แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ เขาก็ดีใจมากแล้ว
อย่างน้อย เขาก็ไม่ได้ไร้ความรู้สึกจริง ๆ
“นางฟ้าเหรอ?” พอมายมิ้นท์เห็นการันต์เรียกตัวเองแบบนี้ ก็ชะโงกหัวออกมาจากด้านหลังเปปเปอร์อย่างรู้สึกแปลกใจ
ในตอนที่เธอกำลังอยากจะถามขึ้นว่า ทำไมเขาถึงใช้คำสรรพนามที่น่าอายแบบนี้มาเรียกเธอ อยู่ ๆ มือใหญ่ข้างหนึ่งก็มาปรากฏอยู่บนหัวเธอ แล้วก็กดหัวเธอกลับไป
“คุณยืนอยู่ข้างหลังไปดี ๆ อย่าขยับ อย่ามองไปเรื่อย มันแสบตา” เปปเปอร์หันหน้าไปมองหญิงสาวที่อยู่ข้างหลังแล้วพูดขึ้นมา
มุมปากของมายมิ้นท์กระตุกขึ้นมาเล็กน้อย อย่างขำขัน
นี่ตกลงมันแสบตา หรือว่าเขาไม่อยากให้การันต์มองเห็นเธอ ทั้งเธอและเขาต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจ
ก็แค่เพราะว่าคำพูดประโยคนั้นของเธอ ทำให้การันต์ตื่นเต้นขึ้นมาจนจ้องเธอไว้ไม่ยอมละสายตา เรื่องแค่นี้เขาก็ต้องหึงด้วย
การันต์ไม่มีทางตกหลุมรักเธอได้สักหน่อย ต้องขนาดนี้ด้วยเหรอ
ถึงแม้ว่าจะคิดแบบนี้ แต่มายมิ้นท์ก็ยังยืนอยู่ข้างหลังเปปเปอร์อย่างเชื่อฟังและไม่ยอมขยับเขยื้อน
ต้องให้เกียรติผู้ชายเวลาอยู่ข้างนอก เธอก็พอรู้อยู่บ้าง
ที่สำคัญยิ่งเป็นผู้ชายที่กำลังหึงอยู่ ก็ยิ่งต้องตามใจเขา ไม่งั้นอารมณ์หึงก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น และง้อยังไงก็ไม่หายอีก
พอเห็นมายมิ้นท์เชื่อฟังแบบนี้ เปปเปอร์ก็พยักหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วถึงได้หันหน้าไปอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็เก็บปฏิกิริยาบนใบหน้าไป แล้วก็มองไปที่การันต์อย่างเย็นชา “คำเรียกแปลก ๆ อะไร ต่อไปอย่าเรียกแบบนี้อีกนะ”
ถ้าจะเรียก ก็เขาเรียกได้คนเดียวเท่านั้น
มายมิ้นท์เป็นนางฟ้าของเขา ไม่ใช่ของคนอื่นซะหน่อย
การันต์เงยหน้าขึ้นมา แล้วพูดขึ้นอย่างเย็นชาเหมือนกันว่า “คุณยุ่งเรื่องผมเหรอ”
เปปเปอร์ทำเสียงหึไปคำหนึ่ง “แน่นอนว่าผมยุ่งได้อยู่แล้ว ขอแค่ผมให้มายมิ้นท์บอกไม่ให้คุณเรียกแบบนั้น คุณจะไม่เชื่อฟังเหรอ?”
เขารู้ว่าการันต์ดีกับมายมิ้นท์ ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เป็นเพราะบุญคุณที่มายมิ้นท์เคยช่วยชีวิตเขาไว้
ไม่งั้น เขาจะวางใจให้การันต์มาใกล้ชิดมายมิ้นท์ได้ขนาดนี้เหรอ?
แต่ว่า เขาวางใจ ก็ไม่ได้แปลว่าการันต์จะเรียกอะไรก็ได้
พอการันต์ได้ยินคำพูดของเปปเปอร์ ก็เม้มปากไปครู่หนึ่ง แล้วก็หมดคำพูดไปทันที
ตอนนี้เปปเปอร์กับมายมิ้นท์ใกล้จะเป็นแฟนกันแล้ว ถ้าเปปเปอร์ให้มายมิ้นท์ทำแบบนั้นจริง ๆ มายมิ้นท์ก็ไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน
และตัวเองก็ไม่อยากให้มายมิ้นท์ผิดหวังด้วย ดังนั้นสุดท้ายจึงได้แต่ต้องยอมเห็นด้วย
ซึ่งก็หมายความว่า สุดท้ายแล้วคนที่ชนะ ก็คือเปปเปอร์นั่นเอง
เป็นครั้งแรกที่การันต์รู้สึกถึงความอัดอั้น สายตาจดจ้องไปที่เปปเปอร์ ในนั้นเต็มไปด้วยประกายเย็นชา
แน่นอนว่าเปปเปอร์ไม่มีทางเกรงกลัวเขาอยู่แล้ว ในทางกลับกัน พอเห็นเขาเป็นแบบนี้ มุมปากก็คลี่ยิ้มขึ้นมา ในใจนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่าได้ใจมากแค่ไหน และดีใจมากแค่ไหน
เพราะว่าเขาชนะแล้ว
ต่อไปนี้การันต์จะไม่มีทางเรียกมายมิ้นท์ว่านางฟ้า ด้วยคำสรรพนามที่แปลก ๆ นี่อีกแล้ว
“มายมิ้นท์ พวกเราควรจะไปได้แล้ว” เปปเปอร์หมุนตัวมา จูงมือของมายมิ้นท์ไว้
พอมายมิ้นท์เห็นว่าในดวงตาของเขายังมีความซะใจแฝงอยู่ ก็ยิ้มแล้วส่ายหน้าขึ้นเล็กน้อย “คุณนี่ปัญญาอ่อนหรือเปล่าเนี่ย”
เปปเปอร์ทำเสียงหึอย่างสงสัยไปคำหนึ่ง “ปัญญาอ่อนเรื่องอะไร?”
“ไม่มีอะไร ไปกันเถอะค่ะ” มายมิ้นท์ยิ้มแล้วก็ส่ายหน้าขึ้นมา
เธอไม่พูดดีกว่า ว่าการกระทำในเมื่อกี้ของเขาที่เพื่อไม่ต้องการให้การันต์เรียกเธอว่านางฟ้าอีก เขาถึงกลับต้องใช้วิธีคาบข่าวมาฟ้อง ต้องให้เธอมาออกหน้านั้นมันช่างปัญญาอ่อนจริง ๆ
ถ้าเกิดว่าพูดออกไปแบบนี้ ต่อไปก็คงจะไม่ได้เห็นท่าทีแบบนี้อีกแน่
ในเมื่อ ท่าทีแบบนี้ของเขานั้น มันช่างน่ารักมากจริง ๆ
คิดไปแล้ว มายมิ้นท์ก็มองไปที่การันต์ “คุณหมอการันต์ งั้นพวกเราไปก่อนนะคะ ลาก่อนค่ะ”
“ลาก่อนครับ” การันต์พยักหน้าให้เล็กน้อย
แล้วมายมิ้นท์กับเปปเปอร์ ก็หมุนตัวเดินไปทางลิฟต์
ในตอนที่เดินออกมาจากตึกผู้ป่วยนอกนี้ อยู่ ๆ มายมิ้นท์ก็มองเห็นภาพดารามายที่ใส่ชุดผู้ป่วยอยู่ กำลังนั่งอยู่ในศาลาในสวนดอกไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก และกำลังถือโทรศัพท์อยู่ แล้วฝีเท้าก็หยุดนิ่งไปอัตโนมัติครู่หนึ่ง
เปปเปอร์มองตามสายตาของเธอไป ก็มองเห็นดารามายแล้วเหมือนกัน ดวงตาก็หรี่ลงเล็กน้อย “จะไปดูหน่อยไหม?”
มายมิ้นท์เงียบขรึมไปไม่กี่วินาที จากนั้นก็ส่ายหน้าขึ้น “ไม่ดีกว่าค่ะ ถ้าอยากจะรู้สถานการณ์ของเธอ ก็ไปถามคุณหมอการันต์ดีกว่า ไม่จำเป็นต้องไปดูเองหรอกค่ะ ไม่งั้นอีกเดี๋ยวก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเกิดการปะทะกันอีก ที่นี่คือโรงพยาบาล กระทบกระเทือนไปมันจะไม่ดี”
เปปเปอร์ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย “เอาตามที่คุณว่าเลย”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...