มายมิ้นท์เอื้อมมือไปรับมา “ฉันก็คิดอย่างนี้เหมือนกันค่ะ”
“เอาล่ะครับ รีบเป่าผมให้แห้งแล้วก็ไปนอน เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา” เปปเปอร์กำชับ
มายมิ้นท์ตอบรับเบาๆ แล้วเดินตรงไปเป่าผมของเธอ
เปปเปอร์เงยหน้าขึ้นมองเธอโดยไม่ละสายตา
มายมิ้นท์ถูกเขามองเสียจนรู้สึกไม่เป็นตัวเอง ก่อนที่จะหยุดการกระทำในมือลง “มองฉันทำไม?”
“ก็คุณสวย” เปปเปอร์ยืดตัวตรงแล้วตอบด้วยท่าทางจริงจัง
มายมิ้นท์ถูกเขาชมขึ้นมาเช่นนี้ ใบหน้าของเธอจึงแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ “ประหลาดคน!”
เธอหันศีรษะไปไม่สนใจเขา ไม่อย่างนั้นประเดี๋ยวเขาคงจะพูดจาหยอกล้อแบบนี้ออกมาอีก
แต่จู่ๆ เปปเปอร์ก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปทางมายมิ้นท์
เขาเดินตรงไปหยุดอยู่ด้านหลังของเธอแล้วยกมือขึ้น คว้าไดร์เป่าผมในมือของเธอเอาไป
มายมิ้นท์ตกตะลึง “คุณจะทำอะไรน่ะ?”
“ผมจะช่วยเป่าผมให้คุณไง” เปปเปอร์พูดจบก็แย่งไดร์เป่าผมในมือของเธอเอาไปถือไว้
มายมิ้นท์หันหลังกลับมาแล้วเอื้อมมือไปแย่งไดร์เป่าผมในมือของเขา “ไม่ต้องค่ะ เรื่องเเค่นี้ฉันทำเองได้”
“ไม่เป็นไรครับ เมื่อตอนบ่ายคุณช่วยผมเช็ดผมจนแห้งแล้ว ตอนนี้ผมจะช่วยเป่าผมให้คุณ ถือว่าหายกัน”
เมื่อพูดจบเขาก็กดปุ่มปรับลมร้อน เสียงจากพัดลมของไดร์เป่าผมดังขึ้นไม่ให้โอกาสเธอปฏิเสธเลย
มายมิ้นท์เห็นดังนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเธอทำได้เพียงหันกลับไปและให้เขาเป่าผม
เปปเปอร์ยืนหยุดอยู่ข้างหลังเธอ เขาสูงกว่าเธอไม่น้อย ดังนั้นการเป่าผมเธอให้จึงเป็นเรื่องง่ายมาก แม้ว่าเขาจะมีเพียงแค่มือข้างเดียวในตอนนี้ที่สะดวก แต่ก็ทำหน้าที่ให้สำเร็จได้อย่างง่ายดาย
ระหว่างที่เป่าผมอยู่นั้น ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกันเลย ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่โตนี้มีเพียงแค่เสียงของไดร์เป่าผมเท่านั้น
จนกระทั่งเวลาผ่านไปสิบกว่านาทีต่อมา เปปเปอร์เห็นว่าผมของมายมิ้นท์แห้งสนิทแล้วจึงได้ปิดไดร์เป่าผม แล้วนำไปวางไว้ด้านข้างก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เสร็จแล้วครับ”
มายมิ้นท์สัมผัสไปที่ผมของเธอ แห้งแล้วจริงๆ ด้วย ในขณะที่เธอกำลังจะหันกลับไปขอบคุณเขา ก็พบว่ามีบางอย่างที่อบอุ่นเข้ามาปะทะกับแผ่นหลังของเธอ
เป็นหน้าอกของชายหนุ่มนั่นเอง
ทันทีหลังจากนั้นชายหนุ่มก็เอื้อมมือมากอดเธอ มือใหญ่ของเขาโอบไปที่เอวของเธอและนำคางวางไว้บนไหล่ของ เขาหอมซอกคอของเธอจากด้านข้าง พูดด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มแหบแห้งว่า “หอมจัง”
ร่างกายของมายมิ้นท์เกร็งจนแข็งทื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ยินประโยคนี้ของเขาก็ทำให้เธอเกร็งเข้าไปอีก
จู่ๆ เธอก็นึกถึงฉากที่มักจะเห็นในละครทีวีที่ตัวเอกเหมือนกับพวกเขา คือในตอนนี้ชายหนุ่มโอบหญิงสาวจากทางด้านหลัง และเอ่ยชมว่าร่างกายของเธอหอม หลังจากนั้นเขาก็จัดการทำเรื่องอย่างว่ากับหญิงสาว
ดังนั้นตัวเธอในตอนนี้ก็กลัวเหลือเกินว่าเปปเปอร์จะเป็นเหมือนกับผู้ชายในหนัง
เมื่อคิดได้ดังนั้น มายมิ้นท์ก็สูดลมหายใจเข้าแล้วทำหน้าเคร่งขรึมพูดว่า “เปปเปอร์คะ คุณอย่ามาทำอะไรวู่วามนะ ฉันไม่ตกลงแน่นอน”
เมื่อได้ยินดังนั้นเปปเปอร์ก็เข้าใจในทันทีว่าเธอคงเข้าใจอะไรผิดไป ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วหัวเราะเบาๆ “วางใจเถอะครับ ผมไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก ความสัมพันธ์ของพวกเราในตอนนี้ยังไม่ได้ไปถึงขั้นนั้น เพราะฉะนั้นผมจะไม่ทำเรื่องที่ทำให้คุณต้องรู้สึกหนักใจ ผมก็แค่อยากจะกอดคุณ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขามายมิ้นท์ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ยังดีที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำเช่นนั้น
เธอกลัวว่าเขาจะทำอะไรบุ่มบ่าม เพราะหากว่าเขาเอาจริงขึ้นมา เธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลย และไม่อาจจะต่อต้านเขาได้
โชคดีที่เขาไม่ใช่คนแบบนั้น งั้นให้เขากอดสักพักก็ได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น มายมิ้นท์ก็เอียงหน้าเล็กน้อยแล้วใช้หางตาของเธอมองไปชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลัง “กอดอย่างเดียวนะ แค่กอดแป๊ปเดียวจริงๆ นะคะ”
เปปเปอร์ก้มหน้าลง สัมผัสไปยังเส้นผมของเธอด้วยริมฝีปากของเขาแล้วตอบว่า “ครับ”
มายมิ้นท์หันหน้ากลับไปแล้วไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอมองไปยังภาพสะท้อนที่กระจกตรงหน้าต่างซึ่งสูงตั้งแต่เพดานจรดพื้น ภาพที่เขาโอบกอดเธอเอาไว้ดูเหมือนว่ามันจะเหมาะสมกันเหลือเกิน น่ามองจริงๆ
เมื่อตระหนักได้ถึงความคิดของตนเอง มายมิ้นท์ก็หน้าแดงเรื่อและอดไม่ได้ที่จะก้มหน้าลง เผยให้เห็นลำคออันขาวผ่อง
เปปเปอร์มองดูที่หลังคอของเธอแล้วรู้สึกว่าสายตาพร่ามัว แต่เขาก็ไม่อยากจะละสายตาไป อีกทั้งยังอยากจะกัดเข้าให้สักคำ ทิ้งรอยนั้นเอาไว้ให้เธอ
แต่เขารู้ดีว่าถ้าเขาทำเช่นนั้นเธอคงจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...