เมื่อคิดได้ดังนั้นมายมิ้นท์ก็สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วพยายามทำใจให้เข้มแข็ง กัดฟันไปมองดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองอีกครั้ง อดทนต่อการคลื่นไส้แล้วมองดูคนในภาพอย่างละเอียด
แม้ว่าบุคคลในภาพแทบจะมองไม่ออกแล้วว่าหน้าตาเป็นเช่นไร แต่ดูจากโครงร่างแล้วเธอก็พอจะจำได้ว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นใคร
โครงร่างนี้ยิ่งมองยิ่งดูคุ้นเคยเหมือนว่าเธอจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
เห็นที่ไหนกันนะ?
มายมิ้นท์กัดเล็บของเธอและทำท่าทางครุ่นคิด
ทันใดนั้นดวงตาอันงดงามคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นในความคิดของเธอ
สีหน้าของมายมิ้นท์ดูตกตะลึง ปากของเธอตะโกนชื่อหนึ่งออกมาโดยสัญชาตญาณว่า “องอาจ!”
“บิงโก!” อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ หลังจากที่ธิติได้ยินชื่อนี้แล้วใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันชั่วร้าย “ช่างน่าทึ่งจริงๆ ใช้เวลาแป๊ปเดียวพี่สาวก็จำเขาได้แล้ว”
หัวใจของมายมิ้นท์เต้นรัว เป็นองอาจจริงด้วย “คุณ คุณทำให้ใบหน้าเขาพังแบบนี้!”
“ไม่ๆๆ” ธิติยกนิ้วชี้ขึ้นโบกไปมา “ผมไม่ได้เพียงแค่ทำให้เขาเสียโฉม ผมได้หักแขนหักขาของเขาด้วย”
คำตอบของเขาดูน้ำเสียงบางเบาราวกับพูดเรื่องธรรมดาเรื่องหนึ่งเท่านั้น ทำให้มายมิ้นท์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเย็นชาไปทั้งตัว
เนื่องจากโดยทั่วไปใครก็ตามที่ทำเรื่องเหล่านี้แต่ยังทำท่าทีใจเย็นได้หมายความว่าคนคนนี้น่ากลัวเพียงใด
บุคลิกที่สองของราเม็งนี้เปรียบเสมือนกับปีศาจ ทำให้คนอื่นเสียโฉมยังไม่พออีกทั้งยังหักแขนหักขาของเขาด้วย
รูปภาพหลังจากนั้นเธอไม่กล้าเปิดมันออกดู คาดว่าคงจะเป็นภาพที่องอาจถูกหักแขนหักขา
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ภายในท้องของมายมิ้นท์ก็ดูปั่นป่วนขึ้นอีกครั้ง
เธอรีบปิดอีเมลแล้วฟุบไปที่โต๊ะอาเจียนอีกครั้งหนึ่ง
คราวนี้อาการอาเจียนของเธอดูย่ำแย่ขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าของเธอแดงเรื่อเนื่องจากรู้สึกอึดอัด แดงไปถึงลำคอ และดวงตาคู่นั้นก็แดงด้วย
ธิติได้ยินเสียงอาเจียนอันแหบแห้งของเธอ ก็รู้ได้ว่าเธอรู้สึกทรมานเพียงใด แต่เขาก็ไม่ได้เห็นใจแม้แต่น้อย ในทางกลับกันเขายิ้มขึ้นเสียด้วยซ้ำ
เขาจงใจจะส่งรูปภาพเหล่านี้ไปให้เธอ
ใครใช้ให้เธอปฏิบัติกับเขาแบบนั้นเล่า? เธอแบ่งแยกไอ้ราเม็งงี่เง่านั่นกับเขาอย่างชัดเจน ครั้งนี้นับว่าให้บทเรียนแก่เธอก็แล้วกัน
“พี่สาวไม่เป็นไรใช่ไหม?” ธิติมองออกไปยังหน้าต่างที่เห็นเมืองอันพลุกพล่านแล้วแสร้งทำทีเป็นห่วงเธอ
มายมิ้นท์หายใจหอบหืด “ปีศาจ แกทำเกินไปแล้วนะ!”
ธิติหรี่ตาลงเล็กน้อยเเฝงไปด้วยอันตราย “เหรอ? ผมทำเกินไปเหรอ ผมทำเกินไปตรงไหน ผมกำลังช่วยพี่สาวล้างแค้นอยู่นะ ทำไมถึงว่าผมแบบนี้ล่ะ”
อืม เธอเป็นผู้หญิงที่เลือกปฏิบัติจริงๆ
ถ้าหากว่าราเม็งทำแบบนี้ เกรงว่าเธอคงจะไม่ว่าเขาแบบนั้น
“คุณไม่ได้ทำเกินไปเหรอ?” มายมิ้นท์กัดริมฝีปากด้วยความโกรธ “คุณทำกับเขาถึงขนาดนั้น คุณคิดอะไรอยู่กันแน่!”
“เมื่อสักครู่ผมก็บอกไปแล้วนี่ว่าผมกำลังช่วยพี่สาวล้างแค้นอยู่” ธิติกะพริบตาอย่างไร้เดียงสา “พี่สาวลืมไปแล้วเหรอว่าสิ่งที่องอาจทำกับพี่สาวเอาไว้คืออะไรบ้าง? เขาผลักพี่ลงไปที่หน้าผาเชียวนะ”
“ต่อให้เขาผลักฉันลงไปจากหน้าผา แต่นี่มันก็เรื่องของฉัน เป็นความแค้นของฉัน ฉันแก้แค้นเองก็ได้ไม่จำเป็นต้องให้คุณเข้ามาแทรกแซง!” มายมิ้นท์กำโทรศัพท์ในมือแน่นแล้วตะโกนออกมาว่า “อีกอย่างถ้าคุณต้องการจะช่วยฉันแก้แค้นจริงๆล่ะก็ คุณแค่มอบเขาให้ทางตำรวจแล้วใช้กฎหมายมาจัดการเขาก็ได้ ทำไมถึงต้องลงโทษเขาเองแบบนี้”
เขารู้หรือเปล่าว่าเขาทำผิดกฎหมาย
แน่นอนว่าเธอไม่ได้สนใจเขาในเรื่องนี้ แต่ร่างกายของเขาเป็นของราเม็ง ถ้าเขาทำผิดกฎหมายนั่นก็หมายความว่าราเม็งทำผิดกฎหมายด้วย
เนื่องจากทางกฎหมายแล้ว บุคลิกภาพทั้งสองล้วนเป็นคนคนเดียวกัน
“ทำไมต้องส่งให้ทางตำรวจด้วยล่ะ?” มุมปากของธิติเผยอขึ้นด้วยความดูถูก “ถ้าอย่างนั้นก็เอื้อต่อไอ้ธิติเกินไปน่ะสิ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...