ส่งต่อ คำเพียงไม่กี่คำนี้ทำให้เธอนึกถึงฉากบางเรื่องที่อยู่ในละคร
ที่ในตระกูลใหญ่ๆ มักจะมีของสืบทอดประจำตระกูลที่ไม่ได้สืบทอดให้แก่ลูกชาย แต่สืบทอดให้กับสะใภ้
ดังนั้นกำไลอันนี้ เป็นไปได้มากทีเดียวที่จะมีความหมายเช่นนั้น
เนื่องจากเรื่องในละครที่จริงแล้วก็ดัดแปลงมาจากชีวิตจริง บริษัทตระกูลนวบดินทร์เป็นตระกูลยิ่งใหญ่ หากจะมีสิ่งของซึ่งมอบไว้ให้แก่ลูกชายและสะใภ้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
มายมิ้นท์ไม่ได้บอกถึงความคิดในใจของเธอออกมา
เพราะเมื่อสักครู่เปปเปอร์ก็ได้บอกแล้วว่าเมื่อถึงโรงพยาบาล ท่านย่าจะบอกกับเธอถึงความหมายอันแท้จริงของกำไลนี้เอง
หากว่าตอนนี้เธอพูดออกมาแล้วคำตอบไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดก็คงจะเขินน่าดู
หากคนที่ไม่รู้คงคิดว่าเธออยากจะได้รับของสืบทอดประจำตระกูลนวบดินทร์แล้วเหลือเกิน
ดังนั้นเธอจึงไม่พูดเสียจะดีกว่า
ในไม่ช้าก็เดินทางมาถึงที่โรงพยาบาล
เมื่อเปปเปอร์จอดรถเรียบร้อย ประตูรถก็ถูกเปิดออก เป็นผู้ช่วยเหมันตร์นั่นเอง
เห็นได้ชัดว่าผู้ช่วยเหมันตร์มารอเขาอยู่ที่นี่
“สวัสดีครับประธานเปปเปอร์ คุณมายมิ้นท์” เมื่อผู้ช่วยเหมันตร์เห็นทั้งสองคนลงมาจากรถก็ได้ทำการทักทายตามลำดับ
เปปเปอร์ไม่ได้ตอบรับอะไร ส่วนมายมิ้นท์หันไปยิ้มให้ผู้ช่วยเหมันตร์เล็กน้อย นับว่าเป็นการตอบรับ
จากนั้นผู้ช่วยเหมันก็ทำท่าทางเป็นการเชิญ “ประธานเปปเปอร์และคุณมายมิ้นท์ครับ ท่านย่าให้ผมมาเชิญทั้งสองคนเข้าไปข้างใน”
“ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ” ผู้ช่วยเหมันตร์ยิ้มขึ้นด้วยท่าทางเกรงใจ
“เรื่องแค่นี้เองครับ” ผู้ช่วยเหมันตร์ขยับขอบแว่นตาแล้วเดินตรงไปข้างหน้าเพื่อนำทาง
เปปเปอร์มองทางที่เขานำไปแล้วขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย “นี่ไม่ใช่ทางไปห้องผู้ป่วยของท่านย่า”
“ไม่ใช่เหรอคะ?” มายมิ้นท์ตกใจเล็กน้อย
ผู้ช่วยเหมันตร์หันมายิ้มแล้วตอบว่า “ไม่ใช่หรอกครับ ท่านย่ารู้สึกว่าห้องนั้นเสียงดังเกินไปเพราะห้องข้างๆ มีเด็กอยู่ จึงให้ผมจัดการย้ายห้องใหม่ให้ ตอนนี้เราจะไปที่ห้องพักใหม่กันครับ”
“อ้อ เป็นแบบนี้นี่เอง” มายมิ้นท์พูดออกมา
ส่วนเปปเปอร์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ได้พูดอะไร
ทั้งสามคนเดินทางมาถึงอีกตึกหนึ่งของอาคารห้องพักผู้ป่วย
ที่นี่มีห้องพักผู้ป่วยวีไอพีเช่นเดียวกัน
และห้องของท่านย่าเป็นหนึ่งในห้องนั้น
ผู้ช่วยเหมันตร์พามายมิ้นท์และเปปเปอร์เดินตรงมาหยุดอยู่ข้างนอกห้องผู้ป่วยใหม่ของท่านย่า
มองผ่านกระจกข้างนอกเข้าไป มายมิ้นท์สามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ด้านในได้อย่างชัดเจน
เธอเห็นท่านย่านั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย กำลังคุยกันกับป้าแดง ไม่รู้ว่ายิ้มเรื่องอะไรกันอยู่ มายมิ้นท์จึงได้ยิ้มขึ้นเช่นกัน “มองไปแล้วท่าทางคุณย่าไม่เลวเลยนะคะ”
เปปเปอร์ตอบรับเบาๆ “ใช่ครับ ไปกันเถอะ เราเข้าไปข้างใน”
เมื่อเขากล่าวประโยคนี้ออกมาแล้ว ผู้ช่วยเหมันตร์ก็ได้เปิดประตูให้พวกเขาทั้งสองอย่างเป็นธรรมชาติ
หลังจากที่ห้องผู้ป่วยถูกเปิดออก เปปเปอร์ก็พามายมิ้นท์เดินตรงเข้าไป ท่านย่าและป้าแดงหันหลังมาดูเมื่อเห็นทั้งสองคนจูงมือกันเดินตรงเข้ามา หญิงชราทั้งสองคนมองดูแล้วก็ยิ้มขึ้นอย่างอบอุ่น
“คุณชายใหญ่ คุณหนูมายมิ้นท์ ในที่สุดก็มาสักทีนะคะ” ป้าแดงลุกขึ้นยืนยิ้มแล้วทักทายทั้งสองคน
“สวัสดีค่ะท่านย่า สวัสดีค่ะป้าแดง” มายมิ้นท์รู้สึกว่าสายตาของทั้งสองจับจ้องมายังมือตนและเปปเปอร์ที่จูงมือกันไว้ เธอก็รู้สึกเขินอาย แล้วชักมือหวังจะดึงออกจากมือเขา
แต่เปปเปอร์เดาออกตั้งแต่แรกแล้ว เขาจึงได้กุมมือเธอเอาไว้อย่างแน่นหนาเพื่อไม่ให้โอกาสเธอหนีหลุดไป
ทำให้มายมิ้นท์อดไม่ได้ที่จะหันไปมองค้อนเขา
เป็นความหมายให้เขาปล่อยมือเธอ เพราะท่านย่ากำลังมองอยู่
แต่เปปเปอร์ผู้หน้าด้านหน้าทนคนนี้ เขาไม่สนใจว่าจะมีใครมองอยู่ ได้แต่จูงมือมายมิ้นท์เดินไปที่เตียงด้วยท่าทางสงบนิ่ง
เมื่อเดินมาถึงตรงหน้าเตียงแล้วเปปเปอร์ก็ยังไม่ปล่อยมือเธอ ในทางตรงกันข้าม เขากลับยกมือของมายมิ้นท์ที่จับมือเขาเอาไว้ขึ้นมาให้ท่านย่าและป้าแดงเห็นชัดขึ้นกว่าเดิม
เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้มายมิ้นท์จะปฏิเสธดิ้นรนอย่างไรก็ไม่ได้
เพราะหากว่าจะสะบัดแขนออกจากมือของเปปเปอร์ต่อหน้าท่านย่าและป้าแดงคงจะเป็นการไม่ไว้หน้าเปปเปอร์เท่าไรนักต่อให้ท่านย่าและป้าแดงชื่นชอบตนสักเพียงไร ความรู้สึกลึกๆ ในใจคงไม่พอใจตนสักเท่าไหร่
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...