หน้าผากของเลขาซินดี้โดนจิ้มจนเอนไปข้างหลังเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มขมขื่นขึ้นมาทีหนึ่ง “ใช่ค่ะ โง่นิดหน่อย แต่ว่าผู้หญิงที่มีความรัก ก็เป็นอย่างนี้กันหมดไม่ใช่เหรอคะ? ที่ผ่านมาท่านประธานก็เคยเป็นแบบนี้เหมือนกันนี่ค่ะ”
คำพูดนี้ พูดจนมายมิ้นท์ไปต่อไปเป็นเลย
ใช่ซิ ผู้หญิงที่ตกสู่ห้วงแห่งความรัก ก็โง่กันทั้งนั้น ที่ผ่านมาเธอก็เป็นเหมือนกัน
พอตอนนี้มาคิดดูแล้ว เธอก็รู้สึกว่าตัวเองในอดีตนั้นช่างโง่จริง ๆ แต่เธอก็ไม่ได้เกลียดตัวเองในอดีต
เพราะว่าตัวเองในอดีตนั้น เป็นคนที่สะอาดบริสุทธิ์ ไม่ได้ผ่านการขัดเกลาเหมือนอย่างในตอนนี้มา ดึงดันอยู่แค่เรื่องเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือรักเปปเปอร์ และรอการตอบรับจากเปปเปอร์เท่านั้น
เพราะฉะนั้นมีบางครั้ง เธอก็คิดถึงตัวเองในอดีตมากเหมือนกัน ซึ่งก็เป็นเพราะว่า เธอในตอนนี้ ไม่มีทางที่จะไปดึงดันรักอยู่แต่คนคนเดียวได้อีกแล้ว
เธอในตอนนี้นั้นตื่นตัวมาก
สามารถมีความรักได้ แต่ไม่อาจจะสูญเสียความเป็นตัวเอง หรือสูญเสียศักดิ์ศรีไป จนทำให้ตัวเองกลายเป็นตุ๊กตาไม้ที่ไม่มีความคิดอย่างอื่นไปได้
ความรักที่แท้จริง ควรจะเป็นความรักที่เท่าเทียมกัน รักกันก็อยู่ด้วยกัน เสียสละเพื่อซึ่งกันและกัน ประคับประคองซึ่งกันไป แต่ถ้าไม่รักกันแล้วก็แยกย้ายกันไป ไม่โกรธเกลียดกัน ไม่ติดค้างกัน
และในจุดนี้ เธอก็ได้บอกกับเปปเปอร์ไปอย่างชัดเจนมากแล้ว
ตอนนี้เธอรักเขา และเขาก็รักเธอ ดังนั้นพวกเขาก็เลยอยู่ด้วยกัน
แต่ในอนาคต ไม่ว่าใครจะเลิกรักใครก่อน ก็จะต้องบอกให้อีกฝ่ายรู้ แล้วก็จากกันไปด้วยดี จะไม่มีการบีบบังคับกัน ไม่ทรมานกันเด็ดขาด
คิดไปแล้ว มายมิ้นท์ก็ตบไหล่เลขาซินดี้ไปเบา ๆ “คุณพูดถูก ตัวฉันในอดีตก็โง่เหมือนกับคุณ แต่ว่าตัวฉันในปัจจุบัน ไม่มีทางเป็นอีกแน่นอน และแน่นอนว่าตอนนี้ฉันไม่มีทางที่จะเกลี้ยกล่อมให้คุณเปลี่ยนแนวความคิดที่มีความรักในตอนนี้ได้ เพราะว่าในแต่ละช่วง ต่างก็มีความคิดของแต่ละช่วงไป ถ้าหากว่าฉันพยายามบีบบังคับให้คุณเปลี่ยน ไม่แน่ในทางกลับกันอาจจะเป็นการช่วยให้แย่ลงก็ได้ บางทีจนกว่าคุณได้ผ่านความเจ็บปวดมากมายจากความรักแล้ว ถึงจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างฉันก็”
“เป็นแบบนั้นเหรอคะ?” ในดวงตาของเลขาซินดี้แฝงความสับสนไว้เสี้ยวหนึ่ง
มายมิ้นท์รู้ว่าเธอไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของตัวเอง แล้วก็ยิ้มขึ้นจาง ๆ “เอาล่ะ อย่าคิดมากเลย วางใจเถอะ ฉันไม่ไปถามเต้หรอก เพียงแต่ผ้าพันคอที่โดนทิ้งไปแล้วของคุณ คุณ……”
“ฉันได้ติดต่อกับเพื่อนที่เคยทำงานด้วยกันแล้วค่ะ เดี๋ยวจะให้พวกเขาช่วยเก็บกลับมาให้ฉันค่ะ” เลขาซินดี้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “คิดว่าพรุ่งนี้ก็คงจะส่งคืนมาแล้วค่ะ”
“แบบนั้นเหรอ” มายมิ้นท์พยักหน้าขึ้นเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าเข้าใจแล้ว
จากนั้น เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้อีก แล้วถามขึ้นว่า “อ๋อ ใช่แล้ว ฉันอยากรู้ว่า ทำไมเต้จะต้องเกลียดคุณด้วยล่ะ? เป็นเพราะว่าคุณชอบเขาเหรอ? ถ้าเป็นเพราะเหตุผลนี้ มันก็เหลือเชื่อไปหน่อยนะ ฉันกับเต้เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็กจนโต และค่อนข้างที่จะเข้าใจเขา เขาไม่มีทางรังเกียจเด็กผู้หญิงที่มาชอบเขาแน่”
ในเมื่อหน้าตาเต้ก็ไม่เลว ชาติตระกูลก็ดี และก็ไม่ได้เป็นพวกที่นิสัยย่ำแย่มากด้วย
ดังนั้นตั้งแต่เล็กจนโต จึงมีเด็กผู้หญิงมาชอบเขาอยู่ไม่น้อย คนที่มาสารภาพรักกับเขาก็มีมากมาย แต่เต้ก็ได้ปฏิเสธอีกฝ่ายไปอย่างดี ของขวัญที่เด็กผู้หญิงพวกนั้นส่งมาให้ ก็คืนกลับไปให้เป็นอย่างดี จนไม่เคยมีเด็กผู้หญิงคนไหนที่โดนปฏิเสธแล้วจะรู้สึกทุกข์ใจ หรือว่าอับอายเลย
ดังนั้น อยู่ในปากของพวกเด็กสาวนั้น เต้เป็นคนที่ดีมากเลยนะ
ด้วยเหตุนี้ พอได้ยินว่าเต้เกลียดเลขาซินดี้ เธอถึงได้รู้สึกหงุดหงิดขนาดนี้ และคิดไม่ตกเลย
พูดตามหลักแล้ว เลขาซินดี้เป็นเลขาของเต้มานานหลายปี และทั้งสองคนก็เป็นเพื่อนกันด้วย พอเลขาซินดี้สารภาพรักกับเต้ เต้ก็ยิ่งต้องไม่มีทางที่จะรังเกียจเธอซิถึงจะถูก
แต่ว่าความจริงในตอนนี้ก็คือ ท่าทีที่เต้ปฏิบัติต่อเลขาซินดี้นั้น ช่างน่าแปลกจริง ๆ
พอได้ยินคำถามของมายมิ้นท์ สีหน้าของเลขาซินดี้ก็ลนลานไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบก้มหน้าลงทันที และบดบังความลนลานบนใบหน้าไปเลย “น่า…….น่าจะเป็นเพราะว่า ฉันไม่คู่ควรมั้ง…….”
ตั้งแต่ที่เกิดความสัมพันธ์กับประธานลาเต้ขึ้นมาแล้ว ท่าทีที่ประธานลาเต้มีต่อเธอ ก็ดิ่งลงไปทันที
ประธานลาเต้รู้สึกว่า เป็นเพราะว่าเธอฉวยโอกาสปีนขึ้นเตียงเขา ดังนั้นเขาก็เลยรังเกียจเธอ และเกลียดเธอ
ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกน้อยอกน้อยใจ และอยากจะบอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่ตอนนั้นเธอก็แอบซ่อนความเห็นแก่ตัวไว้เสี้ยวหนึ่ง และไม่ได้ผลักเขาออก รวมทั้งได้มีความสัมพันธ์จนเสร็จเรียบร้อยกับเขา
ที่จริง พอตอนนี้มาคิดดูแล้ว เธอก็รู้สึกเสียใจนะ
ถ้าเกิดว่าตอนนั้น เธอผลักเขาออก แล้วหยุดยั้งการกระทำของเขาไว้ ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่ยอมรับเธอ แต่อย่างน้อยก็คงไม่มีทางรังเกียจเธอหรอก
พอคิดได้แบบนี้ เลขาซินดี้ก็เอามือปิดหน้าไว้ และน้ำเสียงก็ปนสะอื้นขึ้นมา “เป็นความผิดของฉันเอง ฉันรนหาที่เอง……”
พอเห็นเลขาซินดี้เป็นแบบนี้ ดวงตาของมายมิ้นท์ก็หรี่ลงเล็กน้อย “ระหว่างคุณกับเต้ เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะ?”
เลขาซินดี้สูดจมูกครู่หนึ่งแล้วก็ส่ายหน้าขึ้นมา “ท่านประธาน คุณอย่าถามอีกเลยนะคะ? ฉันบอกไม่ได้......”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...