มายมิ้นท์ก็ไม่ได้สงสัยในคำพูดของการันต์
เธอฟังออกว่า การันต์โกรธเป็นอย่างมาก
แต่เป็นเพราะเธอ เขาถึงได้พยายามที่จะกดทับความโกรธนั้นไว้ ไม่เช่นนั้นสิ่งที่เธอจะได้ยินตอนนี้คงไม่ใช่ คำพูดที่ว่าดารามายกำลังสร้างความวุ่นวายอยู่ที่โรงพยาบาล แต่คงเป็นการบอกให้เธอไปเก็บศพของดารามายแทน
เมื่อคลึงที่หว่างคิ้ว มายมิ้นท์ก็พูดขึ้นอย่างขอโทษว่า:“ขอโทษด้วยนะคะคุณหมอการันต์ ที่นำความยุ่งยากมาให้คุณ คุณวางใจเถอะ ของที่อยู่ในโรงพยาบาล เดี๋ยวฉันจะชดใช้ให้กับคุณเองค่ะ”
เธอคงทำได้เพียงหักจากส่วนของเงินปันผลหุ้นของดารามายเท่านั้น
และไม่สนใจด้วยว่าดารามายจะเห็นด้วยหรือไม่
ในเมื่อดารามายกล้าทำลายสิ่งของ ของคนอื่น หล่อนก็ต้องชดใช้
“แล้วคนล่ะครับ?”การันต์นั่งพิงเก้าอี้พลางถามขึ้น“จะให้คนออกจากโรงพยาบาลได้หรือไม่ครับ?เพราะถ้าไม่หากอนุญาตผมจะได้สั่งให้คนให้ยากล่อมประสาทเธอ แล้วหาห้องแยกพิเศษแล้วล็อกไว้”
“ไม่ต้องค่ะ”มายมิ้นท์ส่ายศีรษะ“ให้หล่อนออกจากโรงพยาบาลเถอะ เพราะถ้าหากยังอยู่ที่โรงพยาบาลต่อแล้วหล่อนเดาอะไรขึ้นมาได้จะยุ่งยากเปล่าๆ”
“แม้ว่าหล่อนจะเดาได้ก็ไม่เห็นจะเป็นไร เพราะชิปที่แผลที่หน้าผากของเธอถูกเปิดใช้งานแล้ว ไม่ว่าหล่อนจะหนีไปทางไหน ก็หนีไม่พ้นอย่างแน่นอน?”การันต์ขยับแว่นพลางพูดขึ้นว่า:“อย่างมากก็แค่จับตัวไว้ แล้วบังคับให้หล่อนมีลูกก็แค่นั้น?”
แม้ว่าจะเป็นเรื่องผิดกฎหมายอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อออกมาจากปากของเขาก็ราวกับดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่า สำหรับเขาแล้ว ไม่มีการเคารพกฎหมายเลย
มายมิ้นท์คุ้นชินเสียแล้ว เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไร
เพราะมันก็ไม่ได้ดูร้ายแรงเท่าการจะฆ่าใครให้ตาย
“ไม่ได้ ฉันไม่ได้เลือกยีนของพ่อให้กับเด็กเลย ดังนั้นต้องรอก่อน”มายมิ้นท์ส่ายศีรษะพลางปฏิเสธความเห็นของการันต์“ให้หล่อนออกมาจากโรงพยาบาลชั่วคราวก่อนก็แล้วกัน วางใจเถอะ หล่อนไม่หนีไปไหนหรอก เพราะถึงยังไงหุ้นที่อยู่ในมือของฉัน หล่อนยังแย่งไปได้ไม่หมด แล้วหล่อนจะยอมหนีไปได้ยังไง?แต่แม้ว่าหล่อนจะหนีไป คุณก็บอกเองว่าชิปที่ฝังอยู่ในร่างกายของหล่อนถูกเปิดใช้งานแล้วไม่ใช่เหรอ พวกเราจะจับตัวหล่อนมาอีกตอนไหนก็ได้ ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นหรอก”
คราวที่แล้ว เธอบังคับให้ ดารามายไปคำนับต่อหน้าหลุมศพพ่อ หลังจากที่คำนับจนหน้าผากแตกแล้ว เปปเปอร์ก็ให้คนเอาชิประบุตำแหน่งขนาดเล็กมาให้การันต์ และให้เขาฝังไว้ที่ผิวหนังของดารามาย ตอนที่ทำแผลให้กับหล่อน เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จะสามารถติดตาม
ดารามายได้ตลอด
ไม่ว่าดารามายจะหนีไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว พวกเขาก็สามารถตามหล่อนกลับมาจนได้
ดังนั้น เธอจึงไม่เป็นกังวลว่าดารามายจะหนีไป แต่กลับวางใจกับการที่ดารามายอยู่ข้างนอก
“ได้ครับ ในเมื่อคุณพูดเช่นนี้แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ทำตามที่คุณว่าก็แล้วกันครับ”การันต์ขยับแว่นตาเล็กน้อย “เดี๋ยวอีกสักพัก ผมจะให้คนไล่หล่อนออกจากโรงพยาบาล”
“รบกวนคุณด้วยนะครับ”มายมิ้นท์ยิ้มพลางตอบกลับ
จู่ๆการันต์ก็หรี่ตาอย่างกะทันหัน“ใช่แล้ว มีอยู่เรื่องหนึ่งที่คุณต้องระวัง”
“เรื่องอะไรเหรอคะ?”เมื่อมายมิ้นท์ได้ยินคำพูดนี้ จู่ๆน้ำเสียงก็เปลี่ยนไปจริงจังขึ้นมาทันที สีหน้าก็จริงจังตามขึ้นมาด้วย
การันต์เอ่ยปากขึ้นว่า“เมื่อวานตอนดึกดารามายหยิบชุดพยาบาลจากเคาน์เตอร์พยาบาล จากนั้นก็แอบเข้าไปในห้องเก็บข้อมูลของโรงพยาบาล แอบดูข้อมูลการรักษาพยาบาลทั้งหมดของคุณในโรงพยาบาลของผม”
“หล่อนได้ข้อมูลอะไรไปบ้างคะ?”คิ้วของมายมิ้นท์ก็ขมวดแน่นขึ้นในทันที
การันต์หมุนมีดผ่าตัดพลางตอบกลับว่า “เรื่องเรื่องนี้ผมก็เพิ่งได้ยินพวกพยาบาลคุยกันเมื่อเช้านี้เลยทราบเรื่อง หลังจากที่ดารามายดูข้อมูลของคุณเสร็จก็เดินออกมาจากห้องเก็บข้อมูล และถูกคนดูแลจับตัวได้ หลังจากที่ผมทราบเรื่อง ก็เลยไปถามหล่อน ว่าทำไมต้องแอบดูข้อมูลของคุณ คำตอบของหล่อนก็คือ หล่อนรู้ว่าก่อนหน้าคุณมารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหลายครั้ง ในฐานะที่เธอเป็นน้องสาวก็เลยเป็นห่วงคุณ ดังนั้นจึงไปหาข้อมูลของคุณ”
“คำแก้ตัวชัดๆ”มายมิ้นท์ยิ้มอย่างเย็นชา
ดารามายเป็นห่วงเธอ?
คำพูดนี้ใครจะเชื่อ?
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...