พวกเขากลัวว่าถ้าเดินช้าไป ก็อาจจะโดนประธานเปปเปอร์เรียกตัวไว้เหมือนกัน
พอถึงตอนนั้น ก็ซวยแน่!
ไม่นาน ที่ระเบียงทางเดิน ก็เหลือแต่เปปเปอร์กับเลขาผู้ชายคนนี้แล้ว
เลขาผู้ชายไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมามองเปปเปอร์ จึงได้แต่ก้มหน้าลงต่ำเอาไว้ ร่างกายก็ค่อย ๆ สั่นเทาขึ้นมา เห็นได้ชัดว่ากลัวเปปเปอร์มาก
เปปเปอร์กลับหรี่ตาจ้องมองเขา แล้วถามเสียงเรียบขึ้นว่า “เมื่อกี้นายบอกว่า เมียนายมอบของขวัญให้นายเหรอ?”
พอได้ยินคำถามของเปปเปอร์ เลขาชายก็อึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมา แล้วถามกลับอย่างแปลกใจขึ้นว่า “ประธานเปปเปอร์ ที่คุณเรียกตัวผมไว้ เพราะจะถามผมเรื่องนี้เหรอครับ?”
เปปเปอร์ตอบอืมไปคำหนึ่ง
แล้วเลขาขายถึงได้โล่งใจไปได้เปลาะหนึ่ง ความตื่นเต้นและความกังวลในใจ ก็หายวับไปหมดทันที
ร่างกายที่สั่นเทาอยู่ในตอนแรก ตอนนี้ก็กลับมาเป็นปกติแล้ว
เขาถอนหายใจเอาลมพิษออกมาเบา ๆ คำหนึ่ง แล้วถึงได้ตอบกลับไปอย่างสงบเยือกเย็นว่า “ใช่ครับประธานเปปเปอร์ ช่วงนี้เมียผมเพิ่งจะเรียนรู้ทักษะการถักผ้าพันคอมาใหม่ ก็เลยถักผ้าพันคอมาให้ผมผืนหนึ่งครับ”
พูดแล้ว เลขาหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นไปลูบผ้าพันคอสีชมพูที่ใส่อยู่บนคอเล็กน้อย รอยยิ้มโง่ ๆ บนใบหน้านั้น จะให้ยิ้มกว้างแค่ไหนก็กว้างได้เท่านั้นเลย
จากนั้น เขาก็จับผ้าพันคอไว้แล้วก็ถามเปปเปอร์ขึ้นว่า “ประธานเปปเปอร์ครับ คุณว่าสวยไหมครับ?”
เปปเปอร์ไม่ได้พูดอะไร จ้องมองผ้าพันคอแล้วก็รู้สึกว่าแสบตาเล็กน้อย
คนคนนี้ คงจะไม่ได้กำลังโอ้อวดกับเขาอยู่หรอกนะ?
เหอะ มีอะไรน่าโอ้อวดกัน
ก็แค่ผ้าพันคอที่คนรับมอบให้ก็เท่านั้น ยังจะมายิ้มกว้างขนาดนี้อีก?
เขาก็สามารถให้คนรักของตัวเอง ถักผ้าพันคอให้ตัวเองสักผืนได้เหมือนกัน?
เปปเปอร์เม้มเรียวปากขึ้นมาเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวก็เย็นลงไปอีก “ก็พอใช้ได้ นายกลับไปทำงานเถอะ”
“ครับ” เลขาหนุ่มวางผ้าพันคอลงแล้วก็พยักหน้าเล็กน้อย แล้วหมุนตัวกลับห้องทำงานไป
เปปเปอร์ก้าวเท้าเดินไปทางห้องทำงานของตัวเอง เดินไปด้วย แล้วก็เริ่มส่งข้อความให้มายมิ้นท์ไปด้วย : ผมมีของที่อยากได้แล้ว
มายมิ้นท์กำลังจัดการเอกสารอยู่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา แล้วก็ยื่นมือไปหยิบขึ้นมาดู
พอเห็นเนื้อหาที่เปปเปอร์ส่งมา คิ้วเรียวที่งดงามก็เลิกขึ้นมาครู่หนึ่ง จากนั้นก็กดโทรศัพท์ออกไปเลย
พอเปปเปอร์เห็นสายโทรเข้าของเธอ นิ้วโป้งก็รูดหน้าจอรับสาย แล้วเอาโทรศัพท์แนบไว้ข้างหู
“คุณบอกว่าคุณมีของที่อยากได้แล้ว อยากได้อะไรเหรอคะ?” น้ำเสียงที่ไพเราะมีเสน่ห์ของมายมิ้นท์ดังลอยมา
เปปเปอร์ดึงเก้าอี้ของตัวเองออกมาแล้วนั่งลง ในหัวสมองมีแต่ผ้าพันคอที่อยู่บนคอเลขาหนุ่มคนเมื่อกี้ รวมทั้งรอยยิ้มที่โอ้อวดของเลขาหนุ่ม แล้วก็เปิดปากพูดขึ้นว่า “ผมอยากได้ผ้าพันคอที่คุณถักเองกับมือ”
ถ้าเขาได้ใส่ผ้าพันคอที่เธอถักแล้ว เขาก็จะได้โอ้อวดกลับไปเหมือนกัน
“ห๋า?” อีกฝั่งของโทรศัพท์ พอได้ยินคำพูดของเปปเปอร์ มายมิ้นท์ก็นิ่งอึ้งไปทั้งตัวเลย
ผ้าพันคอเหรอ?
แถมยังจะเอาที่เธอถักเองกับมืออีก?
เห็นได้ชัดเลยว่ามายมิ้นท์นั้นคิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งที่เปปเปอร์อยากได้ จะเป็นแบบนี้ไปได้ ที่ช่างไม่เหมือนคนอื่นเลย
เธอยังนึกว่า ถึงเขาจะนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าอยากได้อะไร แต่สุดท้ายก็จะให้เธอซื้อของประดับตกแต่งอะไรสักอย่าง หรือพวกมีดโกนนวด เข็มขัดอะไรพวกนั้นซะอีก
แต่ปรากฏว่า คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นผ้าพันคอไปได้
พอเห็นว่ามายมิ้นท์ไม่ตอบตกลง แต่กลับเกิดความยากลำบากใจขึ้นมา เปปเปอร์ก็ค่อย ๆ หรี่ตาลง “ไม่ได้เหรอ?”
มายมิ้นท์ส่ายหน้าขึ้นมา “ไม่ ไม่ใช่ค่ะ คือว่า ฉันแค่รู้สึกแปลกใจมาก ทำไมคุณถึงนึกถึงผ้าพันคอขึ้นมาได้ แถมยังจะเอาที่ฉันถักเองกับมืออีก?”
พูดถามหลักแล้ว ของขวัญส่วนใหญ่ที่ผู้ชายทั่วไปต้องการ ไม่ค่อยมีการเสนอออกมาว่าให้แฟนตัวเองถักผ้าพันคอให้ซะเท่าไหร่
แล้วคนอย่างเปปเปอร์ที่มีของกินของใช้เป็นสิ่งของหรูหรามีราคามาตลอด ก็ยิ่งไม่มีทางนึกถึงแน่นอน
ดังนั้นที่อยู่ ๆ เขาก็เอ่ยถึงสิ่งนี้ จะต้องมีเหตุผลพิเศษอะไรอย่างอื่นแน่นอน
ว่าแล้ว เปปเปอร์ก็เปิดปากตอบขึ้นมาว่า “มีคนมาโอ้อวดกับผม”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...