เลขาซินดี้รับเอกสารไป และหิ้วกระติกเก็บความร้อนออกไปเลย
พอเธอออกไปแล้ว มายมิ้นท์ก็พิงลงไปบนเบาะพิงเล็กน้อย แล้วยกมือขึ้นมาบีบจมูกเล็กน้อย และผ่อนลมหายใจออกทีหนึ่ง
อยู่ ๆ เธอก็พบว่า ช่วงที่ผ่านมานี้ นิสัยของเลขาซินดี้ มีการเปลี่ยนแปลงไปมากเลย
เลขาซินดี้คนเมื่อก่อน เป็นเหมือนอาจารย์ฝ่ายปกครองที่เคร่งขรึม เรื่องงานก็คือเรื่องงาน พูดน้อยแต่ลงมือทำเยอะ เป็นแบบที่บนใบหน้าแทบจะไม่มีท่าทีอะไร ทำให้คนเห็นแล้วก็รู้สึกเกรงกลัว
แต่ว่าเลขาซินดี้ในตอนนี้กลับแตกต่างไปแล้ว คนไม่ได้เคร่งขรึมและเนี้ยบแบบนั้นแล้ว นิสัยก็อ่อนโยนลงมาก แล้วก็ยิ้มเป็นแล้วด้วย แถมยังรู้จักล้อเล่นกับเธอด้วย
ตัวอย่างเช่นเมื่อกี้ ยังกล้าหยอกล้อเธออีกด้วย
นอกเหนือจากนี้ การแต่งกายของเลขาซินดี้ ก็เหมือนจะแตกต่างกับเมื่อก่อนอยู่บ้าง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แตกต่างอย่างชัดเจน และยังเป็นชุดสูทสตรีสีดำกับกระโปรงทรงตัวAเหมือนเดิม แต่ที่เท้าด้านล่าง กลับไม่ได้เป็นรองเท้าส้นสูงแหลมปรี๊ดคู่หนึ่งอีกต่อไปแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นรองเท้าส้นเตี้ยพื้นอ่อนนุ่มน้ำหนักเบาคู่หนึ่ง
แต่มายมิ้นท์ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแต่คิดว่าเลขาซินดี้คงจะใส่ส้นสูงจนเบื่อแล้ว และอยากเปลี่ยนสไตล์ใหม่ ๆ บ้าง
ถึงแม้ว่าเลขาซินดี้จะเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบแต่งตัวเท่าไหร่ แต่ยังไงก็ยังเป็นผู้หญิง
ขอแค่เป็นผู้หญิง ก็ไม่มีใครไม่ชอบความสวยความงามหรอก
คิดแล้ว มายมิ้นท์ก็ส่ายหน้าและหัวเราะขึ้นเบา ๆ จากนั้นก็เอาโทรศัพท์ออกมา และเตรียมจะบอกเรื่องที่ตัวเองให้คนไปส่งซุปให้กับเปปเปอร์สักหน่อย
แต่ว่าก่อนที่จะบอก มายมิ้นท์ก็ยังดูวีแชทเล็กน้อย เพื่อดูว่ามีข้อความตอบกลับจากเปปเปอร์หรือเปล่า
แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือ เปปเปอร์ยังคงไม่ได้ตอบข้อความกลับมา
จากเหตุนี้สามารถเห็นได้ว่า ในเวลานี้เขาต้องยุ่งมากแค่ไหน
พอถอนหายใจไปคำหนึ่งแล้ว นิ้วมือของมายมิ้นท์ก็พิมพ์ข้อความขึ้นบนหน้าจออย่างรวดเร็ว
พอพิมพ์เสร็จแล้ว เธอก็ดูว่ามีตัวอักษรที่พิมพ์ผิดหรือเปล่า แล้วถึงได้กดส่งออกไปครู่หนึ่ง
รอข้อความส่งออกไปแล้ว เธอก็กดออกมาจากวีแชท แล้วหยิบปากกาขึ้นมาเริ่มต้นทำงานต่อไป
อีกด้านหนึ่ง ที่โรงงานขนาดใหญ่ของบริษัทตระกูลนวบดินทร์
ในที่สุดเปปเปอร์ก็ตรวจสอบแผนกต่าง ๆ ของโรงงานรวมทั้งห้องทำงานต่าง ๆ ของโรงงานเสร็จสิ้น และใส่ชุดป้องกันสีขาวทั้งตัวเดินออกมาจากประตูใหญ่ของโรงงาน
พอผู้ช่วยเหมันตร์เห็นเขา ก็รีบเดินมาหา “ประธานเปปเปอร์ครับ”
เมื่อกี้ตอนที่เดินตรวจงานในโรงงานนั้น เขาไม่ได้ตามเข้าไปด้วย และกลับจัดการเรื่องของธนูอยู่ด้านนอก จนกระทั่งจัดการเสร็จหมดแล้ว ถึงได้รีบมารออยู่ที่นี่
ธนู
เปปเปอร์ถอดชุดป้องกันบนตัวออกแล้วโยนให้ผู้ช่วยเหมันตร์ไป “จัดการเรื่องราวเสร็จแล้วเหรอ?”
“ใช่ครับ” ผู้ช่วยเหมันตร์อุ้มชุดป้องกันไว้และพยักหน้าขึ้นมา “พอมีบันทึกเสียงอันนั้น แน่นอนว่าธนูและพวกคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาก็ไม่มีทางที่จะเล่นลิ้นได้อีกแล้ว และที่สำคัญพอพวกนั้นได้ยินว่าผมได้แจ้งตำรวจแล้ว และทางตำรวจก็ได้ติดต่อกับฝ่ายตรวจสอบวินัยการค้าให้ไปดำเนินการจับกุมพวกเขา พอพวกเขาตกใจขึ้นมาแต่ละคนก็สารภาพเรื่องอื่นที่ธนูทำอยู่เบื้องหลังออกมา มาคราวนี้ ธนูคงหนีไม่พ้นการติดคุกเป็นสิบปีแน่”
เรียวปากของเปปเปอร์คลี่ยิ้มที่เยือกเย็นขึ้นมา “ฉันเคยเห็นแก่ธนูที่เคยเป็นคนเก่าคนแก่ของบริษัทตระกูลนวบดินทร์มาก่อน และเคยแอบตักเตือนเขามาก่อน ให้เขาอย่ามีความคิดที่ไม่ควรจะมี คนเราแก่แล้วก็ต้องยอมรับว่าแก่ อย่าไปแย่งชิงตำแหน่งกับคนที่อายุน้อยกว่า แต่จะโดนคนอายุน้อยกว่าเขารังเกียจได้ แต่เขากลับไม่ฟังเลยสักนิด ที่ต้องมามีจุดจบแบบนี้ ก็เพราะว่าเขาหาเรื่องใส่ตัวเองทั้งนั้น”
เขารู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่ได้เป็นคนเลว
สำหรับคนที่มีผลงานต่อบริษัท เขาก็มักจะมีความอดทนและความเมตตาให้อยู่เสมอ
ขอแค่คนพวกนี้ทำตัวดี ๆ มีบางครั้ง เขาก็ยังสามารถให้เกียรติที่สูงสุดแก่คนพวกนี้ได้ด้วย
แต่กลับมักจะมีคนบางพวกที่ชอบคิดว่าเขานั้นแหย่ได้ง่าย ๆ แล้วโดดออกมายั่วยุเขา เพื่อให้ได้ในสิ่งของบางอย่างที่ไม่ใช่ของตัวเอง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...