เมื่อได้ยินประโยคนี้เข้า เปปเปอร์ก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที ก่อนจะยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของตน
เขารู้ดีว่าเขาอายุมากกว่ามายมิ้นท์หลายปี
แต่ว่าก็ไม่คงถึงขนาดวัวแก่กินหญ้าอ่อนหรอก!
มายมิ้นท์จะคิดว่าการที่เขาแก่กว่าเธอหลายปีเป็นการกินหญ้าอ่อนหรือเปล่า?
เมื่อเห็นใบหน้าอันเต็มไปด้วยความสงสัยของหลานชายคนโตที่จู่ๆ ทำสีหน้าไม่มั่นใจขึ้นมา ท่านย่าก็รู้สึกขบขันแล้วพูดขึ้นว่า “เปปเปอร์ ทำไมหลานถึงตลกแบบนี้นะ?”
เปปเปอร์ทำสีหน้าเคร่งขรึม “ท่านย่าครับ เมื่อสักครู่ล้อผมเล่นหรือ?”
“ถ้าไม่ทำแบบนี้หลานก็คงยังจมอยู่ในความเศร้าโศกเรื่องที่ย่าจะไปหาปูน่ะสิ” ท่านย่าตบลงไปที่หลังมือของเขาเบาๆ “วางใจเถอะ แม้ว่าย่าจะมีเวลาอีกเพียงแค่สองปีและควรที่จะไปพบกับปู่ได้แล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปตอนนี้เสียเลยที่ไหน อย่างน้อยก็ต้องรอเห็นงานแต่งของเรากับมายมิ้นท์เสียก่อน รอให้มีลูกมีเต้าแล้วค่อยไปก็ยังไม่สาย เวลาสองปีน่าจะพออยู่หรอกใช่ไหม?”
ริมฝีปากของเปปเปอร์เผยอขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนเขาต้องการจะกล่าวบางอย่างออกมา แต่เมื่อมองเห็นดวงตาอันเต็มไปด้วยความหวังของท่านย่า ในที่สุดก็ตัดสินใจกลืนคำที่จะเอ่ยออกมานั้นลงไปแล้วตอบรับว่า “เพียงพอครับ ท่านย่าวางใจเถอะ ผมกับมายมิ้นท์จะพยายามอย่างเต็มที่”
เดิมทีเขาต้องการจะบอกว่า ภายในสองปีนี้มายมิ้นท์เป็นไปไม่ได้ที่จะตั้งครรภ์ ด้วยเหตุนี้เองถ้าท่านย่าอยากจะเห็นหลานภายในสองปีก็คงเป็นไปไม่ได้
แต่ท้ายที่สุดเมื่อเขาขึ้นคิดดูแล้ว เรื่องนี้จะบอกออกไปไม่ได้ ควรจะให้ความหวังแก่ท่านอย่าดีกว่า
เมื่อมีความหวังนี้ ท่านย่าจึงอยากจะใช้ชีวิตให้ยืนยาวกว่านี้
บางทีหลังจากนี้สองปี หากว่าท่านย่ายังไม่เห็นลูกของเขากับมายมิ้นท์ก็อาจจะมีกำลังใจอยากจะมีชีวิตอยู่จนกระทั่งได้เห็นหลานก็เป็นไปได้นี่
ท่านย่าไม่รู้ว่าเปปเปอร์วางแผนว่าอย่างไร เมื่อเห็นเปปเปอร์ตอบปากรับคำดังนั้นก็ยิ้มขึ้นอย่างพออกพอใจ “ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว อ้อจริงสิ กำไรนั่นนำไปให้มายมิ้นท์แล้วหรือยัง?”
“ครับ” เปปเปอร์พยักหน้า “เธอน่าจะได้รับแล้ว แต่คงไม่รู้ว่าทำไมพวกเราถึงต้องให้กำไรนั้นกับเธอ”
แต่สิ่งที่แปลกไปกว่านั้นก็คือ มายมิ้นท์ยังไม่ได้โทรมาถามเขา
ท่านย่ายิ้มขึ้น “ไม่เป็นไรหรอก หลานบอกว่าตอนบ่ายเธอจะมาไม่ใช่หรือ รอเธอมาแล้วพวกเราค่อยบอกก็ยังไม่สาย”
“ครับ” เปปเปอร์พยักหน้าสอบรับ
สองย่าหลานสนทนากันต่อ บรรยากาศดูอบอุ่นขึ้นเป็นพิเศษ
แต่ใครบางคนโมโหเสียจนแทบจะบ้าตาย
คนเหล่านี้ก็คือ ลาเต้ ทามทอยและดารามาย
ลาเต้และทามทอยโมโหเสียจนแทบคลั่งเนื่องจากได้รับซองอั่งเปาและลูกอมจากคนที่เปปเปอร์ส่งมา
พวกเขาไม่ใช่คนโง่ จะไม่เข้าใจถึงความหมายที่เปปเปอร์ส่งคนให้นำสิ่งเหล่านี้มามอบให้ได้ยังไง
เปปเปอร์ตั้งใจที่จะส่งมาโอ้อวดและหัวเราะเยาะเย้ยพวกเขาน่ะสิ
พวกเขายอมวางมือแล้ว แต่เปปเปอร์ยังทำแบบนี้กับพวกเขาอีก เห็นได้ชัดว่าความคิดในใจของเปปเปอร์ผู้ชายคนนี้โหดเหี้ยมเพียงใด
แน่นอนว่าหากเปรียบเทียบกันแล้วกลับท่าทางอันโมโหขุ่นเคืองของลาเต้และทามทอย ดูเหมือนดารามายจะโมโหมากกว่าเสียแทบตาย
เธอเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาล กลับได้เห็นข่าวที่เปปเปอร์และมายมิ้นท์คืนดีกันอย่างเป็นทางการ
มีใครจะโชคร้ายไปมากกว่าเธออีกไหม?
เธอถึงกับสงสัยว่ามายมิ้นท์รู้ว่าตัวเธอมีความคิดอื่นกับเปปเปอร์ ดังนั้นจึงได้จัดการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า รอให้วันที่เธอออกจากโรงพยาบาล และติดสินบนสื่อและข่าวต่างๆ เผยแพร่เรื่องนี้ออกมาทำให้เธอรู้สึกโมโหหรืออย่างไร?
เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ว่ามายมิ้นท์จะทำมันไม่ได้สักหน่อย
ดังนั้นมายมิ้นท์น่าจะตั้งใจแน่นอน
เมื่อคิดดังนั้น ดารามายก็โมโหเสียจนใช้มือกวาดซองอั่งเปาแดงและขนมที่อยู่บนโต๊ะกระจัดกระจายไปบนพื้น เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปเหยียบอั่งเปากับลูกอมเหล่านั้น พลางกรีดร้องราวกับคนบ้า
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดดารามายก็สงบลง เธอพยุงตัวกับโต๊ะ หายใจออกมาด้วยหน้าตาบิดเบี้ยว
ผ่านไปครู่หนึ่ง จู่ๆ รอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของเธอ คืนดีแล้วยังไงล่ะ แต่ได้ก็หย่าได้เหมือนกัน!
จากที่เธอมองดูแล้ว การที่มายมิ้นท์กับเปปเปอร์คืนดีกันคาดว่าคงจะไปด้วยกันได้ไม่นานเท่าไหร่
ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยหย่าร้างกันมาแล้วครั้งหนึ่ง นั่นเป็นเพราะว่าไม่มีความรู้สึกต่อกัน
ตอนนี้ที่พวกเขากลับมาคืนดีกันใหม่ ต่อให้มีความรักต่อกันแต่ความรักนั้นจะลึกซึ้งสักเพียงใด
อีกอย่างเท่าที่เธอรู้มา โดยมากคนที่กลับมาคืนดีกันก็มักจะแยกจากกันอีกครั้งหนึ่ง
เนื่องจากว่าครั้งแรกยังไม่อาจผ่านไปได้ แล้วครั้งที่สองจะราบรื่นได้อย่างไร?
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...