“ไปโรงพยาบาลมาค่ะ”มายมิ้นท์ก็ไม่ได้ปิดบัง หลังจากที่ได้ขยับท่านั่งเล็กน้อย แล้วได้ตอบกลับ
เปปเปอร์ได้ยินแบบนิ้ สีหน้าก็ตึงเครียดขึ้นมา และได้จับมือของเธอแล้วเช็คไปทั่ว น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย “ไปโรงพยาบาลหรือครับ? คุณไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
“เปล่าค่ะ”เห็นท่าทีของผู้ชายที่เป็นห่วงตัวเองขนาดนี้ ในใจมายมิ้นท์ก็รู้สึกอบอุ่น บนใบหน้าก็ยิ้มออกมาทันที “คุณหมอการันต์ให้ฉันไปที่โรงพยาบาลตรวจสอบอีกรอบ แล้วลวดจ่ายยาให้ใหม่ค่ะ”
“ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง”เปปปเปอร์ถอนหายใจ หัวใจที่บีบรัด ตอนนี้ก็ผ่อนคลายลงแล้ว จากนั้นก็ถามต่อ “การันต์ได้พูดถึงสภาพร่างกายของคุณในตอนนี้บ้างหรือเปล่า?”
“พูดสิคะ”มายมิ้นท์พยักหน้า
“เป็นยังไงบ้างครับ? พักฟื้นได้เป็นไงบ้างแล้วครับ?”เปปเปอร์มองไปที่เธอ ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
มายมิ้นท์สบเข้ากับสายตาของผู้ชาย ในหัวกลับนึกถึงคำพูดที่ตอนนั้นการันต์ได้เตือนตัวเองไว้ บนหน้าก็ได้แดงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่ดูเปล่าๆ ยังมองออกได้เลย
เปปเปอร์เห็นเธอไม่ยอมตอบสักที แต่กลับหน้าแดงก่ำไปหมด ปลายคิ้วก็กระตุกเบาๆ “เป็นอะไรไปหรือครับ? มีอะไรที่พูดไม่ได้หรือครับ?”
“อะแฮ่ม ก็ไม่ใช่หรอกค่ะ”มายมิ้นท์ก้มศีรษะลง น้ำเสียงก็ปนไปด้วยเสียงหัวเราะ
เมื่อเปปเปอร์เห็นแบบนี้แล้ว ก็ยิ่งรู้สึกสนใจขึ้นไปใหญ่ “งั้นคุณลองพูดดูสิ ว่าสรุปแล้วการันต์พูดอะไรกันแน่?”
“จะให้พูดจริงๆหรือคะ?”มายมิ้นท์เก็บผมที่หลุดอยู่ข้างหู มีความไม่ยอมพูดอยู่เล็กน้อย
เปปเปอร์เห็นหูที่แดงขึ้นเรื่อยๆของเธอ พอจะเดาได้แล้วว่าการันต์พูดอะไรที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวกับเธอไป ในตอนที่ภายในใจกำลังสงสัย ได้ยกคางขึ้นมาเบาๆพร้อมตอบกลับ: “แน่นอนครับ คุณบอกว่าไม่มีอะไรที่พูดไม่ได้ไม่ใช่หรือ เพราะงั้นบอกกับผมก็ไม่มีอะไรมากหรอกใช่ไหมครับ?”
“……”มายมิ้นท์เงียบไป
ผ่านไปสักพัก เหมือนว่าเธอปล่อยวางแล้วอย่างงั้นแหละ ปัดตามองขึ้นมาหาผู้ชาย “ก็ได้ มันก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังหรอก ถึงแม้ฉันไม่ได้บอกคุณ คุณก็คงจะไปถามคุณหมอการันต์ เพราะงั้นบอกคุณไปตรงๆยังจะดีกว่าอีก”
เปปเปอร์ได้ยิ้มมุมปาก
เพราะว่ามายมิ้นท์พูดถูก แม้เธอไม่พูด เขาก็จะไปถามการันต์อยู่ดี
เมื่อถึงเวลานั้น เขาก็จะรู้อยู่ดี ไม่มีทางปิดบังเขาได้เลย
เพราะงั้นพูดกับเขาตอนนี้ตรงๆไปเลยยังจะดีกว่า
“ถ้างั้นคุณก็พูดเลยครับ”เปปเปอร์ก็ได้พยักหน้าเล็กน้อย เป็นการบอกให้มายมิ้นท์เอ่ยปากพูด
มายมิ้นท์สูบหายใจเข้าไป จากนั้นก็พูดข้อกำชับทั้งหมดของการันต์ออกมา
หลังจากที่เปปเปอร์ได้ยิน ไม่เพียงแต่ไม่มีความเขินอายเลยแม้แต่นิดเดียว กลับพยักหน้าอย่างจริงจัง “ผมเข้าใจแล้ว ถึงเวลาผมจะทำตามที่เขาบอก”
มายมิ้นท์ได้ยินคำพูดของเขา เขินมากจนเอาหัวมุดเข้าไปในอ้อมแขนของเขา ไม่ยอมลุกขึ้นมาเลย
เปปเปอร์เห็นผู้หญิงที่เขินจนเป็นเช่นนี้ ก็หัวเราะเสียงต่ำๆ เล็กน้อย“ตอนนี้ยังเขินขนาดนี้เลย เมื่อถึงเวลานั้นแล้วพวกเราทำเรื่องแบบนั้นจริงๆจะทำยังไงล่ะครับ?”
“ถึงเวลาค่อยว่ากัน”มายมิ้นท์กดเสียงพูดต่ำๆออกมาจากอ้อมแขนของผู้ชาย
เธอรู้ว่า เธอคบหากับผู้ชายแล้ว เรื่องแบบนั้น แน่นอนว่าในภายหลังก็มิอาจหลีกเลี่ยงได้เลย
เพราะงั้นเธอถึงไม่ได้บอกว่าจะไม่ทำคำพูดอะไรพวกนี้ แต่แค่ตอบกลับว่าค่อยว่ากันทีหลัง
เมื่อเปปเปอร์เห็นเช่นนี้ ดวงตาคู่นั้นมืดลงเล็กน้อย จากนั้นก็ก้มศีรษะลง ชิดเข้าที่ข้างหูของมายมิ้นท์ พูดด้วยเสียงต่ำว่า: “ทีหลังที่ว่า คงอีกไม่นานแน่นอน ผมรู้ ประจำเดือนคุณหมดแล้ว”
ผ่านไปตั้งหลายวันแล้ว คงหมดแล้วแน่นอน
มิเช่นนั้น เขาจะส่งเธอไปโรงพยาบาลตรวจร่างกาย ดูว่ามีโรคอะไรหรือเปล่า
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...