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินมา ได้เงยหน้าแล้วมองไปทางนั้น เมื่อเห็นว่าเป็นมายมิ้นท์ ใบหน้าก็อ่อนโยนทันที“มาแล้วหรือครับ”
“มาแล้วค่ะ”มายมิ้นท์พยักหน้าเล็กน้อย
เลขาซินดี้กะพริบตาด้วยความประหลาดใจ
เกิดเรื่องอะไรขึ้น?
ที่แท้สองคนนี้ได้นัดกันไว้แล้วหรอกหรือ!
และอีกอย่าง ทำไมเธอรู้สึกว่า บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนดูแปลกๆไปหน่อย
“ดารามายล่ะ?”เปปเปอร์มองดูรอบๆ แล้วถาม
มายมิ้นท์ได้ชี้ไปทางรถตู้ที่อยู่ไม่ไกลนั้น“อยู่ในรถคันนั้นน่ะ”
เปปเปอร์ได้เหลือบมอง และพยักหน้าเล็กน้อย“ขึ้นรถเถอะ นั่งรถผมเลย”
“โอเคค่ะ”มายมิ้นท์ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร พยักหน้าตอบตกลง
เปปปเปอร์ยื่นมือออกมา และได้เปิดประตูรถ
มายมิ้นท์ก้มตัวนั่งลงไป
เปปเปอร์มองไปทางด้านหลัง และโยนกุญแจให้เลขาซินดี้ไป
เลขาซินดี้รีบรับมาอย่างเร็วไว มองดูกุญแจไมบัคที่อยู่ในมือนั้น รู้สึกสับสนเล็กน้อย“ประธานเปปเปอร์คะ นี่คุณ……”
“คุณมาขับรถ”เปปเปอร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือก จากนั้นก็ได้ขึ้นรถไป นั่งลงด้านข้างของมายมิ้นท์
เลขาซินดี้ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง ว่าจะฟังคำสั่งนั้นหรือไม่ฟังดี
เพราะไม่ว่าอย่างไรตัวเองก็เป็นคนของประธานใหญ่ แต่สถานะตำแหน่งของประธานเปปเปอร์นั้นสูงกว่าประธานใหญ่ เธอจึงไม่สามารถปฏิเสธได้
ดังนั้น เธอไม่รู้จริงๆ ว่าต้องทำอย่างไร
ภายในรถนั้น มายมิ้นท์รู้ซึ้งถึงความลำบากใจของเลขาซินดี้ ได้เลื่อนกระจกรถลงมา และยื่นศีรษะออกมาต่อหน้าเปปเปอร์“ทำตามเขาเลย เขาไปพร้อมกับพวกเราน่ะ”
“ได้ค่ะประธานใหญ่”เมื่อมีคำพูดนี้ของมายมิ้นท์แล้ว ในที่สุดเลขาซินดี้ก็ไม่ต้องรู้สึกสับสนอีก และรีบพยักหน้าตอบตกลง จากนั้นก็อ้อมไปทางด้านหน้าของรถ แล้วนั่งลงตรงที่นั่งคนขับ
ได้สตาร์ทรถด้วยความราบรื่น
ในระหว่างทาง จู่ๆ เปปเปอร์ก็ได้เปิดกล่องเก็บของในรถนั้น และได้หยิบเครื่องดื่มออกมาจากในนั้นหนึ่งขวด หลังจากที่ได้เปิดฝาขวดแล้วก็ยื่นให้กับมายมิ้นท์ไป“ดื่มนี่สิ”
“นี่คืออะไรหรือคะ?”มายมิ้นท์รับมาด้วยใบหน้าที่สงสัย
เปปเปอร์ยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับตอบกลับว่า:“เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างหนึ่ง มันมีประโยชน์มากในการต่อต้านกับความเหนื่อยล้า ก่อนที่จะมา ผมให้เหมันตร์ไปซื้อโดยเฉพาะเลย”
“ใช่หรือคะ ฉันลองกินดูค่ะ”มายมิ้นท์มองดูเครื่องดื่มในมือของเธออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นและเริ่มดื่ม
หลังจากที่ดื่มแล้วไม่กี่คำ เธอก็ได้วางขวดลง และปิดฝาขวด
เปปเปอร์ได้หยิบผ้าเช็ดหน้าสูท จากกระเป๋าหน้าอกด้านขวาของตัวเอง ได้เช็ดมุมปากของเธอ แล้วถามเบาๆ“รสชาติเป็นยังไงบ้าง?”
มายมิ้นท์ได้วางเครื่องดื่มไว้ด้านข้าง“ก็ใช้ได้อยู่ค่ะ เปรี้ยวๆหวานๆหน่อย สดชื่นดีค่ะ”
“ถ้างั้นก็ดีครับ”เปปเปอร์พับผ้าเช็ดหน้าสูท และใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทของตัวเอง
ตรงหน้านั้น เลขาซินดี้ซึ่งกำลังขับรถอยู่ ได้เห็นฉากนี้ผ่านกระจกมองหลังหมด และภายในใจรู้สึกตกตะลึงอย่างมาก
เมื่อสักครู่ประธานเปปเปอร์ทำอะไรหรือ?ได้เช็ดมุมปากให้กับประธานใหญ่หรือ!
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...