รักหวานอมเปรี้ยว นิยาย บท 653

แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ เขาก็ดีใจมากแล้ว

อย่างน้อย เขาก็ไม่ได้ไร้ความรู้สึกจริง ๆ

“นางฟ้าเหรอ?” พอมายมิ้นท์เห็นการันต์เรียกตัวเองแบบนี้ ก็ชะโงกหัวออกมาจากด้านหลังเปปเปอร์อย่างรู้สึกแปลกใจ

ในตอนที่เธอกำลังอยากจะถามขึ้นว่า ทำไมเขาถึงใช้คำสรรพนามที่น่าอายแบบนี้มาเรียกเธอ อยู่ ๆ มือใหญ่ข้างหนึ่งก็มาปรากฏอยู่บนหัวเธอ แล้วก็กดหัวเธอกลับไป

“คุณยืนอยู่ข้างหลังไปดี ๆ อย่าขยับ อย่ามองไปเรื่อย มันแสบตา” เปปเปอร์หันหน้าไปมองหญิงสาวที่อยู่ข้างหลังแล้วพูดขึ้นมา

มุมปากของมายมิ้นท์กระตุกขึ้นมาเล็กน้อย อย่างขำขัน

นี่ตกลงมันแสบตา หรือว่าเขาไม่อยากให้การันต์มองเห็นเธอ ทั้งเธอและเขาต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจ

ก็แค่เพราะว่าคำพูดประโยคนั้นของเธอ ทำให้การันต์ตื่นเต้นขึ้นมาจนจ้องเธอไว้ไม่ยอมละสายตา เรื่องแค่นี้เขาก็ต้องหึงด้วย

การันต์ไม่มีทางตกหลุมรักเธอได้สักหน่อย ต้องขนาดนี้ด้วยเหรอ

ถึงแม้ว่าจะคิดแบบนี้ แต่มายมิ้นท์ก็ยังยืนอยู่ข้างหลังเปปเปอร์อย่างเชื่อฟังและไม่ยอมขยับเขยื้อน

ต้องให้เกียรติผู้ชายเวลาอยู่ข้างนอก เธอก็พอรู้อยู่บ้าง

ที่สำคัญยิ่งเป็นผู้ชายที่กำลังหึงอยู่ ก็ยิ่งต้องตามใจเขา ไม่งั้นอารมณ์หึงก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น และง้อยังไงก็ไม่หายอีก

พอเห็นมายมิ้นท์เชื่อฟังแบบนี้ เปปเปอร์ก็พยักหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วถึงได้หันหน้าไปอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็เก็บปฏิกิริยาบนใบหน้าไป แล้วก็มองไปที่การันต์อย่างเย็นชา “คำเรียกแปลก ๆ อะไร ต่อไปอย่าเรียกแบบนี้อีกนะ”

ถ้าจะเรียก ก็เขาเรียกได้คนเดียวเท่านั้น

มายมิ้นท์เป็นนางฟ้าของเขา ไม่ใช่ของคนอื่นซะหน่อย

การันต์เงยหน้าขึ้นมา แล้วพูดขึ้นอย่างเย็นชาเหมือนกันว่า “คุณยุ่งเรื่องผมเหรอ”

เปปเปอร์ทำเสียงหึไปคำหนึ่ง “แน่นอนว่าผมยุ่งได้อยู่แล้ว ขอแค่ผมให้มายมิ้นท์บอกไม่ให้คุณเรียกแบบนั้น คุณจะไม่เชื่อฟังเหรอ?”

เขารู้ว่าการันต์ดีกับมายมิ้นท์ ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เป็นเพราะบุญคุณที่มายมิ้นท์เคยช่วยชีวิตเขาไว้

ไม่งั้น เขาจะวางใจให้การันต์มาใกล้ชิดมายมิ้นท์ได้ขนาดนี้เหรอ?

แต่ว่า เขาวางใจ ก็ไม่ได้แปลว่าการันต์จะเรียกอะไรก็ได้

พอการันต์ได้ยินคำพูดของเปปเปอร์ ก็เม้มปากไปครู่หนึ่ง แล้วก็หมดคำพูดไปทันที

ตอนนี้เปปเปอร์กับมายมิ้นท์ใกล้จะเป็นแฟนกันแล้ว ถ้าเปปเปอร์ให้มายมิ้นท์ทำแบบนั้นจริง ๆ มายมิ้นท์ก็ไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน

และตัวเองก็ไม่อยากให้มายมิ้นท์ผิดหวังด้วย ดังนั้นสุดท้ายจึงได้แต่ต้องยอมเห็นด้วย

ซึ่งก็หมายความว่า สุดท้ายแล้วคนที่ชนะ ก็คือเปปเปอร์นั่นเอง

เป็นครั้งแรกที่การันต์รู้สึกถึงความอัดอั้น สายตาจดจ้องไปที่เปปเปอร์ ในนั้นเต็มไปด้วยประกายเย็นชา

แน่นอนว่าเปปเปอร์ไม่มีทางเกรงกลัวเขาอยู่แล้ว ในทางกลับกัน พอเห็นเขาเป็นแบบนี้ มุมปากก็คลี่ยิ้มขึ้นมา ในใจนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่าได้ใจมากแค่ไหน และดีใจมากแค่ไหน

เพราะว่าเขาชนะแล้ว

ต่อไปนี้การันต์จะไม่มีทางเรียกมายมิ้นท์ว่านางฟ้า ด้วยคำสรรพนามที่แปลก ๆ นี่อีกแล้ว

“มายมิ้นท์ พวกเราควรจะไปได้แล้ว” เปปเปอร์หมุนตัวมา จูงมือของมายมิ้นท์ไว้

พอมายมิ้นท์เห็นว่าในดวงตาของเขายังมีความซะใจแฝงอยู่ ก็ยิ้มแล้วส่ายหน้าขึ้นเล็กน้อย “คุณนี่ปัญญาอ่อนหรือเปล่าเนี่ย”

เปปเปอร์ทำเสียงหึอย่างสงสัยไปคำหนึ่ง “ปัญญาอ่อนเรื่องอะไร?”

“ไม่มีอะไร ไปกันเถอะค่ะ” มายมิ้นท์ยิ้มแล้วก็ส่ายหน้าขึ้นมา

เธอไม่พูดดีกว่า ว่าการกระทำในเมื่อกี้ของเขาที่เพื่อไม่ต้องการให้การันต์เรียกเธอว่านางฟ้าอีก เขาถึงกลับต้องใช้วิธีคาบข่าวมาฟ้อง ต้องให้เธอมาออกหน้านั้นมันช่างปัญญาอ่อนจริง ๆ

ถ้าเกิดว่าพูดออกไปแบบนี้ ต่อไปก็คงจะไม่ได้เห็นท่าทีแบบนี้อีกแน่

ในเมื่อ ท่าทีแบบนี้ของเขานั้น มันช่างน่ารักมากจริง ๆ

คิดไปแล้ว มายมิ้นท์ก็มองไปที่การันต์ “คุณหมอการันต์ งั้นพวกเราไปก่อนนะคะ ลาก่อนค่ะ”

“ลาก่อนครับ” การันต์พยักหน้าให้เล็กน้อย

แล้วมายมิ้นท์กับเปปเปอร์ ก็หมุนตัวเดินไปทางลิฟต์

ในตอนที่เดินออกมาจากตึกผู้ป่วยนอกนี้ อยู่ ๆ มายมิ้นท์ก็มองเห็นภาพดารามายที่ใส่ชุดผู้ป่วยอยู่ กำลังนั่งอยู่ในศาลาในสวนดอกไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก และกำลังถือโทรศัพท์อยู่ แล้วฝีเท้าก็หยุดนิ่งไปอัตโนมัติครู่หนึ่ง

เปปเปอร์มองตามสายตาของเธอไป ก็มองเห็นดารามายแล้วเหมือนกัน ดวงตาก็หรี่ลงเล็กน้อย “จะไปดูหน่อยไหม?”

มายมิ้นท์เงียบขรึมไปไม่กี่วินาที จากนั้นก็ส่ายหน้าขึ้น “ไม่ดีกว่าค่ะ ถ้าอยากจะรู้สถานการณ์ของเธอ ก็ไปถามคุณหมอการันต์ดีกว่า ไม่จำเป็นต้องไปดูเองหรอกค่ะ ไม่งั้นอีกเดี๋ยวก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเกิดการปะทะกันอีก ที่นี่คือโรงพยาบาล กระทบกระเทือนไปมันจะไม่ดี”

เปปเปอร์ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย “เอาตามที่คุณว่าเลย”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว