ดังนั้นเรื่องที่ไตของเธอเข้ากันได้กับไตของเยี่ยมบุญ คงจะเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้นแหละ
เพียงแค่เรื่องบังเอิญก็ทำให้เธอสะอิดสะเอียนเหลือเกินแล้ว
มายมิ้นท์ขยี้ไปที่ใบหน้าของตัวเองเพื่อไม่ให้คิดมาก ก่อนจะหยิบไม้กวาดขึ้นมาทำความสะอาดพื้น
อีกด้านหนึ่ง ดารามายที่เพิ่งถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหิ้วกลับไปที่ห้องทำงานของเธอเอง บัดนี้เธอโมโหหงุดหงิด เสียแทบคลั่ง
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เธอถูกมายมิ้นท์ตบเสียจนเป็นแผลไปทั่วร่างกาย คนที่ชื่อว่าซินดี้นั่นกลับกล้าให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพาตัวเธอเดินผ่านหน้าห้องทำงานคนอื่นๆ มากมาย ตั้งใจจะทำให้ทุกคนเห็นสภาพอันน่าสมเพชของเธอ ตั้งใจจะดูถูกเหยียดหยามเธอ
“กรี๊ด!” เมื่อกลับมาถึงห้องทำงานของตนเองซึ่งเป็นอิสระ มือทั้งสองข้างของเธอกำแน่นแล้วกรีดร้องออกมาด้วยความโมโหพร้อมกระทืบเท้า “ซินดี้ แกคอยดูเถอะ ฉันจะไม่ปล่อยแกไว้แน่ ต่อให้แกมีมายมิ้นท์คอยคุ้มกะลาหัวเอาไว้ สักวันฉันจะใช้อำนาจของเปปเปอร์ขยี้แก”
ซินดี้ที่เดินออกไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกสองคนเดินไปถึงตรงประตู จึงได้ชะงักฝีเท้าลง เธอหันไปมอง ดารามายที่ทำท่าทางเหมือนกับคนบ้า “เหรอคะ งั้นฉันจะคอยดู”
เธอไม่กลัวดารามายผู้หญิงคนนี้หรอก
ไม่ต้องพูดถึงว่าท่านประธานจะเข้ามาช่วยเธอเพราะถูกดารามายรังแกหรือไม่ แต่ดารามายซึ่งสมองโง่เง่าคนนี้ เธอมั่นใจว่าตัวเธอเองก็จัดการได้
เมื่อเห็นท่าทางไม่แยแสของเลขาซินดี้ดังนั้น ดารามายก็โมโหเสียแทบจะเป็นลมล้มไป
ผู้หญิงคนนี้ ไม่เห็นเธออยู่ในสาย
แม้แต่คำตำหนิของเธอกลับกลายเป็นเรื่องขำขันไปได้ ช่างหยิ่งผยองเกินไปแล้ว
“แก......แก......” ใบหน้าของดารามายแดงเรื่อ นิ้วของเธอชี้ไปที่เลขาซินดี้แต่โมโหเสียจนพูดอะไรไม่ออก
เลขาซินดี้ขยับกรอบแว่นตาแล้วหันหน้าหนีไม่สนใจเธอ
ไม่อย่างนั้นถ้าเธอเป็นลมขึ้นมาจริงๆ คงจะวุ่นวายน่าดู
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองคนเดินตามออกไป อีกทั้งยังปิดประตูให้ตามมารยาท
ในห้องทำงานจึงเหลือเพียงแค่ดารามายเพียงคนเดียวเท่านั้น เธอจึงสะบัดแขนกระทืบขาแล้วกรีดร้องออกมาอย่างไม่หยุดหย่อนอีกครั้ง
น้ำเสียงนั้นดังมาก ดังถึงขนาดคนที่อยู่ห้องข้างๆ ยังได้ยิน
อีกทั้งพวกเขามีใครบางคนยื่นศีรษะออกมามองไปที่ประตูห้องทำงานของเธอ “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
มีคนไม่รู้ว่าเกิดอะไร
แต่ก็พอมีคนเดาออกได้ถึงบางอย่าง จึงเบ้ปากแล้วพูดว่า “จะเป็นเรื่องอะไรได้อีกล่ะ ก็คงจะถูกท่านประธานทำให้รู้สึกอึดอัดใจขึ้นอีกล่ะสิ ก็เลยมาระบายอารมณ์อยู่ในห้องทำงานของตัวเองไง”
“โอ้โห น้ำเสียงนี่ฟังแล้วน่ากลัวจริงๆ เลย”
“นี่ไม่เท่าไหร่นะ เธอเคยเห็นใบหน้าตอนที่หล่อนโมโหหรือเปล่า นั่นแหละถึงจะเรียกว่าน่ากลัว เหมือนกับปิศาจไม่มีผิด น่าตกใจจริงๆ”
ชั่วพริบตาเดียว ภายในห้องทำงานนั้นก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ พวกเขาไม่ได้รู้สึกเลยว่าการหัวเราะเยาะเจ้านายเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ
ใครสั่งให้พวกเขาล้วนไม่ชื่นชอบรองประธานที่เพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งนี้กันล่ะ
พวกเขาไม่ใช่เลขาหรือผู้ใต้บังคับบัญชาของรองประธานมายสักหน่อย แต่รองประธานคนนี้มักจะใช้พวกเขาอย่างกับเป็นทาส ถ้าทำไม่ดีก็ถูกด่าเสียอีกด้วยซ้ำ
ในใจของพวกเขารู้สึกโกรธแค้นรองประธานมายมาตั้งนานแล้ว
ตอนนี้เมื่อรู้ว่ารองประธานมายถูกท่านประธานจัดการมา แน่นอนว่าไม่ต้องพูดถึงพวกเขาจะมีความสุขเพียงใด
ดารามายไม่รู้หรอกว่าตนกลายเป็นปีศาจร้ายน่าขยะแขยงในสายตาของพวกเขา เธอใช้แรงในการทำลายข้าวของในห้อง ทำงานของตนเอง ทุกอย่างที่แตกได้เธอก็เหวี่ยงจนแตกหมด อะไรที่ทำแตกไม่ได้ก็ถูกเธอผลักจนล้มลงระเนระนาด
หลังจากการระบายไปแล้ว เธอจึงได้สงบจิตสงบใจลงเล็กน้อยแล้วนั่งหอบเหนื่อยอยู่ที่โซฟา
เธอโตมาจนป่านนี้ ไม่เคยถูกใครดูถูกขนาดนี้มาก่อนเลย
นับตั้งแต่เธอกลับมาที่ประเทศ การดูถูกที่เธอได้รับมานั้นล้วนมาจากมายมิ้นท์
เธอจะไม่ปล่อยมายมิ้นท์ไปอย่างแน่นอน!
ในเมื่อไม่สามารถใช้ตัวตนของมายมิ้นท์มายึดเอาหุ้นส่วนของเทนเดอร์กรุ๊ปไปได้ เช่นนั้นเธอก็จะทำให้ชื่อเสียงของมายมิ้นท์ต้องย่ำแย่ ทำให้ทุกคนรู้ว่าหล่อนเป็นลูกนอกคอก
เมื่อคิดได้ดังนั้น ดารามายก็เงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาอันแดงก่ำ ใบหน้าของเธอเผยอรอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมา แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือโทรออกไป “ฉันเอง ฉันมีงานใหญ่ให้ทำ”
เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน เพียงแค่พริบตาเดียวก็ถึงช่วงบ่ายแล้ว
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...